บทที่ 22: ผูกใจเจ็บเก่งเสียจริง
กู้หรงที่นอนกองอยู่บนพื้นถูกกู้เหวินหลินดึงตัวให้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดบริเวณมุมปาก สภาพของเขาดูไม่ได้เอาเสียเลย
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วถึงสาเหตุที่ตัวเองถูกซ้อมปางตาย เรื่องทั้งหมดเกิดจากยายผู้หญิงผลาญสมบัติคนนี้ก่อเรื่องเอาไว้ทั้งสิ้น
“สวี่เยี่ยน คิดให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกมา” กู้หรงถลึงตาใส่สวี่เยี่ยน จากนั้นก็หันไปมองกู้ไป๋ “น้องสี่ ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมพูดความจริง นายไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกนะ ซัดผู้หญิงคนนี้ได้เลย ไม่ต้องมาลงมือกับพี่แล้ว ถือเสียว่าพี่รองขอร้องนายก็แล้วกัน”
เมื่อเห็นท่าทางขี้ขลาดตาขาวของกู้หรง หร่วนถงก็รู้สึกหมดคำจะพูด
ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่า เมื่อวานเขาเพิ่งถูกภรรยาทุบตีจนได้แผล วันนี้กลับต้องมาถูกน้องชายคนที่สี่ซ้อมอย่างหนักเพราะภรรยาของตัวเองอีก ช่างเป็นคนที่ดวงซวยซ้ำซ้อนเสียจริง
สวี่เยี่ยนกลอกตาบนพร้อมกับส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ “จะให้พูดอะไร ภรรยาของนายไปเล่นชู้ข้างนอก นายไม่ไปหาเรื่องภรรยาตัวเอง แล้วจะมาเก่งกับพวกเราทำไม”
กู้ฉินที่หลบอยู่ในห้องของชายชราและหญิงชราตระกูลกู้ได้ยินประโยคเหล่านั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เด็กสาววิ่งเหยาะๆ ออกมาพร้อมกับชี้หน้าสวี่เยี่ยน “พี่สะใภ้รอง พี่กล้าพูดไหมคะว่าเรื่องวันนี้พี่ไม่ได้ร่วมมือกับคนอื่นเพื่อทำร้ายพี่สะใภ้สี่กับเด็กในท้อง พี่พยายามหลอกใช้ฉันให้พาพี่สะใภ้สี่ออกไปข้างนอกด้วยไม่ใช่หรือคะ”
ประโยคยาวเหยียดของกู้ฉินทำให้ผู้คนรอบข้างแตกตื่น บรรดาเพื่อนบ้านต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
“ที่แท้ก็เป็นเพราะภรรยาของกู้หรงอิจฉาคนอื่นนี่เอง”
“มีความแค้นอะไรกันนักหนา ถึงได้ลงมือทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้ลงคอ”
“กู้หรงคงทำบาปมาแปดชาติ ถึงได้แต่งงานกับผู้หญิงจิตใจอำมหิตแบบนี้”
เมื่อสวี่เยี่ยนได้ยินเสียงซุบซิบเหล่านั้น สถานการณ์ก็เริ่มไม่เป็นผลดีต่อเธอมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวจึงตัดสินใจดันทุรังเถียงคอเป็นเอ็น “ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเสียหน่อย แล้วก็ไม่ได้สั่งให้ใครไปทำเรื่องแบบนั้นด้วย กู้ฉิน เธอเป็นแค่เด็ก จะมาใส่ร้ายฉันทำไม”
หร่วนถงเห็นว่าคืนนี้กู้ไป๋มีอารมณ์คุกรุ่นมาก ตอนนี้เขาทุบตีกู้หรงไปแล้ว กู้ฉินก็ออกมาเป็นพยานยืนยันแล้ว แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานมัดตัว สวี่เยี่ยนก็คงทำตัวดื้อด้านไม่ยอมรับความจริงอยู่วันยังค่ำ
เรื่องราวในคืนนี้คงต้องหยุดชะงักลงเพียงเท่านี้
“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้พวกเราค่อยไปสถานีตำรวจ ให้คุณตำรวจช่วยสืบสวนเรื่องนี้ก็แล้วกันค่ะ” หร่วนถงเสนอความคิดเห็น
กู้ไป๋ก้มมองหร่วนถง เขาพบว่าหญิงสาวสวมเพียงเสื้อผ้าบางเบาออกมาข้างนอก ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถอดเสื้อคลุมของตัวเองออก ร่างกายบอบบางของเธอถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมที่ยังคงหลงเหลือไออุ่น
“ตกลง พรุ่งนี้เช้าผมจะไปจัดการ” กู้ไป๋เอ่ยตอบ จากนั้นก็หันไปบอกกล่าวกับชายชราและหญิงชราตระกูลกู้ แล้วพาหร่วนถงกลับเข้าห้องพัก
เมื่อเดินเข้ามาในห้อง กู้ไป๋ก็ดึงตัวคนตรงหน้าเข้ามากอดเอาไว้แน่น หร่วนถงตกใจจนร่างกายแข็งทื่อ หญิงสาวยืนนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างใบหู “หนาวหรือเปล่า ทำไมไม่รู้จักใส่เสื้อผ้าให้หนากว่านี้”
“พี่สี่ เมื่อกี้คุณควบคุมตัวเองไม่ได้ใช่ไหมคะ” หร่วนถงได้สติกลับคืนมา ร่างกายของเธอเริ่มผ่อนคลายลง หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความกังวล
คราวนี้กลายเป็นกู้ไป๋ที่ร่างกายแข็งทื่อ ใช่แล้ว เมื่อครู่เขาเกือบจะควบคุมสติตัวเองไม่ได้
หร่วนถงหลุบตาลง ภายในใจกำลังคิดว่ากู้ไป๋น่าจะมีอาการของโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เพียงแต่อาการของเขาค่อนข้างเบาบาง หากไม่ถูกกระตุ้นให้โกรธ โดยพื้นฐานแล้วเขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนปกติทั่วไป
แต่เมื่อนำเรื่องนี้มารวมกับความรู้สึกต่อต้านที่เขามีต่อภูมิหลังของเด็กสองคน ประกอบกับพฤติกรรมของเขาที่คนอื่นพูดถึงตอนเป็นทหาร สิ่งเหล่านี้ทำให้หร่วนถงเกิดความสงสัย
ในชาติก่อน เธอไม่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและโรคทางจิตเวชมากนัก หญิงสาวจึงไม่กล้าด่วนสรุป เธอวางแผนว่าจะหาเวลาเข้าไปค้นหาข้อมูลในคลินิกมิติ จากนั้นค่อยวางแผนการรักษาให้กับกู้ไป๋
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หร่วนถงก็เงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับปลอบโยน “พี่สี่ เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือพวกเราต้องใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี เลี้ยงดูเด็กๆ ให้เติบโต แล้วก็รักษาขาของคุณให้หายขาด ใช่ไหมคะ”
เมื่อมองเห็นรอยยิ้มสดใสของหร่วนถง หัวใจที่ตึงเครียดของกู้ไป๋ก็คล้ายกับได้รับการปลอบประโลม ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายลงมาก
ใช่แล้ว ตอนนี้เขายังมีภาระหน้าที่อีกมากมายต้องรับผิดชอบ เขาไม่ควรจมปลักอยู่กับความหดหู่ และไม่สามารถทำให้คนอื่นต้องผิดหวังในตัวเขาได้อีก
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” กู้ไป๋พูดความกังวลในใจออกมา
“แค่ตกใจนิดหน่อยค่ะ” หร่วนถงเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นลูกแมวน้อยผู้อ่อนแอและแสนเชื่อง นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยมีน้ำตาคลอเบ้า เธอมองกู้ไป๋ด้วยความไร้เดียงสา “โชคดีที่คนคนนั้นคิดว่าฉันอ่อนแอและรังแกได้ง่าย ทำให้เขาลดความระมัดระวังตัวลง ฉันถึงมีโอกาสตีเขาจนสลบค่ะ”
ส่วนเรื่องที่ว่าตีจนสลบได้อย่างไรนั้น ปล่อยให้กู้ไป๋จินตนาการเอาเองก็แล้วกัน อย่างเช่นตอนที่พวกเขาวิ่งมาถึง หร่วนถงก็ถือท่อนไม้ขนาดใหญ่เอาไว้ในมือแล้ว
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เมื่อกู้ไป๋นึกถึงผู้ชายผอมดำหน้าตาหื่นกามที่จ้องจะล่วงเกินภรรยาของเขา ความเกรี้ยวกราดในใจก็พุ่งพล่านจนไม่อาจควบคุมได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง หร่วนถงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตั้งแต่เดินเข้ามาในห้อง พวกเขาสองคนก็กอดกันไม่ปล่อย ใบหน้าเล็กของหญิงสาวเห่อร้อนจนแดงระเรื่อ
“เป็นอะไรไป” กู้ไป๋ขมวดคิ้ว ชายหนุ่มยื่นมือไปแตะหน้าผากของเธอ “ตัวรุมๆ คุณมีไข้หรือเปล่า”
หร่วนถงรีบผลักเขาออกพร้อมกับถอยห่างออกมา “คือว่า พี่สี่ พวกเรานอนกันเถอะค่ะ พรุ่งนี้เช้าคุณต้องไปสถานีตำรวจอีกนะคะ”
เมื่อเห็นเธอผละออกจากอ้อมกอด กู้ไป๋เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเมื่อครู่เขากอดหร่วนถงเอาไว้ตลอดเวลา แต่กลับไม่มีความรู้สึกรังเกียจหรือต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ตอนนี้ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนวิ่งหนีไปแล้ว ภายในใจของเขากลับรู้สึกสูญเสียอย่างบอกไม่ถูก
คิ้วเข้มได้รูปของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ชายหนุ่มมองไปทางหร่วนถงจึงพบว่าเธอกำลังถอดเสื้อผ้า เขาหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว
ทว่าในเวลานี้ หร่วนถงกลับส่งเสียงเรียกเขา “พี่สี่ ดึกมากแล้ว คุณก็รีบนอนเถอะค่ะ”
กู้ไป๋หันหลังให้เธอ ชายหนุ่มเดินไปที่โต๊ะ หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ จากนั้นก็ส่งเสียงออกไป “คืนนี้ผมนอนบนเตียงดีกว่า จะได้ดูแลคุณสะดวกหน่อย”
หร่วนถงเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอมองไปทางกู้ไป๋ด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “ไม่ต้องรบกวนพี่สี่หรอกค่ะ”
ระหว่างที่พูด หญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่ตรงกลางเตียง เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เหลือพื้นที่ให้เขาได้นอน
หึหึ เตียงของฉันไม่ใช่ที่ที่คุณอยากจะนอนก็นอนได้หรอกนะ
กู้ไป๋ยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเอง ภายในใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยายเด็กคนนี้ผูกใจเจ็บเก่งเสียจริง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น กู้ไป๋และกู้เหวินหลินเดินทางไปยังสถานีตำรวจประจำตำบลด้วยกัน
ยังไม่ทันได้สอบปากคำอะไรมากมาย ต้าหนิวก็หวาดกลัวจนยอมรับสารภาพออกมาจนหมดเปลือก
เดิมทีแผนการนี้ตั้งใจจะทำให้หร่วนถงไม่มีทางรอดไปได้
แต่ใครจะคาดคิดว่าเอ้อร์ตั้นเด็กน้อยข้างบ้านจะบังเอิญเห็นหร่วนถงเดินเข้าไปในทุ่งนาลึกกับผู้ชายแปลกหน้า เด็กชายรีบวิ่งไปส่งข่าวให้กู้ไป๋ที่ทุ่งนา กลุ่มคนจึงตามไปช่วยได้ทันเวลา
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ หร่วนถงมีพละกำลังมหาศาล หญิงสาวไม่เพียงแต่ปกป้องลูกในท้องเอาไว้ได้ แต่ยังรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองเอาไว้ได้อีกด้วย
ความโชคดีบวกกับความสามารถ ทำให้เธอพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะ
ตอนที่สองพ่อลูกเดินทางกลับมาถึงบ้านตระกูลกู้ สีหน้าของแต่ละคนดูย่ำแย่กว่ากันมาก
ในเวลานี้ หร่วนถงกำลังนั่งอาบแดดอยู่ในลานบ้าน เธอยกมือขึ้นเท้าคางมองเด็กสองคนกำลังเล่นกระโดดเชือกอย่างเพลิดเพลิน
“คุณพ่อ พี่สี่ พวกคุณกลับมาแล้วหรือคะ” หร่วนถงกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่กลับถูกฝ่ามืออุ่นหนาจับมือเอาไว้เสียก่อน
“คุณตามผมมา” กู้ไป๋ดึงตัวเธอเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง
ตอนนั้นเอง อู๋หมิ่นเจินเดินออกมาจากห้อง หญิงชรามองดูสามีภรรยาหนุ่มสาวจับมือกันเดินไป เธอยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ “ความสัมพันธ์ของเจ้าสี่กับถงถงดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ”
กู้เหวินหลินถอนหายใจออกมา “นั่นสิ”
เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจ อู๋หมิ่นเจินก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เป็นอะไรไปตาเฒ่า เรื่องราวสืบสวนไม่กระจ่างหรือ”
กู้เหวินหลินส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เห็นด้วย “ระหว่างทางกลับบ้าน เจ้าสี่บอกว่าอยากจะแยกบ้าน สองสามีภรรยาคู่นั้นคงจะกลับเข้าห้องไปปรึกษากันเรื่องนี้นั่นแหละ”
[จบบท]