“ปล่อยลูกชายของฉันไป! หยุดนะ เสี่ยวเฉิน!”
เหวินเชียนกรีดร้องเสียงดังในความฝัน ก่อนจะสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งทันที
ดวงตาของเธอแดงก่ำและเต็มไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด
ร่างกายของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น
เธอยังตกอยู่ในภวังค์ แต่ภาพตรงหน้าทำให้เธอตะลึงงันไปชั่วขณะ รูม่านตาหดเล็กลง ก่อนจะกลับมาโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว
นี่มัน…บ้านตระกูลลู่เก่าไม่ใช่หรือ
แต่บ้านตระกูลลู่ไม่ได้ถูกทำลายไปนานแล้วหรือ? และเธอก็ตายไปแล้วไม่ใช่หรือไง?
เหวินเชียนหยิกแขนตัวเองเพราะกลัวว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ แต่ความเจ็บก็แล่นเข้ามาถึงสมอง
เธอถึงกับอึ้ง หรือว่าเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งจริงๆ
ในชาติที่แล้ว หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต เธอก็แต่งงานแล้วใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าขัดใจใครในบ้านตะกูลลู่เลย
สามีของเธอเอาแต่ประจำอยู่ในกองทัพ ไม่เคยกลับมาหาเธอที่บ้านเลยสักครั้ง
เขาเพียงแค่ส่งเงินกลับมาให้ที่บ้านทุกเดือนเท่านั้น
แต่คนในตระกูลลู่กลับพากันบีบคั้นเธอ ต้องการเงินไปซื้อโทรศัพท์ ต้องการเงินไปสร้างบ้านให้ลูกชายคนเล็ก
พวกเขาเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้เธอจะไม่เต็มใจ แต่ก็ถูกกดดันจนต้องยอมจำใจให้ไป
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังขู่ว่าจะเอาเสี่ยวเฉิน ลูกชายของเธอไปและบังคับให้เธอยอมจ่ายเงิน
เธอจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องมอบเงินทั้งหมดให้ไป
แต่สุดท้าย ถึงจะให้เงินไปแล้ว ลูกชายของเธอก็ถูกลักพาตัวไปอยู่ดี
ตอนที่เธอพยายามออกตามหาลูกชายของเธอ เธอกลับถูกทำให้หมดสติ
เมื่อตื่นขึ้นมา เธอกลับไปปรากฏตัวใน บ้านของไอ้โง่ประจำหมู่บ้าน
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอก็ถูกน้องสะใภ้จัดฉาก ทำเป็นจับได้ว่าเธอมีชู้ แถมยังถูกกล่าวหาว่าทนเหงาไม่ไหว
เรื่องอื้อฉาวน่าอับอายจึงโด่งดังไปทั่ว
เธอคุกเข่าอยู่หน้าประตู เลือดไหลอาบศีรษะ แต่ก็ยังถูกเตะไล่ออกมาเหมือนหมา
สุดท้าย พวกเขาก็แสร้งทำเป็นใจดี ยอมให้เธอเข้าบ้านอีกครั้ง แต่พอเธอฟื้นขึ้นมา กลับถูกขายไปอยู่บนภูเขา
ที่นั่น เธอถูกผู้ชายป่าเถื่อนทรมานเหมือนสัตว์ สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว และตายไปอย่างอนาท
ความโกรธพวยพุ่งขึ้นจนร่างกายสั่นสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำ
เธออยากจะคว้ามีดขึ้นมาฆ่าพวกมันซะให้สิ้นซาก สับพวกมันทั้งหมดให้เป็นชิ้นๆ
แล้วทันใดนั้นเธอก็คิดขึ้นได้ว่า เสี่ยวเฉินลูกชายของเธอ ตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน?
เหวินเชียนหันซ้ายหันขวาด้วยความกระวนกระวาย และเธอก็เห็นเสี่ยวเฉินนอนอยู่ข้างๆ อย่างสงบ
เธอชะงักไปเมื่อเห็นเขา เธอเอื้อมมือไปแตะใบหน้าซีดเซียวของลูกชายเบาๆ
น้ำตาเอ่อล้นในดวงตา ดวงตาแดงก่ำ โชคดีจริงๆ ที่ลูกชายยังมีชีวิตอยู่…
แต่ภาพสุดท้ายก่อนตายก็แล่นกลับเข้ามาในหัวทันที
เสี่ยวเฉินถูกผู้ชายหลายคนรุมตีด้วยไม้ ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล
ขาขวาถูกตัด นิ้วมือซ้ายขาดไปหลายนิ้ว เหมือนซากศพที่รอความตาย
และสุดท้าย เขาก็ตายไปอย่างน่าเวทนา…
เหวินเชียนยกมือขึ้น สัมผัสเบาๆ ที่ขาขวาและมือซ้ายของลูกชาย
น้ำตาคลอเมื่อเห็นว่ามันยังอยู่ครบ ดังนั้นเธอจึงสาบานกับตัวเองว่า
ชาตินี้เธอจะไม่ยอมมีชีวิตที่เป็นคนขี้ขลาดอีกต่อไป เธอจะใช้ชีวิตอย่างสง่างาม
และมอบชีวิตที่ปกติสุข และเต็มไปด้วยความสุขให้กับลูกชายของเธอ
และคนในตระกูลลู่ทุกคนมันจะต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำกับเธอไว้
เช้าวันนั้น เหวินเชียนตื่นตรงเวลา เธอพาลูกชายไปล้างหน้า แล้วนั่งลงบนเก้าอี้
โจ๊กข้นสองชามถูกยกมาวางตรงหน้าเด็กชาย เธอหยิบไข่สามฟองบนโต๊ะ ปอกเปลือก
แล้วยื่นให้เสี่ยวเฉินสองฟอง ส่วนอีกฟองใส่ปากตัวเอง
สายตาของลูกชายทำให้เธอใจหาย เหวินเชียนยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆขอเขา อย่างอ่อนโยน
เธอมองใบหน้าอันผอมแห้งของเขาด้วยความเจ็บปวด “เสี่ยวเฉิน กินไข่เถอะนะ”
“แม่…” เสี่ยวเฉินมองเธอด้วยแววตาเหลือเชื่อ เหวินเชียนชะงักไปเล็กน้อย เขาเม้มปาก กลืนน้ำลาย มองไข่ต้มสีขาวนุ่มในมือ
ลูกชายของเธอตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้กินไข่เลยสักครั้ง
เธอดื่มโจ๊กในชามหมดภายในไม่กี่คำ แล้วก้มมองเสี่ยวเฉินที่เอาแต่จ้องไข่โดยไม่ยอมกิน
เธอทั้งโกรธทั้งสงสาร จึงเอ่ยปลอบเบาๆ แล้วคะยั้นคะยอให้เขากิน
“เสี่ยวเฉิน กินเร็วสิ”
ทันใดนั้น ลู่เหวินกับลู่เฟิงก็เดินมาที่โต๊ะ เมื่อทั้งสองเห็นเสี่ยวเฉินกำลังกินไข่ก็รีบเหลือบตาไปมองบนโต๊ะ
แต่พวกเขาก็ไม่เห็นไข่เหลืออยู่ ทั้งสองจึงทรุดตัวลงกับพื้นและร้องไห้เสียงดัง
“ไข่ของคุณย่า! ไข่ของพี่ชายกับฉัน! มันถูกไอ้คนเลวกินหมดไปแล้ว! มันกินไข่ของฉันไปแล้ว!”
เสียงร้องโวยวายของเด็กสองคนนั้นดังลั่น ติงชุยฮัวที่อยู่ในครัวจึงรีบวิ่งออกมา
เธอเห็นหลานชายนอนอาละวาดอยู่บนพื้นก็ตกใจ “โอ๊ย หลานรักของย่า เกิดอะไรขึ้น อย่าร้องไห้นะ อย่าร้องไห้”
ลู่เหวินโผกอด เธอทั้งน้ำตา เขาชี้ไปที่เสี่ยวเฉินบนโต๊ะแล้วร้องโวยวาย
“ไอ้คนเลวนั่นแหละที่กินไข่ของฉันไป คุณย่าตีมันให้ตายเลยนะ บังคับมันคายไข่ออกมาให้ฉันด้วย”
เมื่อเห็นเศษไข่ติดอยู่ที่มุมปากของเสี่ยวเฉิน และบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยเปลือกไข่ ติงชุยฮัวก็โมโหจนขว้างทัพพีในมือใส่เหวินเชียนทันที
“นังคนเลว! โลบนักนะ! คงอดอยากจนตายมาแต่ชาติปางก่อนล่ะสิ ถึงได้แย่งหลานฉันกินแบบนี้!”
เหวินเชียนเบี่ยงตัวหลบ ขณะอุ้มลูกชายไว้แนบ อก เธอจ้องติงชุยฮัวด้วยสายตาเย็นชา
“นี่แกกล้ามองฉันงั้นหรือ!”
พูดจบ ติงชุยฮัวก็คว้าไม้จากพื้นและก้าวเข้ามาหาเหวินเชียนทันที
แต่เหวินเชียนฉวยหยิบชามโจ๊กบนโต๊ะ เทราดใส่หัวของติงชุยฮัวทันที
“บัดซบจริงนะ! แกเป็นแค่คนแก่ไร้ประโยชน์ ยังมีหน้ามาห้ามไม่ให้ลูกชายฉันกินไข่อีกเหรอ
ทั้งๆ ที่ไก่ทุกตัวฉันเป็นคนเลี้ยงมันกับมือแท้ๆ”
“เสี่ยวเฉินไม่เคยได้กินไข่เลยตั้งแต่เขาเกิดมา แล้วทำไมเด็กสารเลวสองคนนั้นถึงได้กินกันทุกวัน!”
ติงชุยฮัวยืนตัวเปียกปอนอยู่กลางลาน เม็ดข้าวติดเต็มผม สายตาเบิกโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อ
ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกล้าตอบโต้เธอ?! เธอไม่ควรยืนให้ตีอยู่เฉยๆ หรอกหรือ?
เธอจ้องไปที่เหวินเชียนตาเขม็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“นังสารเลว! แกกล้าลุกขึ้นมาตีแม่สามีอย่างได้ยังไง!”
เหวินเชียนกวาดตามองลู่เหยาและจางเหยียนที่เพิ่งตื่น ทั้งสองเดินออกมาดูเหมือนมาชมละคร
แถมยังหาวไม่หยุดอีกด้วย เธอเชิดคางมองจางเหยียน แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า
แกกล้าเรียกตัวเองว่าสะใภ้ใหญ่ในบ้าน แต่กลับโง่เง่าไม่รู้จักปกป้องแม่สามีตัวเองอีกหรือ?”
ไม่นาน หัวหน้าครอบครัวอย่าง ผู้เฒ่าลู่ ก็เดินออกมา เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็หน้าเสียทันที
ทันทีที่เห็นคุณปู่ เด็กทั้งสองก็รีบวิ่งไปกอดขา ร้องอ้อนวอนเสียงดัง
“คุณปู่! ตีมันให้ตายเลย แล้วให้มันคุกเข่าให้เราขี่เป็นม้าด้วย!”
ลู่เฟิงเสริมด้วยเช่นกัน “ใช่! ให้มันคุกเข่าให้ฉันขี่เป็นม้าเหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหวินเชียนก็โกรธจนตัวสั่นทันที นี่พวกมัน…กล้าปฏิบัติต่อเสี่ยวเฉินเหมือนม้าได้ยังไง
ไม่แปลกเลยที่ลูกชายของเธอกลับมาพร้อมกับบาดแผลอยู่เสมอ แต่เขาก็ไม่เคยปริปากบอกอะไรเลยสักคำ
เหวินเชียนกวาดตามองอาหารเช้าบนโต๊ะ ก่อนพูดเสียงเย็น
“พวกแกอยากกินนักใช่ไหม ดีเลย งั้นก็ไม่ต้องกินมันสักคำ!”
พูดจบเธอก็ตวัดมือ คว่ำโต๊ะอาหารใส่พวกเขา แม้แต่ผู้เฒ่าลู่ ก็หลบไม่ทัน กางเกงเปียกชุ่มไปหมด
ถ้วยชามชามแตกละเอียด อาหารกระจัดกระจายเต็มพื้น
“พวกแกกล้ารังแกลูกชายฉันลับหลังอย่างงั้นเหรอ ดีเลยงั้นก็อย่าหวังว่าจะได้กินอะไรอีกเลย!”