บทที่ 147: จะเป็นคนทำอาหารให้คุณทุกมื้อ
เฮ่ออวี้เสียงยังคงเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
เสียงปึงดังลั่นสะท้อนไปทั่วห้อง เมื่อฝ่ามือของเฉินชิงฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง
"เฮ่ออวี้เสียง!"
"คราวหน้าถ้าผมจะออกไปตอนกลางคืน ผมจะบอกน้าก่อนครับ" เด็กชายเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ยอมอ่อนข้อให้ในที่สุด
เฉินชิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาด้วยสายตาคาดคั้น
"มีแค่นี้เองเหรอ ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วใช่ไหม"
"น้าไม่ได้อยากได้ทองคำเหรอครับ ตอนนี้เราก็ได้มันกลับมาแล้ว ทำไมน้ายังต้องโกรธอยู่อีกล่ะ" เฮ่ออวี้เสียงสวนกลับด้วยความไม่เข้าใจอย่างแท้จริง
ในเมื่อภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
และตลอดกระบวนการก็ไม่ได้มีอุปสรรคใดๆ เกิดขึ้น
เหตุใดจึงต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตด้วย
นัยน์ตาของเฮ่อหย่วนหดเล็กลง เขาสังหรณ์ใจว่าแผนล่อเสือออกจากถ้ำในครั้งนี้ อาจจะกลายเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองในท้ายที่สุด
ราวกับมีระเบิดเวลาซ่อนอยู่ในหัวของเฉินชิง พลันเกิดการปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนสมองของเธอขาวโพลนไปหมด
"น้า...น้า..."
ทองคำมีค่ามากกว่าชีวิตคนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
จริงอยู่ที่เธอเป็นคนเห็นแก่เงิน
แต่ก็ไม่เคยเห็นแก่เงินจนถึงขั้นไม่ใส่ใจในความปลอดภัยของเขาเลยแม้แต่น้อย
เฉินชิงถูกการกระทำของเฮ่ออวี้เสียงยั่วโทสะจนรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตุบๆ
เฮ่อหย่วนรีบประคองถ้วยน้ำส่งให้เธอ
"คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ"
เพราะเรื่องราวที่น่าปวดหัวยิ่งกว่านี้กำลังจะตามมา
เฉินชิงตวัดสายตาขุ่นเคืองไปทางเขา "ทั้งหมดเป็นความผิดของคุณ"
เฮ่อหย่วนก้มหน้ารับผิดแต่โดยดี
เฉินชิงรู้สึกว่าการต่อว่าเขาไม่ต่างอะไรกับการชกกำปั้นใส่ปุยนุ่น มันไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด
แต่การต่อว่าเฮ่ออวี้เสียงกลับเหมือนการชกกำปั้นใส่แผ่นเหล็กกล้า ที่นอกจากจะไม่สะเทือนแล้ว ยังทำให้เธอเจ็บตัวเสียเอง
เฉินชิงมองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องขัดหูขัดตา เธอจึงหันไปให้ความสนใจกับกองทองคำที่วางอยู่บนโต๊ะแทน
ดูเหมือนว่าในยามนี้ จะมีเพียงประกายสีทองอร่ามของมันเท่านั้นที่สามารถเยียวยาจิตใจอันบอบช้ำของเธอได้
เมื่อได้เห็นสิ่งที่เธอโปรดปรานและหลงใหลเป็นชีวิตจิตใจ อารมณ์ที่คุกรุ่นของเฉินชิงก็เริ่มสงบลง จนเธอมีสติพอที่จะเอ่ยถามเฮ่อหย่วนได้
"คุณใช้วิธีไหนถึงเอาทองคำพวกนี้ออกมาได้"
"ผมแอบฟังพวกเขาคุยกัน" เฮ่อหย่วนอธิบายแผนการทั้งหมด ก่อนจะกล่าวเสริม
"ผมคาดว่าคืนนี้ความสนใจส่วนใหญ่ของพวกเขาจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องปืน ผมเลยถือโอกาสนี้จัดการเรื่องทองคำให้สิ้นซากไปเลย"
แผนการทุกอย่างถูกวางเอาไว้อย่างรัดกุม
ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้ที่ติ
แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับออกมาเลวร้ายอย่างไม่น่าให้อภัย
"แล้วทำไมคุณถึงไม่คิดจะปรึกษาฉันก่อน" เฉินชิงชี้นิ้วเข้าหาตัวเองสลับกับชี้ไปยังเฮ่ออวี้เสียง
"หรือคุณคิดว่าฉันฉลาดน้อยกว่าเด็กคนนี้"
"เป็นความผิดของผมเองที่คิดไม่รอบคอบ" เฮ่อหย่วนกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ ก่อนจะพูดต่อ
"ผมมีอีกเรื่องหนึ่งอยากจะบอกคุณ"
เฉินชิงกอดอกแน่น สายตาที่มองมายังคงเย็นชา
"ก็ว่ามาสิ"
เฮ่อหย่วนจึงเริ่มอธิบาย
"จากที่ผมเคยศึกษามาบ้าง เมื่อพิจารณาจากตราประทับของทางราชการแล้ว สันนิษฐานได้ว่าเป็นของที่มาจากดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีภาพวาดและงานอักษรศิลป์อีกจำนวนหนึ่งที่บ่งชี้ว่าเป็นสมบัติของทายาทตระกูลใหญ่ และปืนที่ถูกซ่อนไว้ก็น่าจะเป็นของตกทอดมาจากขุนศึกในอดีต"
เฮ่ออวี้เสียงค่อยๆ ขยับตัวถอยห่างออกไปทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ
เฉินชิงหันไปมองเฮ่ออวี้เสียง ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เธอแทบจะพูดอะไรไม่ออก
"นี่เธอเห็นน้าเป็นตัวตลกหรือยังไง เฮ่ออวี้เสียง!!!"
เธอจะบ้าตายอยู่แล้ว
สักวันหนึ่งเธอต้องถูกเด็กคนนี้ทำให้หัวใจวายตายอย่างแน่นอน
ใครเลยจะล่วงรู้ว่าในวันนั้นเธอต้องเผชิญกับความรู้สึกสิ้นหวังและสติแตกมากเพียงใด ต้องทำตัวราวกับหญิงเสียสติ แต่ท้ายที่สุดแล้วเรื่องทั้งหมดกลับเป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่เฮ่ออวี้เสียงสร้างขึ้น
เฮ่ออวี้เสียงรีบวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน พร้อมกับตะโกนเสียงดัง
"น้าเคยสัญญาแล้วนี่ว่าจะไม่ตีเด็ก"
"แต่ตอนนี้น้าเปลี่ยนใจแล้ว" เฉินชิงมองตามร่างของเด็กชายที่วิ่งเข้าไปหลบในห้องแล้วล็อกประตูจากด้านใน ความโมโหทำให้เธออยากจะบ้าคลั่งให้รู้แล้วรู้รอด
เฮ่อหย่วนไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้
เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เขากลับรู้สึกหวาดกลัวเฉินชิงขึ้นมาอย่างจับใจ เพียงแค่ได้เห็นเธอเกรี้ยวกราด หัวใจของเขาก็พลันสั่นระรัว
น้ำเสียงเย็นเยียบของเฉินชิงดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"นักวิจัยเฮ่อ คุณนี่ช่างเป็นคนที่รอบรู้เสียจริงๆ เลยนะคะ"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ" เฮ่อหย่วนพยายามข่มความรู้สึกหวั่นไหว
"ทองคำนี่คุณเก็บไว้ก่อนก็ได้ หากมีความจำเป็นก็ค่อยนำออกมาใช้ รอจนกว่าประเทศชาติต้องการความช่วยเหลือ คุณค่อยบริจาคไปส่วนหนึ่งก็ยังไม่สาย"
"แล้วทำไมคุณถึงเลือกที่จะบอกความจริงกับฉันล่ะ" เฉินชิงถามกลับอย่างอ่อนแรง
เฮ่อหย่วนตอบอย่างหนักแน่น "เพราะผมไม่อยากปิดบังอะไรคุณ"
คำตอบของเขาทำให้เฉินชิงรู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ เธอแค่นเสียง 'เหอะ' ออกมาเบาๆ
"ถือว่าคุณยังพอมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง"
สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดก็คือการถูกหลอกให้เป็นคนโง่โดยที่ไม่รู้อะไรเลย
เฉินชิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นทำให้หัวใจของเธอราวกับถูกของร้อนนาบ
"ทองคำพวกนี้ไม่ใช่ของตระกูลฉัน ฉันคงไม่เอาไปใช้จ่ายส่วนตัวหรอก คุณคิดว่าเราควรจะจัดการกับมันยังไงดี"
"คุณเก็บมันไว้เถอะครับ รอให้ถึงเวลาที่ประเทศชาติประสบปัญหาจริงๆ ค่อยนำออกมาบริจาคก็ยังไม่สาย เพราะถ้าคุณบริจาคไปตอนนี้ ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะไปเพิ่มจำนวนกับข้าวบนโต๊ะอาหารของใครบางคนเท่านั้น"
"แล้วคุณล่ะ ไม่ต้องการมันเหรอ"
เฉินชิงยังคงถามย้ำ
ใครบ้างจะไม่หวั่นไหวไปกับอำนาจของเงินตรา
เหตุใดจึงมีคนที่สามารถปฏิเสธมันได้ลงคอ
เฮ่อหย่วนโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องมาที่เธออย่างจริงจัง
"เงินทั้งหมดที่ผมมี ผมยกให้คุณได้"
โดยปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่สุภาพอ่อนโยนกับเธอเสมอ แต่เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันที่แฝงมากับสายตาคมกริบคู่นั้น เฉินชิงก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอแสร้งทำเป็นใจแข็งพูดออกไป
"ฉันจะเอาเงินของคุณไปทำอะไรกัน"
"คุณจะได้เอาไปซื้อของอร่อยๆ ทานไงครับ"
"แล้วคุณจะไม่ทำให้ฉันทานเหรอ"
"ทำให้สิครับ" เฮ่อหย่วนยิ้มกว้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังแล้วเอ่ยถาม
"ผมจะเป็นคนทำอาหารให้คุณทุกมื้อ นับจากนี้ไป ได้ไหมครับ"
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความประหม่า ดวงตาคู่คมฉายแววคาดหวังอย่างปิดไม่มิด
เฉินชิงที่ปกติแล้วเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้เข้าก็ถึงกับไปไม่เป็น
"ฉัน...ฉันขอเวลาคิดดูก่อน"
"ได้ครับ" เขาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
"ถ้าอย่างนั้นคุณก็กลับไปได้แล้ว" เฉินชิงกลอกตาอย่างใช้ความคิด
"ฉันอยากจะเห็นหน่อยว่าคุณปีนกำแพงเก่งแค่ไหน"
เฮ่อหย่วนมีท่าทีอยากจะปฏิเสธ
แต่เมื่อถูกสายตาของเฉินชิงจ้องเขม็ง เขาก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี
เฮ่อหย่วนพาเธอเดินไปยังสวนหลังบ้าน เขาวิ่งไปข้างหน้าสองสามก้าว ก่อนจะใช้แรงส่งดีดตัวขึ้นไปบนกำแพงอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งและแขนขาที่ยาว ทำให้เขาสามารถปีนข้ามกำแพงไปได้อย่างง่ายดายและสง่างาม
เมื่อขึ้นไปอยู่บนกำแพงแล้ว เขาก็หันกลับมาให้คำมั่นสัญญากับเธอ
"ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"
"ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ" เฉินชิงเป็นฝ่ายหันหลังกลับเข้าไปในห้องโถงก่อน บนโต๊ะยังคงมีทองคำน้ำหนักกว่าสามสิบจินและม้วนภาพเขียนวางอยู่
เธอใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะแบกของทั้งหมดกลับเข้าไปในห้องนอนได้
หลังจากที่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงลำพังครู่หนึ่ง เฉินชิงก็ยังคงรู้สึกน้อยใจไม่หาย
พลันมีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากทางสวนหลังบ้าน
เฉินชิงจึงเดินออกไปดู ก็พบกับลูกบอลที่สานจากไม้ไผ่ขนาดเล็ก ตกอยู่ในบริเวณที่ไม่ได้ปลูกผักไว้อย่างแม่นยำ ข้างในดูเหมือนจะมีของบางอย่างบรรจุอยู่
เธอเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบน
คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของเฮ่อหย่วน
เฉินชิงเดินเข้าไปสำรวจใกล้ๆ อยู่ครู่หนึ่ง จึงสังเกตเห็นกลไกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่บนลูกบอลไม้ไผ่ เมื่อลองกดลงไป ประตูเหล็กบานจิ๋วก็เปิดออก
เธอล้วงมือเข้าไปหยิบของที่อยู่ด้านในออกมา
มันคือสมุดเมนูอาหารเล่มเล็กๆ ที่มีรายการอาหารให้เลือกมากมาย
และในหน้าสุดท้ายมีข้อความเขียนไว้ว่า
"ผมติดแผ่นแม่เหล็กไว้บนกำแพงในบริเวณที่กำหนดไว้แล้ว คุณลองดูสิ ลูกบอลนี่ก็มีแม่เหล็กเหมือนกัน คุณแค่โยนมันกลับไปตรงนั้น วันรุ่งขึ้นผมจะได้ทำอาหารที่คุณอยากทานไปให้"
เฉินชิงยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง
เธอกอดลูกบอลไม้ไผ่ไว้ในอ้อมแขนแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอโดยไม่รู้ตัว
อารมณ์ของเธอในแต่ละวันช่างแปรปรวนราวกับกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกาเสียจริง
"อ้าว คุณน้าตื่นแล้วเหรอคะ"
เฮ่ออวี้ถิงที่เพิ่งตื่นนอนสังเกตเห็นว่าประตูห้องของน้าสาวเปิดอยู่ จึงรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความประหลาดใจ
"งั้นเดี๋ยวหนูทำอาหารเช้าให้นะคะ"
"ไม่ต้องหรอกจ้ะ วันนี้น้าไม่ค่อยหิว" เฉินชิงลูบศีรษะของเฮ่ออวี้ถิงเบาๆ
"วันนี้หนูไม่ได้หยุดเรียนเหรอ กลับไปนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะจ้ะ"
"หนูตื่นเต็มตาแล้วค่ะ" เฮ่ออวี้ถิงกางแขนออก
"พี่ชายกับเหมาเหมายังไม่ตื่นกันเลยค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูทานข้าวเช้าเสร็จแล้วค่อยไปช่วยงานดีกว่า"
เฮ่ออวี้ถิงทานมันเทศไปเพียงเล็กน้อย เธอตั้งใจจะเก็บท้องไว้สำหรับมื้อกลางวัน เพราะวันนี้ที่บ้านจะมีงานเลี้ยงฉลอง
เด็กน้อยรีบวิ่งตึงตังไปยังสวนหลังบ้านอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเธอจะหลงใหลในการขุดหาไส้เดือนเป็นอย่างมาก
เฉินชิงนำลูกบอลไม้ไผ่ไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ก่อนจะเตรียมตัวออกไปทำงาน
ข่าวดีคือ ตอนนี้ที่บ้านมีทองคำหนักกว่าสามสิบจินแล้ว
ข่าวร้ายก็คือ เธอไม่สามารถนำมันออกมาใช้จ่ายได้อย่างอิสระ
เฉินชิงตั้งใจว่าจะเก็บทองคำก้อนนี้ไว้จนถึงปี 1977 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง และประเทศชาติกำลังอยู่ในภาวะที่ต้องการเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เมื่อถึงเวลานั้นเธอจะนำเงินจำนวนนี้ไปบริจาค
การอดนอนมาทั้งคืนส่งผลให้เฉินชิงรู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีสมาธิในการทำงาน
"หัวหน้าทีมเฉิน"
หยางซิวจิ่นเดินเข้ามาหาเธอ
เฉินชิงที่กำลังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะถึงกับสะดุ้งตัวตรงเมื่อเห็นเขา
"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ"
ถึงแม้ว่าเรื่องปืนและทองคำจะถูกจัดการโดยเฮ่อหย่วนไปแล้ว แต่จากข้อมูลที่เธอสืบมาได้นั้น ประวัติของหยางซิวจิ่นก็ไม่ได้ขาวสะอาดนัก
ในเวลานี้ หยางซิวจิ่นที่เพิ่งจะสร้างผลงานชิ้นสำคัญให้กับองค์กร กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจในตัวเองอย่างถึงที่สุด เขามองมายังเฉินชิงด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ผมมีธุระนิดหน่อย ไม่ทราบว่าพอจะให้หยางอี้เหอไปพักที่บ้านคุณสักสองสามวันได้ไหมครับ"
"ไม่ได้ค่ะ"
เฉินชิงปฏิเสธกลับไปในทันทีโดยไม่ลังเล
สีหน้าของหยางซิวจิ่นถึงกับเปลี่ยนไป "ทำไมล่ะครับ"
[จบบท]