เสิ่นถังฟื้นขึ้นมาระหว่างทางที่กำลังถูกเนรเทศ และพบว่าโลกใบนี้ช่างไร้หลักวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิง
ศิลาศักดิ์สิทธิ์ตกลงมาจากฟากฟ้า ร้อยแคว้นเปิดศึกช่วงชิงอำนาจ
บัณฑิตหลอมรวม “จิตอักษร” เพียงเอื้อนเอ่ย วาจาก็กลายเป็นจริง
นักรบรวบรวม “ขวัญยุทธ์” สามารถผ่าภูผาและตัดมหาสมุทรได้
ชายหน้าหวานที่เธอเคยมองว่าไร้พิษภัย เพียงกล่าวว่า “พาดหอกทะยานอาชา” ชั่วพริบตาเกราะศึกก็ห่อหุ้มร่าง หอกยาวปรากฏในมือ หนึ่งคนประหนึ่งกองทัพ สามารถบุกฝ่าทหารนับพันได้ถึงเจ็ดรอบ!
ส่วนเจ้าคนขี้โรคในสายตาเธอ เพียงท่องว่า “ดาราเรียงรายดุจหมากล้อม” ท้องฟ้าก็กลายเป็นฝาครอบ ผืนดินแปรเป็นกระดานหมาก การจัดทัพวางกลศึกกลายเป็นเรื่องง่ายราวพลิกฝ่ามือ
นี่ไม่อาจเรียกว่าไร้หลักวิทยาศาสตร์ได้อีกแล้ว!
เห็นชัดว่าฝาโลงของวิทยาศาสตร์ถูกเทวศาสตร์ตอกตะปูปิดสนิทไปเรียบร้อย!
ส่วนตัวเธอนั้น—
“นายท่าน เป่ยจวิ้นกำลังเผชิญภัยแล้ง ท่านลองร้องไห้สักหน่อยดีหรือไม่?”
เสิ่นถัง “……”
“นายท่าน หนานโจวกำลังประสบอุทกภัย ท่านช่วยหัวเราะให้มากกว่านี้ได้หรือไม่?”
เสิ่นถัง “……”
เมื่อมองชามข้าวใบใหญ่สิบใบที่ตนเพิ่งจัดการจนเกลี้ยง กระเป๋าเงินซึ่งสะอาดยิ่งกว่าใบหน้า และฝูงชาวบ้านหิวโซผู้คิดไม่ซื่อ ทั้งยังหาเรื่องก่อปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน เสิ่นถัง—หัวหน้าหมู่บ้านผู้ต้องสงสัยว่าเป็นถังข้าวกลับชาติมาเกิดและเป็นจิตรกรมือผีตัวจริง—จึงจำต้องวางพู่กันแสนรัก แล้วออกเดินบนเส้นทางสมัครงานเป็นเจ้าแคว้นอย่างไม่มีทางเลือก