สายตาของทั้งสองประสานกัน เหวินเชียนหันไปมองลู่เหยา ก่อนส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
คนแบบนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ หากจะโทษก็ต้องโทษตัวเอง ที่เปิดโอกาสให้คนอื่นฉวยผลประโยชน์ครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อมีช่องว่างให้เห็น คนโลภย่อมไม่มีทางปล่อยผ่าน
ลู่เหยาเดินโซเซ กอดขวดเหล้าแน่น กลิ่นสุราหอมฉุนลอยเข้าจมูก เขาสูดหายใจลึก หลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม
“หอมจริงๆ...”
เขาเปิดขวด จิบไปคำหนึ่ง ก่อนยิ้มกว้างอย่างพอใจ
“อร่อย... นี่แหละเหล้าดี! ฮ่าๆๆ!”
จากจิบเล็กๆ กลายเป็นยกดื่มรวดเดียวไม่หยุด ไม่นานเหล้าก็หมดไปกว่าครึ่งขวด
ใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายเริ่มโงนเงน เขาหัวเราะเสียงดัง พลางกระดกจนหมดขวด ก่อนเหวี่ยงขวดทิ้งอย่างหงุดหงิด
“แค่นี้เองเหรอ! ยังไม่ทันเมาเลย!”
เขาทรุดนั่งลงกับพื้น ดิ้นไปมา พลาง สบถ เสียงดัง
“พวกแกหัวเราะเยาะฉันใช่ไหม... แม้แต่แกก็ยังหัวเราะเยาะฉัน คิดว่าตัวเองเป็นใคร!”
มือถลอกจนเลือดซึม แต่เขาไม่รู้สึกเจ็บ กลับร้องไห้เหมือนเด็ก ก่อนพร่ำด่าอย่างไม่หยุด
“ลู่เจิ้ง ไอ้สารเลว! ทำไมแกถึงได้มีชีวิตที่ดีกว่าฉัน!”
“พ่อบอกแล้วว่า แกต้องถูกเหยียบไว้ทั้งชีวิต ห้ามลุกขึ้นมาได้!”
“แล้วอีเหวินเชียน! ยังกล้ามาตีฉันอีก ครอบครัวแกก็เป็นได้แค่คนรับใช้ของบ้านฉัน!”
เขาสะอื้นจนตัวโยน ก่อนตะโกนด่าต่อ
“ทำไมลูกฉันต้องถูกขาย! คนที่ควรถูกขายคือไอ้ลู่เฉินต่างหาก!”
“เงินของฉัน! อีเหวินเชียน ทำไมแกไม่ไปขายตัว! ถ้าไม่ใช่เพราะลู่เจิ้ง พวกแกคงตายไปนานแล้ว!”
“ครอบครัวฉันพังเพราะพวกแกทั้งหมด! นังร่านกับไอ้ลู่เจิ้ง สมควรตาย!”
เสียงด่าทอดังอยู่กลางถนนอันเงียบสงัด ขณะที่เหวินเชียน ลู่เจิ้ง ยืนฟังอย่างเงียบงัน
สีหน้าของลู่เจิ้งค่อยๆ เย็นชา เส้นเลือดบนหน้าผากปูดนูน มือที่จับแฮนด์จักรยานกำแน่นจนข้อขาว
ในกองทัพ เขาเป็นคนสุขุม ไม่ว่าเจอสถานการณ์อันตรายเพียงใดก็ไม่เคยเสียการควบคุม
แต่ครั้งนี้ เขาแทบอดกลั้นไม่ไหว
เหวินเชียนเอื้อมมือแตะหลังมือเขาเบาๆ เป็นเชิงห้าม ก่อนเงยหน้าสบตาด้วยแววตาสงบนิ่ง
โชคดีที่ถนนสายนี้แทบไม่มีคนเดินผ่าน เพราะอากาศร้อนจัดและไม่ใช่วันหยุด ทุกคนต่างเก็บตัวอยู่ในบ้าน
หลังร้องไห้และด่าจนหมดแรง ลู่เหยาก็กอดต้นไม้ไว้แน่น ใช้ทั้งแขนและขาพันรอบลำต้น พึมพำอยู่สองสามคำ ก่อนหลับสนิท
เหวินเชียนกับลู่เจิ้งเข็นจักรยานผ่านไป
จังหวะนั้นเอง เงินปึกหนึ่งหล่นออกจากกระเป๋าของลู่เหยา คงร่วงตอนที่เขาดิ้นอยู่เมื่อครู่
ลู่เจิ้งก้มลงเก็บ แล้วยื่นให้เหวินเชียน ก่อนทั้งสามจะปั่นจักรยานจากไป
ส่วนลู่เหยายังคงหลับกอดต้นไม้ เลียริมฝีปากยิ้มอยู่ในฝัน โดยไม่รู้เลยว่าเงินที่เพิ่งได้คืนมาหล่นหายไปอีกครั้ง
เหวินเชียนมองเงินในมือ ก่อนเอ่ยขึ้น
“เอาเงินก้อนนี้ไปบริจาคให้กองทุนช่วยเหลือลูกหลานทหารพลีชีพเถอะ”
เธอไม่คิดจะเก็บเงินนี้ไว้ ทั้งเธอและลู่เจิ้งไม่ได้ขัดสน อีกทั้งเงินก้อนนี้ยังทำให้เธอรู้สึกสกปรก
แต่สำหรับเด็กหลายคนที่สูญเสียพ่อแม่ เงินจำนวนนี้อาจเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้
ลู่เจิ้งชะงัก ก่อนพยักหน้า
“ได้”
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ทุกเดือน... ผมส่งเงินช่วยเหลือครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตอยู่แล้ว”
“ผมไม่ได้ตั้งใจปิดบังคุณ”
เหวินเชียนยิ้มบาง
“ไม่เป็นไร นั่นเป็นสิ่งที่คุณควรทำอยู่แล้ว”
คำพูดนั้นทำให้เธอหวนนึกถึงอดีต
ตอนเด็ก ลู่เจิ้งตัวเล็กและผอมกว่าลู่เหยามาก ติงชุยฮัวกับผู้เฒ่าลู่ใช้เขาทำงานหนักอยู่เสมอ
บางครั้งเธอเห็นเขาเก็บหญ้าป่ามากินประทังหิว จึงแอบเอาซาลาเปาไปให้
ต่อมา เมื่อโตขึ้น เขาแอบเรียนล่าสัตว์กับพรานเฒ่าในหมู่บ้านโดยไม่ให้คนในบ้านรู้ และเคยมอบกระต่ายตัวหนึ่งให้เธอเป็นการตอบแทน
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ค่อยๆ ห่างเหิน โดยเฉพาะเมื่อเขาเข้ากองทัพ แทบไม่ได้พบหน้าหรือพูดคุยกันอีก
ยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มผู้สง่างามในวันนี้ เคยเป็นเด็กผอมแห้งที่ถูกครอบครัวรังแกมาตลอด
บางที... เพราะเคยผ่านความทุกข์ยาก เขาจึงอยากช่วยเหลือคนอื่นให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
“ขอบคุณนะ”
เหวินเชียนยิ้ม ก่อนก้มมองเสี่ยวเฉินในอ้อมแขน ใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกเล็กๆ ของลูกอย่างอ่อนโยน
ภาพนั้นทำให้หัวใจของลู่เจิ้งอ่อนยวบ จู่ๆ เขาก็อยากกอดเธอขึ้นมา
ปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย ก่อนกำเข้าหากันแน่น เม้มริมฝีปากอย่างประหม่า แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าก้าวออกไป
...รออีกสักหน่อยก็แล้วกัน
แม้เหวินเชียนจะบอกว่าทำทุกอย่างเพื่อเสี่ยวเฉิน แต่ความปรารถนาของคนเป็นแม่ก็ไม่ต่างจากใคร
เธอหวังเพียงให้ลูกเติบโตอย่างปลอดภัย และมีชีวิตที่สงบสุข
เหวินเชียนรู้ว่าผู้เฒ่าลู่คงคิดว่าลู่เหยานำเงินกลับมาครบแล้ว และกำลังวางแผนบางอย่างอยู่
แต่ตอนนี้ เงินก้อนนั้นหายไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะคิดทำอะไร แผนก็คงต้องสะดุด
เธอไม่รู้ว่าผู้เฒ่าลู่กำลังวางหมากอะไร แต่ไม่ว่าจะมาไม้ไหน เธอก็พร้อมรับมือ
ศัตรูมาก็สู้ น้ำมาก็กั้น
ค่อยๆ เดินไปทีละก้าว แล้วรอดูว่าพวกนั้นจะงัดกลเม็ดอะไรออกมาอีก
ระหว่างทาง เหวินเชียนเหลือบเห็นชายคนหนึ่งเดินสวนมา
เขาคือชายสติไม่สมประกอบจากหมู่บ้านข้างๆ
ชายคนนี้ไม่เคยรังแกผู้หญิง แต่กลับชอบแกล้งผู้ชาย โดยเฉพาะคนหน้าตาดี ผิวขาวสะอาดแบบลู่เหยา
เมื่อเห็นลู่เหยานอนกอดต้นไม้หลับไม่รู้เรื่อง รอยยิ้มประหลาดก็ผุดขึ้นบนใบหน้า
จากนั้นเขาก็วิ่งตรงเข้าไปหาลู่เหยา ราวกับพบสมบัติล้ำค่า...