บทที่ 124: แอบฟัง (2/2)
"เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินแว่วๆ ว่ากล่องไม้ขีดไฟอะไรสักอย่าง...?" พี่สะใภ้ใหญ่เว่ยเอ่ยถามหยั่งเชิง
สีหน้าของกู้ฉานบึ้งตึงลงทันที "พี่สะใภ้ใหญ่ นิสัยเดิมกำเริบอีกแล้วสินะ! วันไหนไม่ได้แอบฟังเรื่องชาวบ้านเขาแล้วมันจะลงแดงตายหรือยังไง!"
"ฉันไปแอบฟังเธอตอนไหนกัน!" พี่สะใภ้ใหญ่เว่ยเถียงอย่างไม่พอใจ "ฉันก็แค่เดินผ่านแล้วบังเอิญได้ยินหรอกน่า!"
"จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ตัวพี่เองนั่นแหละที่รู้ดีที่สุด" กู้ฉานเอือมระอาจนพูดไม่ออก
"อาฉาน" เสียงทุ้มและทรงพลังดังขึ้น เว่ยเซี่ยงตงเดินเข้ามาพร้อมกับตวัดสายตาเย็นชาไปทางพี่สะใภ้ใหญ่ ก่อนจะหันมามองภรรยาของตนด้วยแววตาที่อบอุ่นดังเดิม "มีอะไรกันเหรอ?"
กู้ฉานไม่คิดจะไว้หน้าพี่สะใภ้อีกต่อไป เธอฟ้องสามีทันที "เจาเจาพาลูกแฝดมาหา ฉันเลยชวนพวกเขาเข้าไปคุยในบ้าน แต่พี่สะใภ้ใหญ่ก็ตามมาแอบฟังอีกแล้ว"
สายตาคมกริบของเว่ยเซี่ยงตงตวัดไปยังพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาทันที
"ฉัน... ฉันเปล่านะ ฉันบอกแล้วไงว่าแค่เดินผ่าน บังเอิญได้ยิน..." พี่สะใภ้ใหญ่เว่ยไม่กล้าต่อกรกับน้องสามี เธอแก้ตัวส่งๆ แล้วรีบวิ่งกลับเข้าห้องของตัวเองไป ปิดประตูดังปัง!
เว่ยเซี่ยงตงขมวดคิ้วมุ่น
เสียสติไปแล้วหรือไง
"ที่รัก อย่าโกรธไปเลยนะ อีกไม่กี่วันผมจะไปคุยเรื่องแยกบ้านเอง" เขาปลอบภรรยาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงก่อนจะพาเธอเข้าห้องแล้วลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา
ต้าสือโถวและเสี่ยวสือโถวที่ถูกทิ้งไว้นอกห้องอีกครั้งมองหน้ากันอย่างคุ้นชิน ทั้งคู่ถอนหายใจพร้อมกันแล้วจูงมือกันออกจากบ้านเพื่อไปอวดของดีที่เพิ่งได้มาใหม่
ภายในห้อง กู้ฉานรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก แค่คิดว่าถึงจะแยกบ้านแล้วก็ยังต้องอยู่ในรั้วเดียวกันกับพี่สะใภ้ใหญ่จอมยุ่งคนนั้น
เว่ยเซี่ยงตงสังเกตเห็นสีหน้าของภรรยาจึงเอ่ยขึ้น "พอแยกบ้านเรียบร้อยแล้ว เราก็ย้ายออกไปอยู่กันแค่สองคนนะ"
"ยังมีต้าสือโถวกับเสี่ยวสือโถวด้วย" กู้ฉานท้วง ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจ "แล้วเราจะย้ายไปอยู่ที่ไหนกัน?"
หากจะย้ายออกไปจริงๆ ก็คงต้องสร้างบ้านใหม่ เงินเก็บทั้งหมดที่มี รวมกับสินเจ้าสาวและเงินก้นหีบที่แม่แอบให้มาก็มีอยู่แค่ 120 หยวน ไม่รู้ว่าจะพอหรือไม่
"ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ผมไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านไว้แล้ว ถึงบ้านจะเก่าไปหน่อย แต่ซ่อมแซมนิดหน่อยก็เข้าอยู่ได้สบาย" เว่ยเซี่ยงตงวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว
"ราคาเท่าไหร่?" กู้ฉานรีบถาม ด้วยนิสัยชอบแอบฟังของพี่สะใภ้ใหญ่ ทำให้ทั้งคู่ต้องลดเสียงลงโดยอัตโนมัติ
"100 หยวน"
สีหน้าของกู้ฉานเปล่งประกายด้วยความดีใจ "ราคานี้ก็ไม่เลวนะ ซื้อเลย เราซื้อกันเถอะ ฉันอยากมีบ้านที่มีลานเป็นของตัวเอง มันคงจะสบายใจน่าดู"
เว่ยเซี่ยงตงมองภรรยาด้วยสายตาพราวระยับ "ผมอยากย้ายมากกว่าคุณอีก"
พี่สะใภ้ใหญ่ของเขาเป็นอุปสรรคต่อชีวิตส่วนตัวของเขากับภรรยามานานแล้ว เมื่อไหร่ที่ได้ย้ายออกไปอยู่บ้านของตัวเอง เจ้าสือโถวสองก้อนนั่นจะได้ไม่ต้องมาขวางทางเสียที! แค่คิดก็รู้สึกสดชื่นจนบอกไม่ถูก
กู้ฉานรู้สึกว่าท่าทีของสามีดูแปลกไป แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยถามอะไร เขาก็ชิงพูดขึ้นก่อน "ว่าแต่น้องสะใภ้สามของคุณพาลูกแฝดมาทำไมกัน?" เมื่อเห็นว่าภรรยาอารมณ์ดีขึ้น เขาจึงเดาว่าคงจะเป็นเรื่องดี
กู้ฉานดึงสามีให้นั่งลง ก่อนจะตบลงบนห่อผ้าที่หลินเจานำมาให้เบาๆ ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข "ทายสิคะว่าข้างในมีอะไร?"
ท่าทางตื่นเต้นดีใจของเธอราวกับถูกรางวัลใหญ่ทำให้เว่ยเซี่ยงตงตั้งใจทายอย่างจริงจัง "เขาเอาเสื้อผ้าเก่ามาให้เหรอ?" เขาเดาจากกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่ลูกชายคนโตสะพายอยู่
อย่าได้ดูถูกเสื้อผ้าเก่าๆ ในยุคสมัยนี้ แม้แต่เสื้อที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือที่ว่าง หากไม่ใช่ญาติสนิทกันจริงๆ ก็คงไม่มีใครยอมสละให้ง่ายๆ
"ไม่ใช่ค่ะ" กู้ฉานส่ายหน้า ก่อนจะหยิบตลับครีมไข่มุกออกมาอวดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ดูนี่สิคะ ครีมไข่มุก เจาเจาให้ฉันมา" เธอย้ำ "ฉันจะปฏิเสธ เธอก็ไม่ยอมท่าเดียว"
"คุณคู่ควรกับมันแล้ว" เว่ยเซี่ยงตงพูดจากใจจริง
รอยยิ้มของกู้ฉานกว้างขึ้น "เจาเจาก็พูดแบบนี้เหมือนกัน" เธอขยับเข้าไปใกล้สามี แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข "เซี่ยงตง ฉันดูออกแล้วว่าเจาเจาตั้งใจจะลงหลักปักฐานที่นี่จริงๆ ต่อไปนี้ฉันจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแทนเฉิงหวย กลัวว่าสักวันเขาจะไม่มีภรรยาอีกแล้ว"
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านค้าของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไห่ กู้เฉิงหวยที่เพิ่งลงจากรถไฟเพื่อมาซื้อของขวัญให้ภรรยาก็รู้สึกคันจมูกขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเร่งฝีเท้าไปยังเคาน์เตอร์ขายเสื้อผ้า "สหาย ผมเอาชุดกระโปรงลายสก็อตสีแดงขาวตัวนั้น"
หลังจากจ่ายเงินค่าชุดกระโปรงเรียบร้อย นายทหารหนุ่มรูปงามก็เดินเลือกซื้อของอื่นๆ ต่อจนเต็มสองมือ เขาไม่รีรอ รีบมุ่งหน้ากลับไปยังสถานีรถไฟทันที
อีกเพียงสองคืนเท่านั้น เขาก็จะได้กลับบ้านแล้ว!
กลับมาทางด้านนี้ หลังจากฟังความกังวลของภรรยา เว่ยเซี่ยงตงก็รู้สึกว่าเธอคิดมากเกินไป "คุณกังวลเกินเหตุไปแล้ว"
กู้ฉานค้อนให้เขาหนึ่งวง "คุณจะไปรู้อะไร คนโบราณเขาว่าไว้ ถ้าไม่มีเรื่องไกลตัวให้กังวล ก็จะมีเรื่องเดือดร้อนใกล้ตัวเข้ามาแทน"
เว่ยเซี่ยงตงไม่เถียงต่อ ได้แต่คิดในใจว่า 'จ้ะๆ ที่รักพูดถูกทุกอย่าง'
กู้ฉานหมดอารมณ์จะให้สามีทายต่อ เธอเปิดห่อผ้าให้เขาดูของข้างในแล้วพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง "นี่คือของที่เจาเจาเอามาให้ค่ะ เป็นวัสดุสำหรับทำกล่องไม้ขีดไฟ เธอสอนวิธีทำมาหมดแล้ว ทำได้ทั้งหมด 500 อัน ได้เงินอันละ 2 เฟิน ถ้าฉันทำเสร็จทั้งหมด ก็จะได้เงินตั้ง 10 หยวนเลยนะ"
เว่ยเซี่ยงตงประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าหลินเจาจะมีน้ำใจนึกถึงภรรยาของเขา แต่เขาก็จะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้
"พรุ่งนี้ผมจะเข้าป่าไปจับกระต่ายสักสองตัว แล้วคุณเอาไปให้เธอนะ"
กู้ฉานนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย "เข้าป่าต้องระวังตัวด้วยนะคะ อย่าเข้าไปลึกนัก"
เว่ยเซี่ยงตงดีใจจนเนื้อเต้น เขาคิดว่าภรรยาจะห้ามเสียอีก เพราะนับตั้งแต่ที่เขาถูกงูกัดเมื่อ 5 ปีก่อน เธอก็ต่อต้านไม่ให้เขาเข้าป่าล่าสัตว์อีกเลย!
เขาเรียนรู้วิธีล่าสัตว์จากนายพรานตั้งแต่อายุ 10 ขวบ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำเงินของเขาซึ่งมีเพียงภรรยาเท่านั้นที่รู้
"จริงเหรอ? งั้นผมไปทุกครึ่งเดือนได้ไหม?" เขาถามหยั่งเชิง
"ถ้าฉันไม่ให้ไปแล้วคุณจะไม่ไปหรือไง?" กู้ฉานเหลือบตามองเขาแล้วยื่นมือออกไป "แล้วเงินที่ได้จากการล่าสัตว์ตลอดสองปีที่ผ่านมาล่ะคะ เอาออกมาให้หมดเลย!"
เว่ยเซี่ยงตงลูบจมูกตัวเองแก้เก้อ เขาเดินไปที่มุมห้อง เลื่อนแผ่นกระดานออก แล้วหยิบไหดินเผาที่ซ่อนอยู่ในรูหนูออกมา "อยู่ในนี้ทั้งหมดแล้ว"
"รู้อยู่แล้วเชียวว่าคุณต้องแอบซ่อนไว้" กู้ฉานเปิดฝาไหแล้วเทเงินออกมานับ มีทั้งหมด 46 หยวน 5 เหมา
"เยอะขนาดนี้เลยเหรอ!" เธอร้องอุทาน
"มีครั้งหนึ่งผมโชคดี ล่าหมูป่าหนักร้อยกว่าจินได้" เว่ยเซี่ยงตงอธิบาย เมื่อเห็นสีหน้าภรรยาไม่สู้ดี เขาก็รีบเสริมอย่างเอาตัวรอด "ผมไปกับต้าลี่ คุณก็รู้ว่าเขาแข็งแรงขนาดไหน มีคนไปด้วยแบบนี้ ไม่เป็นอันตรายหรอก"
เมื่อได้ยินว่ามีเพื่อนไปด้วย กู้ฉานก็วางใจลงเล็กน้อย "ครึ่งเดือนครั้งมันบ่อยเกินไปค่ะ ถ้ามีคนจับได้จะทำยังไง"
"งั้น... เดือนละครั้งดีไหม?" พี่ใหญ่ตงผู้มีลูกน้องมากมายข้างนอก กลับต้องมาต่อรองเรื่องเข้าป่ากับภรรยา
"ก็ได้ค่ะ แต่ต้องพาต้าลี่ไปด้วย และต้องกลับลงมาก่อนฟ้ามืด" กู้ฉานกำชับและบ่นอุบอิบ "ตอนนี้เรามีงานพับกล่องไม้ขีดไฟแล้ว ที่บ้านก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยของคุณสำคัญที่สุดนะ"
"รับทราบ!" เว่ยเซี่ยงตงยิ้มกว้าง รอให้เขามีเงินมากกว่านี้ก่อนเถอะ เขาจะซื้อครีมไข่มุกให้ภรรยาสุดที่รักใช้ไม่ขาดมือ แล้วก็จะไปแลกตั๋วผ้ากับนุ่นมาตัดเสื้อนวมอุ่นๆ ให้เธอด้วย
หลินเจากับลูกชายทั้งสองเพิ่งกลับมาถึงกองพลการผลิต ยังไม่ทันได้นั่งพักให้หายเหนื่อยดี จ้าวลิ่วเหนียงก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกข่าวว่า กู้ซิ่งเอ๋อร์ถูกตำรวจจับตัวไปแล้ว
"อะไรนะครับ? อาหญิงเล็กของผมถูกจับเหรอ?!" เอ้อร์ไจ่เบิกตากว้างจนแทบถลน คางแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้น "จริงเหรอครับ? นี่เรื่องจริงเหรอครับ?!"
ในห้องนอน แม่กู้ที่กำลังอ่อนใจกับความโง่เขลาของลูกสาวจนอยากจะนอนพักเงียบๆ ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วที่พยายามซ่อนความดีใจเอาไว้ไม่มิดจากนอกชาน ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
บางครั้ง เมื่อคนเราจนปัญญาถึงขีดสุด ก็คงทำได้แค่หัวเราะออกมาจริงๆ
หลินเจาเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เธอขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ จ้าวลิ่วเหนียงด้วยความอยากรู้ "เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะพี่สะใภ้รอง?"
ตัวหายนะอย่างกู้ซิ่งเอ๋อร์มีวันที่จะต้องเข้าไปนอนในคุกด้วยอย่างนั้นหรือ! ในนิยายต้นฉบับ คนใจร้ายอย่างเธอมีชีวิตดีที่สุด ได้แต่งงานเข้าเมือง แถมยังได้สามีที่ดีอีกต่างหาก
เด็กแฝดเองก็จ้องมองป้าสะใภ้รองตาไม่กะพริบ รอฟังเรื่องราวอย่างใจจดใจจ่อ
[จบบท]