บทที่ 125: โทษหนัก (1/2)
“เรื่องนี้มันน่าขายขี้หน้าจริง ๆ!” จ้าวลิ่วเหนียงตบเข้าที่ต้นขาของตัวเองดัง ‘แปะ’ ก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่รู้สึกอดสูแทน
“ก็เรื่องที่น้องสาวสามีของพวกเราไปตามตื๊อซ่งจือชิงไม่เลิกนั่นแหละ แล้วโดนจือชิงผู้หญิงที่นั่นหัวเราะเยาะเข้า พอโมโหขึ้นมาก็เลยไปตบหน้าผู้หญิงคนนั้นจนหน้าบวมเจ่อ อีกฝ่ายก็เลยไปแจ้งตำรวจให้มาจับตัวไปเลยน่ะสิ!”
แค่เพราะเรื่องนี้ ถึงกับทำให้พี่สะใภ้ใหญ่โกรธจนหน้าเขียวปั้ด อยากจะบีบคอน้องสามีตัวแสบให้ตายคามือเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
จ้าวลิ่วเหนียงชี้ไปยังทิศทางของบ้านใหญ่แล้วกระซิบว่า “พี่สะใภ้ใหญ่โกรธจัดเลย ฉันเห็นตาของพี่เขาแดงก่ำไปหมด อย่างกับคนใกล้บ้า ถ้าไม่ติดว่าน้องสาวสามีถูกจับตัวไปแล้วนะ ป่านนี้พี่สะใภ้ใหญ่คงวิ่งไปฉีกหน้ายัยนั่นเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว”
กู้หลานอายุ 12 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีก็ต้องเริ่มหาคู่ครอง การที่อาแท้ ๆ ของตัวเองมีเรื่องฉาวโฉ่แบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่ออนาคตของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้
ยังนับว่าโชคดีที่อวี๋อวี๋ลูกสาวของเธอยังเล็กมาก อย่างน้อยก็ต้องรออีกเป็นสิบปีกว่าจะถึงวัยออกเรือน ไม่อย่างนั้นเธอเองก็คงหัวร้อนไม่ต่างจากพี่สะใภ้ใหญ่เหมือนกัน
หลินเจารู้ดีว่าพี่สะใภ้ใหญ่กังวลเรื่องอะไรมากที่สุด เธอจึงเอ่ยขึ้นเพื่อปลอบใจ “อาหลานเป็นเด็กดี เรื่องนี้เราทุกคนรู้กันอยู่แล้ว อนาคตของเธอจะต้องได้แต่งงานกับคนดีๆ แน่นอนค่ะ”
“ยากน่า” จ้าวลิ่วเหนียงส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกหลานสาวของตัวเอง แต่การที่เด็กสาวบ้านนอกจะหาคู่ครองดี ๆ ได้นั้น ชื่อเสียงต้องขาวสะอาดไร้ที่ติ ไม่อย่างนั้นก็จะถูกคนอื่นนินทาเอาได้ง่าย ๆ
หลินเจาเองก็มาจากชนบทเหมือนกัน เธอรู้ดีว่าปากของชาวบ้านบางคนมันร้ายกาจแค่ไหน เรื่องโกหกก็ยังสามารถพูดให้กลายเป็นเรื่องจริงได้
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “จะไปยากอะไรกันคะ! อีกไม่กี่ปีฉันก็ต้องพาลูก ๆ ทั้งสี่คนไปอยู่ที่หน่วยทัพกับสามีอยู่แล้ว ในกองทัพมีชายหนุ่มดี ๆ ตั้งเยอะแยะ ถ้าเจอคนที่เหมาะสม ก็ช่วยแนะนำให้อาหลานได้นี่คะ”
“เด็กดีไม่ต้องกลัวว่าจะหาคู่ไม่ได้หรอกค่ะ”
แน่นอนว่าเธอคงไม่เข้าไปก้าวก่ายทุกรายละเอียด เพราะเธอเป็นเพียงอาสะใภ้สาม ไม่ใช่แม่แท้ ๆ เรื่องการแต่งงานของกู้หลานยังไงก็ต้องให้พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนตัดสินใจ
คำพูดของหลินเจาเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้กับจ้าวลิ่วเหนียง
เธอรีบคว้ามือของหลินเจาไว้แน่น
“น้องสะใภ้สาม เธอจะลำเอียงไม่ได้นะ อวี๋อวี๋ก็เป็นหลานสาวของเธอเหมือนกัน เป็นหลานที่เธอเห็นมาตั้งแต่เกิดเลยนะ” แววตาของจ้าวลิ่วเหนียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง
หลินเจามองพี่สะใภ้ที่จู่ๆ ก็มีท่าทีแปลกไปอย่างจนใจ ก่อนจะตอบกลับไปว่า “พี่สะใภ้รองคะ อวี๋อวี๋เพิ่งจะ 2 ขวบเองนะคะ”
“ไม่แน่ว่าในอนาคตอวี๋อวี๋อาจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แล้วหาแฟนเป็นนักศึกษาให้พี่ก็ได้นะคะ”
จะมาคิดเรื่องในอีก 15 ปีข้างหน้าตอนนี้ มันไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอ?!
เมื่อเทียบกับการหาคู่ครองดี ๆ แล้ว การที่ลูกสามารถพึ่งพาตัวเองและมีอนาคตที่สดใสได้นั้นสำคัญกว่าเยอะ
แต่คำพูดนั้นกลับเป็นแรงผลักดันให้จ้าวลิ่วเหนียงอย่างมหาศาล ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ขอให้เป็นจริงอย่างที่เธอพูดเถอะนะ น้องสะใภ้สาม”
เธออาจจะไม่ใช่คนฉลาดหลักแหลม แต่เป็นคนที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเสมอ และคำพูดของหลินเจาซึ่งเรียนจบมัธยมปลายจึงมีน้ำหนักสำหรับเธอมาก
“แล้วตำรวจได้บอกไหมคะว่าจะปล่อยตัวเขากลับมาเมื่อไหร่?” หลินเจาไม่อยากแม้แต่จะเอ่ยชื่อของกู้ซิ่งเอ๋อร์ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอัปมงคล
จ้าวลิ่วเหนียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออกว่า “เขา” ที่ว่าหมายถึงใคร “ใครจะไปรู้ล่ะ คุณตำรวจไม่ได้บอกอะไรเลย”
“ฉันเดาว่าน้องสาวสามีคงโดนขังอย่างน้อยครึ่งเดือนแน่ๆ เธอวางใจได้เลย พี่สะใภ้ใหญ่เกลียดขี้หน้ายัยนั่นจะตายอยู่แล้ว ไม่มีทางให้เข้ามาในบ้านมารกหูรกตาเธอได้หรอก”
หลังจากที่หวงซิ่วหลันรู้เรื่องงามหน้าของกู้ซิ่งเอ๋อร์ ดวงตาของเธอก็แทบลุกเป็นไฟ จ้าวลิ่วเหนียงกล้ายืนยันเลยว่าถ้าน้องสาวสามีกลับมาเมื่อไหร่ พี่สะใภ้ใหญ่คงได้ตบหน้าสั่งสอนจนบวมไปอีกข้างแน่
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจแทนบ้านสามขึ้นมา “โชคดีจริง ๆ ที่บ้านสามแยกออกไปแล้ว ไม่อย่างนั้นใครจะไปรู้ว่ายัยนั่นจะสร้างความเดือดร้อนให้พ่อของต้าไจ่หรือเปล่า”
ปังปังกับไหลเม่ยยังต้องพึ่งพาอาสามของพวกเขาในอนาคต จะปล่อยให้กู้ซิ่งเอ๋อร์ที่เป็นเหมือนไม้กวนอุจจาระ มาทำลายอนาคตของคนที่มีแววรุ่งที่สุดในบ้านกู้ไม่ได้เด็ดขาด!
หลินเจาแสยะยิ้มอย่างเย็นชา “ถ้าเธอกล้ามาทำให้สหายกู้ของฉันเดือดร้อน ฉันจะอัดเธอให้พิการเลย”
“สมกับเป็นเธอจริงๆ” จ้าวลิ่วเหนียงยกนิ้วโป้งให้ด้วยความทึ่ง
โหดเหี้ยมได้ใจ!
เอ้อร์ไจ่ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับตาเป็นประกาย
เมื่อเหลือบไปเห็นแววตาเล็ก ๆ ของลูกชาย หลินเจาก็ยืดตัวตรง ในหัวมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมาทันที
เธอลืมไปเลยว่าลูกชายทั้งสองคนยังอยู่ด้วย
เธอรีบยื่นมือไปลูบศีรษะที่ผมสั้นเกรียนของเอ้อร์ไจ่อย่างแผ่วเบา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เอ้อร์ไจ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กก็ห้ามทำร้ายคนอื่นนะ ไม่อย่างนั้นจะโดนคุณตำรวจจับตัวไป”
“ถ้าเด็กคนไหนโดนจับไป ก็จะไม่ได้เจอแม่อีกเลยนะ เพราะฉะนั้นเราจะตีกันมั่วซั่วไม่ได้ ต้องใช้เหตุผลคุยกัน รู้ไหมลูก?”
ไม่ใช่ว่าเธอตั้งใจจะขู่ลูก แต่เพราะในนิยายต้นฉบับ วีรกรรมแต่ละอย่างที่เอ้อร์ไจ่ทำนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องที่ “โทษหนัก” ทั้งสิ้น เธอจึงต้องรีบสอนเขาให้ดีตั้งแต่ตอนนี้
เอ้อร์ไจ่นั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อยราวกับเด็กดีที่ว่าง่าย เขาพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
“อื้ม ผมไม่ตีคนครับ”
แต่ในใจกลับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
แม่กำลังหลอกเด็กชัด ๆ
เขาอายุ 5 ขวบกว่าแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก 2 ขวบเสียหน่อย เรื่องแค่นี้เขารู้ดีว่าเด็กตีกันน่ะไม่โดนคุณตำรวจจับหรอก
เด็กแก่แดดเอ้อร์ไจ่รู้ทันหรอกน่า
แต่ว่า
เขารู้ว่าแม่ไม่ชอบให้เขาไปมีเรื่องกับใคร และเขาเองก็ไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง ก็เลยรับปากไปก่อนก็แล้วกัน
“ดีมากลูก”
ในขณะนั้นเอง กู้หย่วนซานและกู้อวี้เฉิงก็เดินเข้ามาในรั้วบ้านทีละคน
กู้อวี้เฉิงที่เดินนำหน้ามา ในมือของเขาหิ้วปลาตัวใหญ่น้ำหนักไม่เบามาด้วย
“จับปลาได้ด้วย!” จ้าวลิ่วเหนียงพอเห็นปลาก็ดีใจจนลุกพรวดขึ้นยืน เธอรีบเดินเข้าไปรับปลามาถือแล้วลองกะน้ำหนักดู “น่าจะหนักสักสองจินกว่าได้นะ ไปจับมาจากไหนเนี่ย?”
แต่คำตอบก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ ไม่ต้องรอกู้อวี้เฉิงเอ่ยปาก เธอก็ตะโกนบอกแม่สามีที่อยู่ในบ้านใหญ่ “แม่คะ! พ่อของปังปังกับพี่ใหญ่จับปลามาได้ตัวหนึ่ง เดี๋ยวเราทำปลาต้มผักกาดดองกินกันดีไหมคะ? เด็กๆ บ่นอยากกินกันแล้ว”
แม่กู้ออกมาจากบ้านแล้วเหลือบมองปลาตัวนั้น
มันตัวไม่เล็กเลยจริง ๆ
“เอาสิ”
จ้าวลิ่วเหนียงหันมาพูดกับหลินเจาทันที “ฉันทำไม่เป็น น้องสะใภ้สามสอนฉันหน่อยนะ”
“ได้เลยค่ะ” หลินเจารับคำอย่างใจกว้าง
“สะใภ้สาม เธอกับลูกๆ ทั้งสี่คนกินข้าวที่นี่เลยนะ กินเสร็จแล้วก็ให้สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองไปช่วยเธอย้ายของ” แม่กู้เอ่ยขึ้น
เด็กแฝดชายหญิงหันไปมองแม่ของตัวเองด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
ปลาต้มผักกาดดองนะ! ลูกอยากกิน!
หลินเจาเผยรอยยิ้ม “ได้เลยค่ะ”
งานสบายๆ แค่ออกคำสั่งไม่ต้องลงมือทำ ใครบ้างจะไม่ชอบ?!
หลังจากสอนวิธีทำปลาต้มผักกาดดองให้จ้าวลิ่วเหนียงเสร็จ หลินเจาก็ฝากลูกแฝดหญิงชายไว้ แล้วพาลูกชายฝาแฝดกลับบ้านไปเก็บของ โดยมีเด็ก ๆ ที่เหลือในบ้านใหญ่เดินตามไปเป็นพรวน บอกว่าจะไปช่วยงาน
เมื่อพวกเขาเดินจากไปแล้ว จ้าวลิ่วเหนียงก็หันไปพูดกับหวงซิ่วหลันที่ยังคงหน้าบึ้งอยู่ “พี่สะใภ้ใหญ่ อย่าโกรธไปเลยน่า น้องสะใภ้สามเพิ่งบอกฉันเองว่าถ้าอาหลานโดนเรื่องของน้องสาวสามีจนหาคู่ดี ๆ ที่นี่ไม่ได้จริง ๆ พอเธอไปอยู่กองทัพแล้วจะช่วยมองหาทหารหนุ่ม ๆ ให้ ในกองทัพมีแต่คนดี ๆ ทั้งนั้น แถมยังมีเบี้ยเลี้ยงด้วย พี่จะกังวลไปทำไม?”
หวงซิ่วหลันที่กำลังจะลงมือขอดเกล็ดปลาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอหันมาถามด้วยสายตาสงสัย “น้องสะใภ้สามพูดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?”
“ก็จริงน่ะสิคะ ฉันจะกล้าไปรับปากแทนเธอได้ยังไง?” จ้าวลิ่วเหนียงย้อนถาม ก่อนจะพูดเสริม “พี่สะใภ้ใหญ่วางใจเถอะ อาหลานของเรายังมีทางเลือกน่า อย่างน้อยก็ยังมีอาสามที่เป็นทหารอยู่ทั้งคน เขาไม่ปล่อยให้หลานสาวแท้ ๆ ของตัวเองแต่งงานไม่ได้หรอก”
ในที่สุดคิ้วที่ขมวดมุ่นของหวงซิ่วหลันก็คลายออก
“น้องสะใภ้สามนี่ช่างมีน้ำใจจริง ๆ”
พูดจบ เธอก็ใช้มีดผ่าท้องปลาฉับเดียว
“ฉันบอกแม่ไปแล้ว ว่าชาตินี้อย่าหวังว่ากู้ซิ่งเอ๋อร์จะได้กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก มีเธอต้องไม่มีฉัน มีฉันก็ต้องไม่มีเธอ” เธอประกาศกร้าว
จ้าวลิ่วเหนียงถึงกับอ้าปากค้าง
เธอตกใจจนนิ่งไปหลายวินาที “พี่พูดไปแล้วเหรอ?”
“พี่พูดอย่างนั้นไปจริง ๆ เหรอ?” เธอถามย้ำอีกครั้ง
หวงซิ่วหลันพยักหน้า “พูดไปแล้วจริงๆ และก็หมายความตามนั้นจริงๆ ด้วย”
“แล้วแม่ไม่โกรธเหรอ?” จ้าวลิ่วเหนียงถามต่ออย่างอยากรู้
“โกรธสิ แต่ไม่ได้โกรธฉันนะ โกรธกู้ซิ่งเอ๋อร์ต่างหาก โกรธที่ทำให้ครอบครัวต้องขายหน้า โกรธที่ตัวเองเป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่กลับทำตัวหน้าไม่อาย โกรธที่ทำให้บ้านกู้กลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งกองพลการผลิตหัวเราะเยาะ” หวงซิ่วหลันที่ปกติเป็นคนใจเย็น พอเอ่ยถึงกู้ซิ่งเอ๋อร์ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความรังเกียจจนขบกรามแน่น
“ใครจะไม่โกรธกันล่ะ” จ้าวลิ่วเหนียงถอนหายใจอย่างเห็นด้วย
มีลูกสาวแบบนี้ ใครเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอยากจะตาย ๆ ไปให้พ้น
“แล้วพ่อล่ะคะ ว่ายังไงบ้าง?”
หวงซิ่วหลันขอดเกล็ดปลาอย่างคล่องแคล่ว “พ่อบอกว่าถ้ากู้ซิ่งเอ๋อร์ยังไม่ปรับปรุงตัว ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับเข้าบ้านอีก”
“ถ้าเธอปรับปรุงตัวได้ง่าย ๆ นั่นจะใช่เธอเหรอ!” จ้าวลิ่วเหนียงไม่คิดว่าจะเป็นไปได้
เธอมองไปยังทิศทางของบ้านใหญ่ แล้วกระซิบว่า “ฉันว่าพ่อกับแม่คงจะเจ็บช้ำกับเรื่องของกู้ซิ่งเอ๋อร์จนสุดทนแล้วล่ะ สงสัยคงจะไม่ยอมให้เธอกลับมาอีกแล้วจริง ๆ”
หวงซิ่วหลันไม่ได้พูดอะไรต่อ
[จบบท]