บทที่ 183: กฎระเบียบ
ลึกๆ ในใจของเยี่ยนซานเหอเวลานี้ก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆ
นางไม่ชอบการรับมือกับผู้คนมากที่สุดในชีวิต เพราะการต้องปั้นหน้าเข้าหากันนั้นมันทั้งจอมปลอมและสร้างความเหนื่อยล้าให้กับจิตใจ
พอหลี่ปู้เหยียนเข้ามาก่อกวน ท่าทีที่เคยแข็งขืนของนางก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง เมื่อสองเท้าก้าวเดินมาถึงหน้าเรือนฉือเอิน นางจึงเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในด้วยท่วงท่าที่สง่างามเป็นธรรมชาติ
ฮูหยินผู้เฒ่าชะเง้อคอมองหาอยู่นานแล้ว พอเห็นร่างของหญิงสาวเดินเข้ามาก็รีบขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเตรียมต้อนรับ ทว่ากลับถูกมือของเซี่ยจือเฟยจับบ่ากดให้นั่งลงไปตามเดิม
"ท่านย่า นั่งลงเถอะขอรับ ไม่มีธรรมเนียมที่ผู้อาวุโสต้องลุกขึ้นต้อนรับผู้น้อยหรอกนะขอรับ"
เยี่ยนซานเหอก้าวเท้าไปข้างหน้า พยักหน้าให้ฮูหยินผู้เฒ่าเล็กน้อย
"สบายดีหรือไม่เจ้าคะ?"
ไร้สรรพนามเรียกขาน ไร้การทำความเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติ คนทั้งโถงต่างตกตะลึงจนสูดลมหายใจเข้าลึก
เซี่ยจือเฟยคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเหตุการณ์จะต้องออกมาเป็นเช่นนี้
"จะโทษแม่นางเยี่ยนว่าเหินห่างก็ไม่ได้หรอกขอรับ ข้ากับท่านย่าไม่ได้เจอนางมาตั้งสามเดือน พอมาเจอกันกะทันหันก็เลยไม่รู้จะเรียกขานอย่างไรดี"
ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนฉลาดหลักแหลมเพียงใด ชี้หน้าเซี่ยจือเฟยพร้อมกับตำหนิอย่างไม่จริงจังนัก
"เจ้ายังจะกล้าพูดอีก รีบเชิญแม่นางนั่งลงเร็วเข้า"
"ยังไม่ต้องรีบขอรับ ข้าพานางไปทำความรู้จักกับทุกคนก่อน"
เซี่ยจือเฟยเดินนำไปหยุดอยู่ตรงหน้าสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่ง
"นี่คือท่านแม่ของข้า เรียกฮูหยินก็พอ"
เยี่ยนซานเหอก้าวเท้าไปข้างหน้า พยักหน้ารับเล็กน้อย
"ฮูหยินสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?"
แม้ฮูหยินจะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเยี่ยนซานเหอ ทว่านางก็รู้ดีว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นคนที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้ความสำคัญและโปรดปราน
"หากแม่นางมีเวลาว่างก็แวะไปนั่งเล่นที่เรือนของข้าได้นะ ไม่ต้องเกรงใจกัน"
เยี่ยนซานเหอพิจารณาฮูหยินอย่างจริงจัง หน้าตาของนางดูดีมีชาติตระกูล การแต่งกายเรียบร้อยสง่างาม คำพูดคำจาก็ดูเหมาะสมตามฐานะ
"ได้เจ้าค่ะ"
"พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าเคยเจอแล้ว"
เซี่ยจือเฟยกวักมือเรียกเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างสะใภ้จู
"นี่คือหลานชายของข้า เซี่ยหวยโจว หวยโจว เรียกท่านอาสิ"
เซี่ยหวยโจวอายุราวสี่ห้าขวบ ได้รับการสอนสั่งและเปิดตำราเรียนจากเซี่ยเต้าจือด้วยตนเอง เขาเดินมาตรงหน้าเยี่ยนซานเหอแล้วประสานมือคารวะตามแบบฉบับบัณฑิตตัวน้อย
"คารวะท่านอาเยี่ยนขอรับ"
ข้าต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่อย่างไรกัน ปู้เหยียน ช่วยข้าด้วย!
"นี่คือของขวัญแรกพบที่ท่านอาเยี่ยนเตรียมไว้ให้เจ้า"
เซี่ยจือเฟยแบมือออก เผยให้เห็นจี้หยกชิ้นเล็กวางอยู่บนฝ่ามือ
"รับไปเล่นสิ"
เซี่ยหวยโจวรับจี้หยกไปพร้อมกับส่งยิ้มบางให้เยี่ยนซานเหอ
"ขอบคุณท่านอาเยี่ยนขอรับ"
ท่านอาเยี่ยนได้แต่เงียบงัน
เซี่ยจือเฟยเอียงคอเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ข้าจัดการได้รอบคอบไหม"
เยี่ยนซานเหอส่งเสียงรับในลำคอเบาๆ คำพูดก็ไหลลื่น การกระทำก็งดงาม ต่อไปจะเรียกเจ้าว่าเซี่ยจอมรอบคอบก็แล้วกัน
"ท่านนี้คือพี่ใหญ่ของข้า เซี่ยเหวินซู"
เซี่ยจือเฟยหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวในชุดสีเขียว วางมือตบลงบนไหล่ของนางเบาๆ
"พี่ใหญ่ นางคือเยี่ยนซานเหอ"
หญิงสาวเบิกตากว้างเล็กน้อย ส่งยิ้มเอียงอายให้เยี่ยนซานเหอ
เยี่ยนซานเหอผงกศีรษะลงเล็กน้อย
"คุณหนูใหญ่สบายดีหรือไม่เจ้าคะ?"
"ดวงตาของพี่ใหญ่ข้ามองไม่เห็นน่ะ"
เยี่ยนซานเหอรู้สึกสะท้านในอก
มิน่าเล่าก่อนหน้านี้นางพักอยู่ในจวนสกุลเซี่ยเกือบหนึ่งเดือน แต่กลับไม่เคยพบหน้าคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ยเลย ที่แท้นางก็มองไม่เห็นนี่เอง
เยี่ยนซานเหอเห็นว่าดวงตาของนางดูใสกระจ่างไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป
"เป็นความผิดปกติภายหลังหรือเจ้าคะ?"
เซี่ยเหวินซูพยักหน้า
"มองไม่เห็นตอนอายุหกขวบน่ะ"
เยี่ยนซานเหอสะท้านในอกอีกครั้ง
นางทำหน้าที่คลายปมวิญญาณแก้ปมในใจให้ผู้คน พบเจอคนมาแล้วทุกรูปแบบ ได้ยินน้ำเสียงมาแล้วทุกประเภท แต่คุณหนูใหญ่สกุลเซี่ยตรงหน้านี้ แม้หน้าตาจะไม่ได้โดดเด่นสะดุดตา ทว่ากลับมีน้ำเสียงที่ไพเราะชวนฟังเหลือเกิน
นางไม่เคยได้ยินเสียงที่ไพเราะขนาดนี้มาก่อนเลย
"เยี่ยนซานเหอ สองท่านนี้คือพี่รองกับน้องสาวคนเล็กของข้า เจ้าคงเคยเจอแล้ว"
เยี่ยนซานเหอพยักหน้า
"คุณชายรอง คุณหนูรอง สบายดีหรือไม่เจ้าคะ?"
"พี่สาวเยี่ยน ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที!"
เซี่ยหว่านซูยื่นปากบ่นกระเง้ากระงอด
"ข้าแวะไปหาท่านที่เรือนจิ้งซือตั้งหลายรอบเลยนะเจ้าคะ"
"อืม"
เยี่ยนซานเหอพยักหน้ารับ เมื่อเบนสายตาไปก็สบเข้ากับสายตาของคุณชายรองเซี่ยพอดี
เซี่ยปู้ฮั่วผงกศีรษะให้นางเช่นกัน แววตาสงบนิ่งราวน้ำในทะเลสาบที่ไร้คลื่นลม
"ท่านนี้คืออนุภรรยาหลิ่ว ส่วนท่านนี้คืออนุภรรยาหลัว"
"ทั้งสองท่านสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?"
อนุภรรยาทั้งสองรีบลุกขึ้นทำความเคารพเยี่ยนซานเหอ
"แม่นางสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?"
เยี่ยนซานเหอกวาดสายตามองทีละคน รู้สึกประหลาดใจอยู่ลึกๆ
อนุภรรยาหลิ่วไม่ได้แต่งหน้าทาปาก ไร้ซึ่งเครื่องประดับใดมาประทินโฉม ทว่ากลับข่มอนุภรรยาหลัวที่ยังดูสาวและงดงามให้หมองลงไปได้อย่างง่ายดาย
หากเป็นเพียงเรื่องรูปร่างหน้าตาก็แล้วไปเถอะ แต่ท่วงท่าและราศีที่แผ่ออกมานี่สิ
บนโลกใบนี้ ภรรยาเอกย่อมมีโหงวเฮ้งแบบภรรยาเอก อนุภรรยาก็ย่อมมีหน้าตาแบบอนุภรรยา
อนุภรรยาหลิ่วไม่เพียงมีใบหน้าดั่งภรรยาเอก แต่ยังมีท่วงท่าราศีเฉกเช่นภรรยาเอกอีกด้วย มิน่าเล่าเซี่ยเต้าจือถึงได้หมางเมินบุตรชายและบุตรสาวจากเรือนรอง
มิเช่นนั้น จวนสกุลเซี่ยจะมีวันเวลาที่สงบสุขได้อย่างไร
"ท่านย่า รู้จักกันครบทุกคนแล้ว เริ่มงานเลี้ยงเถอะขอรับ"
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่คิดจะปิดบังความลำเอียงของตนเองเลยแม้แต่น้อย
"เจ้ากับแม่นางเยี่ยนมานั่งข้างข้าสิ"
…
งานเลี้ยงในครอบครัวจัดขึ้นที่โถงด้านข้าง โต๊ะกลมตัวใหญ่จัดวางอาหารว่างเย็นไว้พร้อมสรรพ
เยี่ยนซานเหอนั่งลงข้างฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ไม่เห็นวี่แววของอนุภรรยาทั้งสอง นางจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับมองตรงไปยังเซี่ยจือเฟย
เซี่ยจือเฟยรู้ดีว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไร
ทว่านี่คือกฎระเบียบของตระกูลใหญ่ อนุภรรยาไม่อาจร่วมโต๊ะอาหารได้ ต่อให้เป็นงานเลี้ยงภายในครอบครัวก็ต้องแยกจัดอีกโต๊ะหนึ่ง
เขายกกำปั้นขึ้นปิดปากกระอมกระแอม ส่งสัญญาณให้เยี่ยนซานเหอไม่ต้องสนใจ
จังหวะเดียวกันนั้นเอง แม่ผัวลูกสะใภ้อย่างฮูหยินและสะใภ้จูก็ลุกขึ้นยืน ทั้งสองก้าวเดินไปยืนอยู่ด้านหลังฮูหยินผู้เฒ่า คนหนึ่งถือตะเกียบ อีกคนถือผ้าเช็ดหน้า คอยปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าทานอาหารอย่างนอบน้อม
เยี่ยนซานเหอรู้สึกรังเกียจขึ้นมาในใจ สีหน้าเคร่งขรึมลง
"ฮูหยินผู้เฒ่า ในเมื่อวันนี้เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อข้า ข้าไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใด ขอเพียงให้ฮูหยินและสะใภ้ใหญ่ได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันก็พอเจ้าค่ะ"
สิ้นประโยคนั้น ทุกคนในโต๊ะต่างพากันตกตะลึง
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน ใบหน้าของเยี่ยนซานเหอไร้ซึ่งอารมณ์ใด
นางแทบจะไม่ปรายตามองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยซ้ำ เพียงแค่วางมือขวาลงบนโต๊ะ ใช้นิ้วชี้เคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะ
ท่าทีนั้นราวกับกำลังรอคำตอบจากฮูหยินผู้เฒ่า และดูเหมือนเป็นการแสดงออกถึงความรำคาญใจไปในตัว
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนเป็นซีดขาว
ท่าทางเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เยี่ยนสิงชอบทำมากที่สุดในอดีต
หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตาของนางอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะพยายามข่มมันลงไป
"งานเลี้ยงวันนี้ ให้ทำตามที่แม่นางเยี่ยนบอก พวกเจ้าทุกคนนั่งลงทานข้าวเถอะ ไม่ต้องยึดธรรมเนียมแล้ว"
ทุกคนในโต๊ะต่างตกตะลึงกันอีกรอบ
ฮูหยินผู้เฒ่าผู้นี้ ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบมากที่สุด นางมักจะพูดเสมอว่าหากไร้กฎระเบียบก็ไม่อาจสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้
ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน เยี่ยนซานเหอกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ช้าไม่เร็ว
"ฮูหยินผู้เฒ่า เรียกข้าว่าซานเหอเถอะ ไม่ต้องเรียกแม่นางหรอกเจ้าค่ะ"
ในที่สุด ในที่สุดนางก็ยอมให้ข้าสนิทสนมด้วยแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกตื้นตันใจจนอกสั่นสะท้าน เอ่ยเสียงเครือ
"ดี ดี ดีเหลือเกิน"
เลือดในกายของเซี่ยจือเฟยสูบฉีดพลุ่งพล่านเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของเยี่ยนซานเหอ
ใครบอกว่าเด็กคนนี้ไม่รู้จักการเข้าสังคม
นางแค่ไม่สนใจ ไม่อยากทำ และไม่เต็มใจต่างหาก
ดูจังหวะรุกรับที่นางใช้จัดการกับฮูหยินผู้เฒ่าสิ ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง
ทว่าตอนนั้นเอง กลับมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
"แม่นางมีความเห็นอกเห็นใจก็ส่วนเห็นอกเห็นใจ ทว่ากฎระเบียบนี้ยังคงต้องรักษาไว้"
ฮูหยินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาว เลี้ยงดูนายท่านมาเพียงลำพังด้วยความยากลำบาก กว่าตระกูลเซี่ยจะมีวันนี้ได้ ข้าปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าทานอาหาร ถือเป็นการแสดงความกตัญญูแทนนายท่าน ไม่รู้สึกเหนื่อยยากเลยสักนิด"
สีหน้าของคุณชายสามเซี่ยเปลี่ยนไปในพริบตา
[จบบท]