เยี่ยชูถัง ทายาทผู้สืบทอดตระกูลแพทย์แผนโบราณอันยิ่งใหญ่ นางทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย ทำงานหนักอย่างเอาเป็นเอาตายมาตลอดทั้งชีวิต แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลก ในวันที่นางกำลังจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างเต็มภาคภูมิ อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันกลับคร่าชีวิตของนางไปอย่างกะทันหัน
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางกลับพบว่าตนเองได้มาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง ชีวิตในชาติก่อนสอนให้นางรู้ซึ้งถึงความเหนื่อยล้า ชาตินี้เยี่ยชูถังจึงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะขอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ปล่อยปละละเลยทุกสิ่ง และเป็นเพียงสตรีเกียจคร้านที่นอนรอความตายไปวันๆ เท่านั้น
แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่อนุญาตให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เพราะทันทีที่ลืมตาดูโลกใหม่แห่งนี้ สภาพครอบครัวที่นางต้องเผชิญกลับสาหัสสากรรจ์จนแทบกระอักเลือด บิดามารดาและพี่ชายคนโตถูกลอบสังหารจนสิ้นใจ ทิ้งไว้เพียงนางกับน้องๆ อีกสามชีวิตที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด
สถานการณ์ตรงหน้าเรียกได้ว่าสิ้นหวัง น้องชายคนที่สามได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย น้องชายคนที่สี่นอนไม่ได้สติ ซ้ำร้ายยังมีน้องสาวคนเล็กที่ยังเป็นเพียงทารกน้อยร้องไห้จ้าหิวนมอยู่ข้างกาย
เยี่ยชูถังก้มลงมองหมั่นโถวแป้งหยาบที่เย็นชืดในมือ ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าด้วยแววตาสิ้นหวัง ภาระที่ต้องแบกรับถึงสามชีวิตนี้ช่างหนักหนาจนนางอยากจะตายแล้วไปเกิดใหม่อีกรอบให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าในตอนนั้นเอง มือน้อยๆ ของทารกหญิงก็เอื้อมมาดึงชายกระโปรงของนางเบาๆ
"หิว..."
เยี่ยชูถังถอนหายใจยาว นางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าแล้วผุดลุกขึ้นยืนในที่สุด เอาเถอะ ถึงเวลาต้องลุกขึ้นมาสู้ชีวิตแล้ว!
หญิงสาววางแผนชีวิตเอาไว้อย่างดิบดี ขอเพียงนางอดทนเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาวทั้งสามให้เติบโตเป็นฝั่งเป็นฝาได้สำเร็จ หลังจากนั้นนางก็จะวางมือจากทุกสิ่ง แล้วกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบายตามที่เคยตั้งใจไว้
แต่ใครจะไปคิดว่า บนโลกใบนี้จะมีบุรุษผู้หนึ่งที่เข้ามาขัดขวางไม่ให้นางได้ทำตามใจปรารถนา
"คุณหนูรองเยี่ยปล่อยให้ข้ารอมาตั้งหลายปี ถึงยังไงก็ต้องให้คำตอบข้าบ้าง"
เยี่ยชูถังมองหน้าบุรุษตรงหน้าแล้วสวนกลับทันที
"พูดอะไรออกมา ตอนนั้นใครกันที่หน้าหนามานอนเฝ้าหน้าประตูบ้านข้าแล้วไม่ยอมไป สุดท้ายก็กลายเป็นความผิดของข้าอย่างนั้นรึ?"
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป ชื่อเสียงของตระกูลเยี่ยกลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นดิน น้องชายคนที่สามสอบได้ตำแหน่งจอหงวน เป็นขุนนางคนสำคัญในราชสำนัก น้องชายคนที่สี่สร้างผลงานทางทหารจนมีชื่อเสียงเกรียงไกรไปทั่วแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนน้องสาวคนที่ห้าก็กลายเป็นคหบดีผู้มั่งคั่ง กิจการการค้ารุ่งเรืองจนมีทรัพย์สินมหาศาลเทียบเท่าสมบัติของชาติ
จะมีก็เพียงแต่คุณหนูรองตระกูลเยี่ยเท่านั้นที่วันๆ เอาแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงดูน้องๆ จนลืมใส่ใจเรื่องของตนเอง รู้ตัวอีกทีอายุก็ล่วงเลยวัยออกเรือนไปไกล จนเรื่องการแต่งงานของนางกลายเป็นเรื่องน่าหนักใจของคนทั้งตระกูล
จนกระทั่งวันหนึ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าอย่างเสิ่นเหยียนชวน โหวแห่งติ้งเป่ย ก็ได้ยกขบวนสินสอดแดงฉานยาวเหยียดนับสิบลี้มาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านตระกูลเยี่ยเพื่อสู่ขอนางด้วยตนเอง
เยี่ยชูถังนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมา
"ถ้าอย่างนั้น คราวนี้ท่านเป็นคนเลี้ยงลูกก็แล้วกัน"