บทที่ 19: พลิกผัน
ภายในใจของเซี่ยเต้าจือมีความรู้สึกกระวนกระวายซุกซ่อนอยู่ไม่น้อย เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและรวบรวมสมาธิ ก่อนจะยกมือขึ้นนำก้านธูปไปจ่อที่เปลวไฟสว่างไสวจากเชิงเทียน
แสงไฟสีส้มสว่างไหวระริก ปลายธูปเริ่มมีประกายไฟติดขึ้นมาให้เห็นเลือนราง เซี่ยเต้าจือรู้สึกโล่งอกจนเผลอทอดถอนลมหายใจออกมายืดยาวเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
ทว่าลมหายใจนั้นยังไม่ทันถูกพ่นออกมาจนหมด จู่ๆ มือของเขากลับสั่นสะท้านขึ้นมา ก้านธูปในมือหักสะบั้นออกเป็นสองท่อนร่วงหล่นลงพื้น
"แม่นางเยี่ยน เรื่องนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน"
เซี่ยเต้าจือตกใจกลัวจนก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำรุนแรง ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินพื้นที่ในใจทีละน้อย
"ข้าตั้งใจจริงนะ ข้าปล่อยวางเรื่องราวทั้งหมดแล้วจริง ๆ"
ความเงียบงันคือคำตอบเดียวที่เขาได้รับ บรรยากาศรอบตัวเยียบเย็นลงจนสัมผัสได้
"แม่นางเยี่ยน เยี่ยนซานเหอ เยี่ยนซานเหอ"
ท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่อง ดวงตาของเยี่ยนซานเหอเหม่อมองออกไปในความว่างเปล่า ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หวาดกลัว และสับสนปะปนกันไปหมด
หากจุดธูปไม่ติด หมายความว่าผู้จุดไม่มีความสัตย์จริงในใจ
แต่หากก้านธูปหักสะบั้นลงกลางคัน
นั่นหมายความว่าปมวิญญาณของเยี่ยนสิงไม่ใช่จดหมายฉบับนี้ นางเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น
แต่นางจะเข้าใจผิดได้อย่างไรกัน
นั่นคือชีวิตของสายเลือดที่ใกล้ชิดที่สุดถึงสามชีวิต ทั้งบุตรชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายแท้ๆ ของเขาเชียวนะ
เยี่ยนซานเหอกะพริบตาดำขลับที่ดูลึกล้ำของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงพึมพำแผ่วเบาดังลอดออกมาจากลำคออย่างไม่ปะติดปะต่อ
"พลาดตรงไหนกันนะ"
เซี่ยเต้าจือมองเห็นท่าทีของเยี่ยนซานเหอในยามนี้ช่างดูคล้ายภูตผีเร่ร่อนไร้ศาล ความกระวนกระวายใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาอย่างรุนแรง
นับตั้งแต่สตรีผู้นี้ก้าวเท้าเข้ามาในจวนสกุลเซี่ย ทุกคำพูดและทุกการกระทำของนางล้วนดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ไม่มีเค้าโครงของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีเลยแม้แต่น้อย
นางบีบคั้นให้เขายอมรับความสัมพันธ์ที่มีต่อเยี่ยนสิง
นางงัดเอาเทียบสมรสเมื่อหลายสิบปีก่อนออกมา
นางรื้อฟื้นคดีเก่าที่พรากสามชีวิตไปขึ้นมาตรวจสอบ
นางพ่นคำพูดแปลกประหลาดมากมาย ทั้งเรื่องโลงศพปิดไม่สนิท การคลายปมวิญญาณ และเรื่องราวลี้ลับต่างๆ
เดี๋ยวธูปก็จุดไม่ติด
เดี๋ยวธูปก็หักสะบั้น
หรือว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงการหลอกลวงตบตา
นางซ่อนจุดประสงค์ร้ายกาจอื่นใดเอาไว้กันแน่
ความคิดเหล่านี้สาดซัดเข้ามาประหนึ่งถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาหนึบ เซี่ยเต้าจือตัวสั่นสะท้านอย่างแรง ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปคว้าท่อนแขนของเยี่ยนซานเหอเอาไว้แน่น
"บอกมา เจ้าเป็นใครกันแน่ เข้ามาในตระกูลเซี่ยมีจุดประสงค์อะไร"
ความเจ็บปวดบริเวณท่อนแขนช่วยดึงสติของเยี่ยนซานเหอให้กลับคืนมา
นางทอดสายตามองคนตรงหน้า น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและเบาหวิวราวกับล่องลอยมาจากขุมนรก
"ผิดไปแล้ว กลับกลายเป็นว่าผิดพลาดไปหมด"
"อะไรผิด"
เซี่ยเต้าจือแผดเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล
"เจ้าอธิบายมาให้กระจ่างเดี๋ยวนี้"
"ข้าอธิบายให้เจ้าฟังไม่ได้หรอก"
"อธิบายไม่ได้ก็อย่าคิดจะเดินออกไปจากที่นี่"
เยี่ยนซานเหองอข้อศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงของเซี่ยเต้าจืออย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนเขาต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวพร้อมกับสูดปากด้วยความจุก
การพลิกผันนี้เกิดขึ้นรวดเร็วปานกะพริบตา แม้แต่สองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างยังมองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น เยี่ยนซานเหอก็คว้าห่อผ้าขึ้นมาสะพายไว้บนหลังเรียบร้อยแล้ว
"เรื่องราวพลิกผัน ข้าไม่มีเวลาอธิบายให้พวกเจ้าฟัง ขอตัวก่อน"
"คนมานี่ เร็วเข้า รีบมานี่"
ใบหน้าของเซี่ยเต้าจือเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับพายุคลั่ง
"จับตัวนางไว้ อย่าปล่อยให้นางหนีไปได้เด็ดขาด"
เยี่ยนซานเหอชะงักไปเล็กน้อย แววตาของนางปรากฏร่องรอยเด็ดขาดขึ้นมาวูบหนึ่ง สองเท้าขยับเลื่อนไปหยุดอยู่ข้างกายเซี่ยเอ๋อร์ลี่อย่างรวดเร็ว แขนเสื้อสะบัดออกเพียงแผ่วเบา
มีดสั้นคมกริบจ่อเข้าที่ลำคอของเซี่ยเอ๋อร์ลี่ สัมผัสเย็นเยียบของใบมีดทำเอาชายหนุ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
"แม่นางเยี่ยน"
"หุบปาก"
เสียงของเยี่ยนซานเหอตวัดสูงขึ้นอย่างดุดัน
"เซี่ยเต้าจือ หากอยากให้ลูกชายของเจ้าปลอดภัย สั่งให้ทุกคนถอยออกไปเดี๋ยวนี้ แล้วเตรียมม้าฝีเท้าดีมาให้ข้าหนึ่งตัว"
เซี่ยเต้าจือคาดไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายลงถึงขั้นนี้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา ท่ามกลางความตกตะลึง เขายังคิดไม่ออกว่าจะรับมืออย่างไร เสียงร้องของเซี่ยเอ๋อร์ลี่ก็ดังแทรกขึ้นมา
"โอ๊ย"
มีดสั้นถูกกดลึกลงไปอีกครึ่งชุน
"รีบทำตามที่บอกเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น"
เลือดในกายของเซี่ยเต้าจือพุ่งพล่านขึ้นสมองจนหน้าดำหน้าแดง
"อย่าขยับ ห้ามทุกคนขยับเด็ดขาด พ่อบ้านเซี่ย เตรียมม้า รีบไปเตรียมม้ามาเร็วเข้า"
พ่อบ้านเซี่ยววิ่งหน้าตั้งออกไปอย่างลนลาน ทว่าปลายเท้ากลับสะดุดเข้าหากันจนหน้าคะมำลงกับพื้นอย่างแรง
เวลานี้ใครจะมัวมาสนใจความเจ็บปวดกันเล่า
เขาลุกลี้ลุกลนตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งกะเผลกๆ ออกจากเรือนไปพลางแหกปากตะโกนลั่น
"ม้าล่ะ รีบเอาม้ามาเร็วเข้า"
เสียงร้องตะโกนของเขาทำให้ทั้งจวนตระกูลเซี่ยปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด เพียงชั่วเวลาสั้นๆ ทุกคนในจวนต่างก็รับรู้ข่าวว่าเซี่ยเอ๋อร์ลี่ถูกสตรีจับเป็นตัวประกัน
เยี่ยนซานเหอดันหลังเซี่ยเอ๋อร์ลี่ให้เดินออกไปด้านนอกอย่างเร่งรีบ
ก้อนเนื้อในอกของเซี่ยเอ๋อร์ลี่เต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะหญิงสาวดันเขาให้เดินเร็วเกินไปจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง รั้งเอาผู้คุ้มกันจวนตระกูลเซี่ยถูกทิ้งห่างไว้เบื้องหลัง
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ เซี่ยเอ๋อร์ลี่หอบหายใจติดขัด แต่ในหัวกลับกำลังคิดหาจังหวะดิ้นรนเอาตัวรอด
ไม่ว่าอย่างไรก็ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หนีรอดไปไม่ได้เด็ดขาด
คนผู้นี้ดูแปลกประหลาดและอันตรายเกินไปแล้ว
[จบบท]