บทที่ 364: เรื่องฉาวของบ้านชิว
"นี่ๆๆ ได้ยินเรื่องกันหรือยัง คนที่อยู่ข้างในน่ะ ผู้หญิงคือลูกสาวบ้านชิว" หญิงสูงวัยคนหนึ่งเปิดประเด็นขึ้น ทำลายความเงียบ
"รู้แล้วย่ะ ข่าวมันดังไปทั่วตั้งแต่เช้าแล้ว ได้ยินว่าโดนจับได้ตั้งแต่เมื่อคืน สองคนนั่นอยู่ในโกดังมาทั้งคืนเลยนะ"
"เหอะ ลูกสาวบ้านชิวนี่ใจกล้าไม่เบา ถ้าเป็นสมัยก่อน คนมีชู้ต้องโดนจับถ่วงน้ำในกรงหมูไปแล้ว คราวนี้บ้านชิวได้ขายขี้หน้าไปถึงไหนต่อไหนแน่!"
"ถ้าฉันจำไม่ผิดนะ เรื่องแต่งงานกับบ้านหลินที่กองพลการผลิตตงเฟิงน่ะ ชิวเหลียนก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมบังคับเขาไม่ใช่เหรอ ช่างหน้าไม่อายจริงๆ"
มีสะใภ้คนใหม่ที่เพิ่งแต่งงานย้ายเข้ามาได้ไม่กี่ปี ไม่เคยรู้เรื่องราวในอดีตเหล่านี้มาก่อน จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "หมายความว่ายังไงเหรอคะ ฉันอยากฟังจัง"
ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ทำเอาบรรดาป้าๆ ผู้รอบรู้รู้สึกคันปากอยากจะเล่าเรื่องซุบซิบให้ฟัง
"จริงๆ ก็ไม่มีอะไรพิสดารหรอก ก็มุกเดิมๆ นั่นแหละ" ป้าคนหนึ่งเริ่มเล่า
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ไอ้หนุ่มซื่อบื้อบ้านหลินน่ะมาที่หมู่บ้านเราเพื่อหาเพื่อนที่ชื่อกั๋วต้งกับเจี้ยนจวิน ไอ้หนุ่มนั่นทั้งสูง ทั้งหล่อ แถมยังแต่งตัวดีอีกต่างหาก จะไม่ให้คนบ้านชิวจับตาได้ยังไง"
"หนุ่มๆ ใสซื่อจะไปมีเล่ห์เหลี่ยมทันคนแก่เจ้าเล่ห์ได้ยังไงล่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไอ้หนุ่มบ้านหลินถูกคนบ้านชิวรั้งตัวไว้ แล้วก็...อย่างที่เห็นนั่นแหละ ชิวเหลียนก็ได้แต่งเข้าบ้านหลินไป"
ดูเหมือนว่าความอยากรู้ของสะใภ้คนใหม่จะยังไม่ถูกเติมเต็ม เธอจึงถามต่อ "แล้วเขาใช้วิธีไหนเหรอคะ"
ป้าคนนั้นเบ้ปากอย่างดูแคลน "ได้ยินเขาเล่ากันมาว่า วันนั้นชิวเหลียนขึ้นเขาไปเก็บผักป่า แล้วถูกงูกัด บังเอิญไปเจอไอ้หนุ่มบ้านหลินเข้าพอดี ชิวเหลียนก็เลยอ้อนวอนให้เขาช่วย เจ้าหนุ่มนั่นก็ใจดีพยุงเธอไปส่งที่สถานีอนามัย"
"ไอ้หนุ่มบ้านหลินช่วยคนชัดๆ ชิวเหลียนเองก็รู้ทั้งรู้ แต่คนบ้านชิวดันโวยวายหาเรื่อง กล่าวหาว่าเขาฉวยโอกาสกับลูกสาว ทำลายชื่อเสียงของเธอ แล้วก็บังคับให้เขารับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ไม่อย่างนั้นจะไปฟ้องทางการให้จับเขาเข้าคุก"
"สมัยนั้นการตรวจสอบมันเข้มงวดมาก พลาดนิดเดียวก็อาจจะติดคุกได้จริงๆ หลังจากนั้นก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย สุดท้ายบ้านหลินกับบ้านชิวก็ได้ดองกันจนได้" ยิ่งเล่าสีหน้าของป้าคนนั้นก็ยิ่งแสดงความเหยียดหยามออกมา
ถ้าจะให้เธอพูดล่ะก็ เรื่องบังเอิญเจอกันอะไรนั่นมันเหลวไหลทั้งเพ เรื่องชิวเหลียนถูกงูกัดมันก็เป็นแค่กับดักที่บ้านชิววางไว้เพื่อล่อเจ้าหนุ่มบ้านหลินให้ติดกับต่างหาก จุดประสงค์ก็เพื่อจะเกาะกินบ้านหลินนั่นแหละ
สะใภ้คนใหม่ไม่เคยเจอคนไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน เธอถึงกับอ้าปากค้าง "หา! นี่มัน...เนรคุณกันชัดๆ เลยนี่คะ"
ป้าคนนั้นตบแขนเธอเบาๆ "คนอย่างบ้านชิวจะไปสนหน้าตาที่ไหนกัน พวกเขาสนแค่ผลประโยชน์ที่จะได้มาเท่านั้นแหละ"
ป้าอีกคนเสริมขึ้น "ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนบ้านชิวจนมากเลยนะ แต่ตั้งแต่ชิวเหลียนแต่งงานไปบ้านหลิน คนบ้านชิวก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะ" ไม่รู้ว่าไปขโมยของบ้านหลินมามากแค่ไหน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชิวเหลียนแทบไม่มีโอกาสได้ขนของจากบ้านหลินเลย เพราะซ่งซีเวยเป็นคนคุมบ้านทั้งหลัง จะเปิดโอกาสให้เธอเป็นขโมยได้อย่างไร อย่างมากก็แค่แอบซ่อนไข่ไก่ หรือเก็บหมั่นโถวไว้กินครึ่งลูกเท่านั้น ที่ฐานะของบ้านชิวดีขึ้นก็เพราะตอนจัดงานแต่งงาน พวกเขาขูดรีดเงินจากบ้านหลินไปถึง 100 หยวนต่างหาก ซึ่งเงินจำนวนนั้นในสมัยนั้นถือว่ามหาศาล พอที่จะทำให้บ้านชิวสุขสบายไปได้พักใหญ่เลยทีเดียว
"แล้วผู้ชายที่อยู่ข้างในเป็นคนบ้านไหนเหรอคะ" สะใภ้คนใหม่ถามต่อ
คราวนี้ป้าคนที่เปิดประเด็นกลับเงียบไป เธอเพียงแค่เหลือบสายตาไปทางที่ไม่ไกลนัก เฮ้อ... สะใภ้ใหม่นี่ช่างไม่รู้จักสังเกตอะไรเสียเลย ไม่เห็นหรือไงว่าหน้าของเมียเฉินจ้วงสือซีดจนเขียวไปหมดแล้ว!
ขณะที่ทุกคนกำลังเม้าท์มอยกันอย่างออกรส ก็เห็นคนหน้าแปลกหลายคนเดินมาแต่ไกล
"อ๊าย! คนบ้านหลิน คนบ้านหลินมาแล้ว!" ป้าที่กำลังพูดอยู่ร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น "มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว!!" พูดจบก็รีบขยับตัวไปข้างหน้า 2-3 ก้าว เพื่อจับจองที่ที่ดีที่สุดสำหรับดูเรื่องสนุก
คนอื่นๆ ก็รีบตามไปทันที
"ไอ้หนุ่มหลิน มาแล้วเรอะ คนถูกขังอยู่ข้างในนั่นแหละ" ป้าที่เป็นหัวโจกทักทายหลินซื่อเซิ่ง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ประตูโกดัง ก่อนจะปากไวถามต่อ "แล้วเรื่องนี้พ่อแม่ของเธอว่ายังไง จะยังให้อยู่กินกันต่อไปอีกไหม"
หลินเจาเดินออกมาข้างหน้า ใบหน้าที่ขาวสวยของเธอเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นเยียบจับใจ
"ดูคุณป้าพูดเข้าสิคะ ชิวเหลียนทำเรื่องน่าไม่อายขนาดนั้น จะยังอยู่กันต่อไปได้ยังไง"
"พ่อแม่ของฉันบอกว่า บ้านหลินไม่ต้องการลูกสะใภ้ที่ไร้ยางอาย ให้พี่รองของฉันหย่ากับผู้หญิงคนนั้น เดี๋ยวนี้ วันนี้ ห้ามลากไปถึงพรุ่งนี้เด็ดขาด!"
สิ้นคำประกาศที่แข็งกร้าว เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มขึ้นรอบทิศทาง
หย่างั้นเหรอ
นี่คงเป็นเรื่องใหญ่ครั้งแรกในรอบหลายหมู่บ้านแถบนี้เลยก็ว่าได้!
ชาวบ้านที่มุงดูต่างจับกลุ่มซุบซิบกันเซ็งแซ่
หลินเจาไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เธอใช้กุญแจที่ขึ้นสนิมไขปลดแม่กุญแจที่คล้องประตูโกดังออก กุญแจดอกนี้เป็นของเจี้ยนจวิน เพื่อนสนิทของพี่รองเธอเอง
“แกร๊ก!”
แม่กุญแจร่วงหล่นลงพื้น
ทันทีที่ประตูเปิดอ้าออก ชิวเหลียนก็ใช้มือปิดหน้าวิ่งพรวดออกมา ในสภาพที่ดูไม่ได้ บนเรือนผมมีเศษฟางข้าวติดอยู่ เสื้อผ้าก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน แถมทั้งตัวยังส่งกลิ่นเหม็นอับคลุ้งไปทั่ว
ในจังหวะที่ชิวเหลียนกำลังจะผลักไหล่หลินเจาให้พ้นทาง หญิงสาวก็ยกเท้าขึ้นถีบสวนกลับไปเต็มแรง
“ปัง!”
ร่างของชิวเหลียนกระเด็นกลับเข้าไปในโกดัง กระแทกเข้ากับร่างของผู้ชายที่อยู่ข้างในจนทั้งคู่ล้มระเนระนาดไปพร้อมกัน ชายคนนั้นร้อง "โอ๊ย" ออกมาเสียงดัง
สิ้นเสียงร้องโอดโอย และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่กำยำของหญิงคนหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้าไปในโกดัง คว้าคอเสื้อของผู้ชายคนนั้นขึ้นมาแล้วกระหน่ำทุบตีไม่ยั้ง
เมียของเฉินจ้วงสือเลือดขึ้นหน้า เธอคำรามลั่น "เฉินจ้วงสือ! แกกล้าดียังไงมาสวมเขาให้ฉัน! บอกว่าจะออกไปปัสสาวะใช่ไหม ถึงกับต้องมาปัสสาวะไกลถึงที่นี่เลยเหรอ ฉันจะให้แกได้ปัสสาวะสมใจ! ฉันจะอัดแกให้ตาย ไอ้คนหน้าด้าน!"
เสียงตุ้บตั้บดังขึ้นไม่หยุด เฉินจ้วงสือได้แต่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"อีบ้า! แกกล้าตีฉันเหรอ คิดจะแข็งข้อรึไง! เชื่อไหมว่าฉันจะหย่ากับแก..."
ยังไม่ทันจะขู่จบประโยค ปากดีได้ไม่นานก็ถูกฝ่ามือของภรรยาฟาดจนหน้าหัน "อ๊า— เจ็บๆๆ เจ็บจะตายอยู่แล้ว! เบาหน่อยสิที่รัก เบาหน่อย ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่กล้าอีกแล้ว ฉันไม่ได้อยากทำนะ แต่ชิวเหลียนเป็นคนยั่วฉัน ฉันทนไม่ไหวจริงๆ"
คำแก้ตัวของเขายิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟ ภรรยาของเขายิ่งโมโหเดือดดาล "ทนไม่ไหวเหรอ มีแต่สัตว์เดรัจฉานเท่านั้นแหละที่ควบคุมท่อนล่างของตัวเองไม่ได้!"
คราวนี้แรงที่ใช้ทุบตียิ่งหนักหน่วงขึ้น จนใบหน้าของเฉินจ้วงสือบวมปูดไปหมด หลังจากซ้อมสามีจนระบายความโกรธไปได้ครึ่งหนึ่ง เธอก็หันไปลากตัวชิวเหลียนขึ้นมาซ้อมต่ออีกชุดใหญ่ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสดังระงมไปทั่วโกดัง
ชิวเหลียนได้แต่กอดหัวหมอบอยู่กับพื้น พยายามหลบหมัดที่กระหน่ำลงมาราวกับห่าฝน เธอเจ็บไปทั้งตัวจึงตะโกนหาหลินซื่อเซิ่ง "พี่คะ! ช่วยฉันด้วย! เฉินจ้วงสือข่มขืนฉัน! ฉันไม่ได้นอกใจพี่นะ อ๊า..."
คิ้วของหลินซื่อเซิ่งขมวดมุ่นด้วยความรังเกียจเต็มพิกัด
อู๋กั๋วต้งกับเจี้ยนจวินถึงกับพูดไม่ออก... ช่างหน้าไม่อายสิ้นดี! ส่วนหลินเจาก็ได้แต่คิดในใจว่า ‘ต้องหน้าหนาเบอร์ไหน ถึงกล้าพูดจาแบบนี้ออกมาได้’
ในเมื่อมีคนช่วยสั่งสอนแทนแล้ว เธอจึงยังไม่ลงมือ แค่ยืนกอดอกมองดูอย่างเย็นชา
เมียของเฉินจ้วงสือพอได้ยินคำพูดของชิวเหลียน ความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้นพร้อมกับความขยะแขยงสุดขีด เธอจึงเพิ่มแรงตบเข้าไปอีกไม่ยั้ง จนใบหน้าของชิวเหลียนบวมฉึ่งราวกับหัวหมู เลือดสีแดงสดไหลซิบๆ ออกมาจากมุมปาก
"ถุย! เธอกับเฉินจ้วงสือนี่มันเหมาะสมกันจริงๆ พวกขี้ขลาดตาขาวที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ! น่าขยะแขยง!"
เมื่อระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว หญิงสาวก็ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง เท้าสะเอวแล้วประกาศกร้าว "ไอ้แซ่เฉิน! ฉันจะหย่ากับแก! ในเมื่อแกควบคุมไอ้เศษเนื้อในเป้ากางเกงของตัวเองไม่ได้ แถมยังไปมั่วกับนังนี่อีก ฉันจะหลีกทางให้! ต่อไปนี้พวกแกสองคนจะไปทำอะไรกันที่ไหนก็เชิญ!"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินจากไปทันที ตรงกลับไปเก็บข้าวของของตัวเองที่บ้านเฉิน แล้วกลับบ้านพ่อแม่โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
"อย่าไปนะเมียจ๋า! ฉันไม่หย่านะ!" เฉินจ้วงสือร้องลั่นแล้วยื่นมือออกไป เขาไม่เคยคิดจะหย่าเลย ภรรยาของเขาเก่งกาจขนาดนี้ ทำงานเต็มคะแนนงานทุกวัน เรื่องในบ้านนอกบ้านก็จัดการได้ดีเยี่ยม ที่เขามีชีวิตสุขสบายอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะเธอคนเดียว
เขาจึงพยายามกัดฟันสู้กับความเจ็บปวดเพื่อจะวิ่งตามไป แต่กลับถูกตำรวจสองนายที่เดินเข้ามาล็อคแขนไว้เสียก่อน
"อย่าขยับ!" ตำรวจนายหนึ่งพูดเสียงเข้ม "ทำเรื่องชู้สาวแล้วยังคิดจะหนีอีกเหรอ อยู่นิ่งๆ ซะ!"
ตำรวจอีกนายมองไปที่ชิวเหลียน "ส่วนเธอ ก็ไปกับเราซะ"
ทั้งเฉินจ้วงสือและชิวเหลียนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ชิวเหลียนถอยหลังกรูด "ไป...ไปไหน ฉันจะกลับบ้าน ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!" เมื่อเห็นหลินซื่อเซิ่ง เธอก็พุ่งเข้าไปจะคว้าแขนเขา แต่เขาก็รีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับเธอเป็นเชื้อโรคร้าย
"พี่คะ! ฉันรู้ว่าฉันผิดไปแล้วจริงๆ ฉันจะกลับไปเป็นภรรยาที่ดีของพี่นะ พี่พาฉันกลับบ้านเถอะนะ เรากลับบ้านกันนะ"
หลินซื่อเซิ่งไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ เขาเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะเยาะหยันอย่างเย็นชา
"พี่รองของฉันหมายความว่า... ฝันไปเถอะ" หลินเจาช่วยแปลความหมายให้ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
[จบบท]