ลู่เหยาหันไปตะโกน “แม่! จับขาเหวินเชียนไว้!”
ติงชุยฮัวที่ล้มจนเอวแทบหัก ฝืนคลานเข้าไปกอดขาเหวินเชียนแน่น
เหวินเชียนยกเท้าอีกข้างขึ้นทำท่าจะเตะ ติงชุยฮัวตกใจรีบยกมือขึ้นป้องกันหน้าตัวเอง
พอเธอลดมือลงอีกครั้ง เหวินเชียนก็ฉวยโอกาสถอยหลบไปด้านข้างแล้ว
ลู่เหยาและจางเหยียนรีบพุ่งตรงไปยังกระท่อมมุงจาก ผลักประตูออกสุดแรง
ปัง!
ทั้งสองชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ... ก่อนความดีใจนั้นจะสลายไปในพริบตา
คนที่ยืนอยู่ในห้อง ไม่ใช่เด็กทั้งสอง
แต่เป็น...
“พี่ใหญ่?”
ลู่เหยายืนนิ่ง ราวกับถูกฟ้าผ่า จางเหยียนผลักเขาให้พ้นทางแล้วรีบวิ่งเข้าไปค้นทั้งห้อง
เธอเปิดตู้ ก้มดูใต้เตียง ค้นทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของลู่เหวินกับลู่เฟิงเลย
ลู่เจิ้งยืนอยู่กลางห้อง ใบหน้าเย็นเฉียบ ดวงตาที่มองลู่เหยาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเคยคิดว่าครอบครัวจะดูแลเหวินเชียนกับลูกเป็นอย่างดี จึงไม่เคยกังวล
แต่สิ่งที่เขาเห็นในวันนี้ ทำให้เขารู้ว่าตัวเองคิดผิดมาตลอด
ผู้เฒ่าลู่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าหนักอึ้ง แต่ยังคงรักษาท่าทีของหัวหน้าครอบครัวไว้
“กลับมาแล้วก็ออกมาสิ จะให้พ่อไปเชิญหรือไง”
ลู่เจิ้งเดินออกจากกระท่อม แต่ไม่ได้เดินไปหาพ่อ เขาเดินตรงไปยืนข้างเหวินเชียนและลู่เฉิน
ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าสองแม่ลูก ราวกับกำแพงที่ไม่มีใครข้ามผ่านได้
ลู่เหยามองจางเหยียน ทั้งคู่สบตากันด้วยความสิ้นหวัง
เขารีบกระซิบ “ฉันจะไปหาพวกมัน คืนเงินให้ แล้วเอาลูกกลับมา”
จางเหยียนรีบพยักหน้า “ใช่ รีบไปเถอะ ฉันจะไปกับคุณด้วย”
“ไม่ต้อง ฉันไปคนเดียวเร็วกว่า คุณอยู่เฝ้าที่นี่แหละ”
พูดจบ ลู่เหยาก็รีบวิ่งออกจากลานบ้านไป จางเหยียนเช็ดน้ำตา ก่อนหันมายิ้มเยาะ
“พี่ใหญ่กลับมาแล้ว คราวนี้ไม่ต้องกลัวว่าพวกเราจะแกล้งพี่สะใภ้ลับหลังแล้วสินะ”
แต่ใคร ๆ ก็มองออกว่า คนที่ถูกกระทำมาตลอดคือเหวินเชียน
จางเหยียนไม่คิดจะแสร้งทำดีอีกต่อไป
ในสายตาเธอ ลู่เจิ้งหายไปหลายปี บางทีอาจกลับมาเพื่อหย่าก็ได้
เหวินเชียนในตอนนี้ทั้งผอมทั้งซีด ผมแห้งยุ่งเหมือนฟาง ร่างกายซูบจนแทบเหลือแต่กระดูก
เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะมีผู้ชายคนไหนยังต้องการผู้หญิงแบบนี้อีก
ผู้เฒ่าลู่เหลือบมองจางเหยียน ก่อนหันมาพูดกับลู่เจิ้ง
“ในเมื่อกลับมาแล้ว ก็ไปช่วยน้องชายตามหาเสี่ยวเหวินกับเสี่ยวเฟิงสิ แกอยู่กองทัพมาหลายปี
ต้องรู้จักคนในเมืองบ้าง รีบไปตามหาหลานของแกเถอะ”
จางเหยียนรีบขัดทันที “พ่อไม่ได้! ถ้าพ่อ... เอ๊ย ถ้าพี่ใหญ่ไป ทุกอย่างก็จะเปิดเผยหมด!”
“หุบปาก!”
ผู้เฒ่าลู่ตวาดเสียงดัง “ต่อให้พ่อแม่อย่างพวกแกไม่สนใจลูก แต่ฉันต้องเอาหลานกลับมาให้ได้!”
ติงชุยฮัวเองก็หันมาตะโกนใส่ลู่เจิ้ง “ยังยืนบื้ออะไรอยู่อีก รีบไปหาเดี๋ยวนี้! ถ้าหาหลานฉันไม่เจอ ฉันจะตีแกให้ตาย!”
เหวินเชียนมองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา แค่นี้ยังไม่พอหรอกนะ
ความเจ็บปวดที่คนพวกนี้กำลังได้รับ ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของสิ่งที่เธอเคยเผชิญในชาติก่อนเลย
ลู่เจิ้งมองผู้เป็นพ่อ ก่อนพูดเสียงเรียบ
“ผมไม่ได้ติดหนี้ตระกูลลู่”
ผู้เฒ่าลู่เดือดดาลทันที
“ไอ้ลูกอกตัญญู! ฉันเลี้ยงแก ส่งแกเข้ากองทัพ พอแกได้เป็นนายทหาร ก็คิดจะตัดขาดกับครอบครัวงั้นหรือ!”
เขาคว้าเก้าอี้ข้างตัวขว้างใส่ลู่เจิ้ง
“ฝันไปเถอะ!”
ลู่เจิ้งไม่แม้แต่จะหลบ
“คุณเลี้ยงผมแค่สามปี แต่ผมทำงานเลี้ยงครอบครัวนี้มาสิบเจ็ดปี”
“ผมไม่ได้ติดหนี้คุณอีกแล้ว”
ผู้เฒ่าลู่ไอด้วยความโกรธ “แต่ฉันเป็นคนให้กำเนิดแก! ชีวิตของแกเป็นของฉัน!”
เหวินเชียนมองแผ่นหลังของชายตรงหน้า ไหล่กว้าง เอวคอด รูปร่างสง่างาม แตกต่างจากคนตระกูลลู่อย่างเห็นได้ชัด
ข่าวลือในหมู่บ้านที่ว่า ลู่เจิ้งอาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของผู้เฒ่าลู่... หรือว่ามันจะเป็นเรื่องจริง?
เธอยังไม่ทันคิดต่อ ลู่เจิ้งก็หันมาอุ้มลู่เฉินจากอ้อมแขนของเธอ
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่มือของเหวินเชียน
มือคู่นั้นเต็มไปด้วยรอยด้านและแผลเป็น หยาบกร้านยิ่งกว่ามือของทหารอย่างเขาเสียอีก
ความเจ็บปวดก็ฉายชัดในดวงตา
ส่วนลู่เฉินที่อยู่ในอ้อมแขนพ่อ ก็ยังซุกตัวเงียบ ๆ อย่างหวาดกลัว
ไม่นาน ลู่เหยาก็วิ่งกลับมา ใบหน้าซีดเผือด หอบจนแทบพูดไม่ออก
“ไม่มี... ไม่มีใครอยู่เลย...” จางเหยียนรีบคว้าแขนเขา เขย่าอย่างแรง
“แล้วลูกล่ะ? ลูกเราอยู่ไหน? คุณบอกว่าจะพาพวกเขากลับมาไม่ใช่เหรอ!”
ลู่เหยาส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง “ที่นั่นว่างเปล่า... พวกมันหายไปหมดแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้!” จางเหยียนกรีดร้อง
“พวกมันบอกว่าจะยังไม่ไปจนกว่าจะถึงมะรืนนี้นี่!”
ลู่เหยาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สีหน้าว่างเปล่า
“จบแล้ว...”
“ตระกูลลู่... จบแล้วจริง ๆ...”
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างคนคว้าฟางเส้นสุดท้าย
“แจ้งตำรวจ!”
“ให้ตำรวจช่วยตามหาลูกเถอะ!”
แต่ทันทีที่พูดจบ ทั้งเขาและจางเหยียนก็เงียบลง
ทั้งคู่รู้ดีว่า หากแจ้งตำรวจ เรื่องที่พวกเขาสมคบคิดกับพ่อค้ามนุษย์ก็จะถูกเปิดโปงเช่นกัน
ติงชุยฮัวนั่งร้องไห้กลางลานบ้าน
“โอ๊ย... หลานฉัน!”
“ไอ้พวกค้ามนุษย์ชั่ว! เอาหลานฉันคืนมานะ!”
เสียงร้องไห้และความโกลาหลในบ้านดังจนชาวบ้านเริ่มทยอยมามุงดู
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย
“บ้านตระกูลลู่เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้กันเหมือนมีคนตายเลยล่ะ?”
อีกคนหรี่ตามองเข้าไปในลาน “นั่นลู่เจิ้ง ลูกชายคนโตใช่ไหม? เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ใช่จริงด้วย! ก่อนหน้านี้ยังลือกันว่าเขาจะหย่าแล้วไปแต่งกับสาวในเมืองไม่ใช่เหรอ”
“ดูไม่น่าใช่นะ เขายังอุ้มเสี่ยวเฉินอยู่เลย”
ชายสูงวัยคนหนึ่งขมวดคิ้ว
“แล้วทำไมลู่เหยากับจางเหยียนถึงหน้าซีดแบบนั้นล่ะ?”
อีกคนตั้งใจฟัง ก่อนสีหน้าเปลี่ยนทันที
“เมื่อกี้เหมือนได้ยินคำว่า... พ่อค้ามนุษย์”
“หมู่บ้านเรามีพ่อค้ามนุษย์งั้นเหรอ?”