บทที่ 156: เจตนาหาเรื่อง
หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเรียบง่ายรวบผมหางม้าไว้สูง เผยให้เห็นผิวขาวละเอียดและลำคอระหง รอยยิ้มของเธอนั้นเจิดจ้าสดใสราวกับแสงตะวัน ความงามที่โดดเด่นและแฝงไปด้วยพลังดึงดูดนั้นน่าตะลึงจนยากจะละสายตา
หูไท่หงเหลือบมองเหล่าศิลปินจากคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมที่บัดนี้ต่างพากันจ้องมองไปยังหัวหน้าทีมเฉินด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม ความรู้สึกผิดหวังจึงฉายวูบขึ้นมาในใจ
“ผมนึกว่าศิลปินจากคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมจะหน้าตาสะสวยกันทุกคนเสียอีก”
“แล้วยังไงต่อล่ะ หรือนายคิดว่าพวกเขาจะเหาะเหินเดินอากาศขึ้นมาหรือไง”
หูไท่หงพยักหน้าอย่างแผ่วเบา
ในจินตนาการของเขา ภาพที่วาดไว้มันก็งดงามราวกับเทพธิดาจำแลงกายลงมาเช่นนั้น
เพื่อนร่วมงานอีกสองคนส่ายหน้าอย่างระอา
ความซื่อตรงของเขาช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
เฉินชิงคลายมือออกจากหัวหน้าคณะหลี่ ก่อนจะหันไปมองเหล่าสหายจากคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมที่ทยอยลงมาจากรถจนครบทุกคนแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“สหายทุกท่าน เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยกันมาก เดี๋ยวดิฉันจะพาทุกท่านไปที่บ้านพักรับรองเพื่อเข้าที่พักให้เรียบร้อยก่อนค่ะ แล้วเราค่อยกลับมาจัดการกับอุปกรณ์ต่าง ๆ บนรถบรรทุกกันอีกทีนะคะ”
หัวหน้าคณะหลี่จึงส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินตามไป
หลี่เฉาเซียเดินเคียงข้างกับเฉินชิงพลางชวนคุย “ดูแล้วหัวหน้าทีมเฉินคงจะยังอายุน้อยอยู่สินะคะ”
“อีกไม่นานก็จะ 20 ปีแล้วค่ะ”
“เป็นคนรุ่นใหม่ที่เก่งกาจและมีความสามารถจริง ๆค่ะ”
“ทั้งหมดเป็นเพราะหน่วยงานที่มอบโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่เสมอค่ะ” เฉินชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม คำพูดของเธอถ่อมตนและไร้ซึ่งช่องโหว่ใด ๆ
หลี่เฉาเซียแย้มยิ้ม “การมาจัดการแสดงที่โรงงานของพวกคุณในครั้งนี้ คงต้องรบกวนหน่อยแล้วนะคะ”
“ไม่รบกวนเลยค่ะ คนงานในโรงงานของเราพอทราบข่าวว่าคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมจะมา ต่างก็ตื่นเต้นแล้วก็ตั้งตารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ”
“สหายหลายคนถึงกับยอมสลับไปทำงานกะดึก เพื่อที่จะได้มีเวลาชมการแสดงได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ”
เฉินชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
คณะเดินทางออกจากประตูใหญ่ของโรงงานเครื่องจักร เดินตรงไปอีกไม่ไกลนักแล้วเลี้ยวตรงหัวมุมถนน อาคารอิฐแดงสามชั้นหลังหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา
บริเวณด้านหน้าอาคารมีต้นหอมหมื่นลี้ปลูกเรียงรายอยู่หลายต้น ซึ่งกำลังผลิดอกบานสะพรั่งพอดี ดอกไม้สีเหลืองนวลส่งกลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
บานประตูไม้สีเขียวมีป้ายพื้นขาวตัวอักษรสีแดงแขวนอยู่ เขียนข้อความว่า ‘บ้านพักรับรองโรงงานเครื่องจักร’
“ถึงแล้วค่ะ คือที่นี่เอง” เฉินชิงก้าวไปข้างหน้าแล้วผลักบานประตูไม้เข้าไปเป็นคนแรก
โถงต้อนรับของบ้านพักรับรองนั้นมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่กลับถูกดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี
พื้นซีเมนต์ถูกขัดถูจนส่องประกายเงางาม บนผนังมีภาพของท่านผู้นำและใบประกาศเกียรติคุณของเหล่าแรงงานดีเด่นแขวนประดับไว้หลายใบ
ด้านหลังเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาว มีหญิงวัยกลางคนสวมแว่นสายตากำลังนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น
“คุณป้าหวังคะ สหายจากคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมเดินทางมาถึงแล้วค่ะ” เฉินชิงส่งเสียงทักทาย
คุณป้าหวังเงยหน้าขึ้นจากสมุดลงทะเบียน เธอหรี่ตามองกลุ่มผู้มาใหม่
“อ้อ ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ ห้องพักเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว อยู่ที่ชั้นสองกับชั้นสาม ชั้นละหกห้อง จัดให้พักห้องละสองคนนะคะ”
เฉินชิงรับพวงกุญแจมาจากเคาน์เตอร์แล้วหันไปกล่าวกับทุกคน
“สหายทุกท่านคะ โรงงานของเราอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ความสะดวกสบายคงเทียบไม่ได้กับที่บ้านของทุกท่าน”
“แต่ขอให้วางใจว่าเครื่องนอนทุกชิ้นเป็นของใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนให้ ทุกห้องจะมีกระติกน้ำร้อนกับอ่างล้างหน้าเตรียมไว้ให้พร้อม หากมีสิ่งใดขาดเหลือ สามารถแจ้งดิฉันได้ตลอดเลยนะคะ”
“เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ” หัวหน้าคณะหลี่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“สมัยที่คณะของเราต้องเดินทางไปแสดงตามชนบท พวกเรายังเคยนอนในโกดังของกองพลน้อยมาแล้วเลยค่ะ”
เสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเองดังขึ้นจากเหล่าสมาชิกในคณะ มีเพียงซูม่านม่านที่ยืนขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เฉินชิงสังเกตเห็นกิริยานั้นได้อย่างชัดเจน
ซูม่านม่านเงยหน้าขึ้นสบตากับเฉินชิง น้ำเสียงของเธอเบาหวิวแต่กลับแฝงความคมคายที่มองข้ามไม่ได้
“ห้องของฉันหันไปทางไหนคะ พอดีฉันนอนหลับยาก ต้องการที่ที่เงียบสงบหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะจัดห้องพักที่อยู่ด้านในสุดของชั้นสองให้คุณนะคะ ห้องนั้นหันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งจะห่างจากเสียงรบกวนของโรงงานพอดี”
เฉินชิงตอบอย่างฉะฉาน “ห้องข้าง ๆ ก็ไม่มีใครเข้าพัก รับรองได้ว่าจะเงียบสงบอย่างแน่นอนค่ะ”
ซูม่านม่านขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าหญิงสาวตรงหน้าจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย เธอจึงพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงว่าพอใจกับคำตอบนั้น
มีเพียงหัวหน้าคณะหลี่ที่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
หัวหน้าทีมเฉินคนนี้เตรียมการทุกอย่างไว้ได้อย่างละเอียดรอบคอบจริง ๆ ดูท่าแล้วคงไม่ใช่คนธรรมดา
หลังจากที่เฉินชิงแจกแจงห้องพักให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ของคณะกรรมการโรงงานก็เข้ามาช่วยยกสัมภาระของทุกคนขึ้นไปยังชั้นบน
ซูม่านม่านเดินตามเพื่อนสมาชิกเข้าไปในห้องพักที่เฉินชิงจัดเตรียมไว้ให้ ห้องมีขนาดประมาณ 12 ตารางเมตร เตียงเดี่ยวสองเตียงถูกจัดวางไว้ชิดผนังคนละฝั่ง โดยมีโต๊ะข้างเตียงไม้กั้นอยู่ตรงกลาง
หน้าต่างบานใหญ่มีผ้าม่านสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดเข้ามา
ผ้าปูที่นอนทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ แม้จะผ่านการซักมาหลายครั้งจนสีซีดจางแต่ก็ยังคงความสะอาดสะอ้าน
ที่มุมห้องมีกระติกน้ำร้อนสองใบและอ่างล้างหน้าเคลือบอีกหนึ่งใบวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
หญิงสาวที่พักห้องเดียวกับซูม่านม่านเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ
“ห้องพักจัดได้น่าอยู่มากเลย ในที่สุดคืนนี้ฉันคงได้นอนหลับสบายเสียที”
ซูม่านม่านเบ้ปากอย่างไม่ใส่ใจ
เธอวางกระเป๋าถือลงบนเตียงที่อยู่ริมหน้าต่าง ก่อนจะเริ่มสำรวจเครื่องนอนอย่างละเอียด
แล้วแอบหยิบซาลาเปาไส้เนื้อออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างแนบเนียน บิซาลาเปาออกเป็นสองส่วน แล้วจงใจป้ายคราบน้ำมันจากไส้ลงบนผ้าห่ม
เมื่อเห็นว่าคราบน้ำมันซึมลึกลงไปในเนื้อผ้าแล้ว เธอก็หันไปตะโกนเรียกเฉินชิงที่อยู่ด้านนอกห้อง
“นี่ ปลอกหมอนมีคราบสกปรกติดอยู่ด้วย”
เฉินชิงซึ่งกำลังเดินไล่สอบถามความต้องการของคนอื่น ๆ อยู่ตามทางเดิน ก็เดินมายังห้องของซูม่านม่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เธอก้าวเข้าไปสำรวจผ้าห่มสีขาวผืนนั้น แล้วก็พบกับคราบน้ำมันที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ สายตาของเธอเหลือบมองซูม่านม่านเพียงชั่วครู่
“ดูจากสภาพแล้ว คราบน้ำมันนี้น่าจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน อย่างช้าที่สุดก็ไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมง แต่ผ้าห่มผืนนี้ซักเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ถูกนำมาวางไว้บนเตียงตลอด สงสัยว่าจะมีขโมยแอบเข้ามาในห้อง ดิฉันจะรีบไปแจ้งความกับตำรวจให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
“เดี๋ยวก่อน”
ซูม่านม่านร้องห้ามเสียงหลง เมื่อเห็นว่าเฉินชิงหยุดฝีเท้าแล้ว เธอก็เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างถือดี
“แค่เธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ให้ฉันก็สิ้นเรื่องแล้ว”
เฉินชิงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย
“สหายซูคะ ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการโรงงาน มีหน้าที่มาต้อนรับคุณ ไม่ใช่พ่อแม่ของคุณที่จะต้องมานั่งทนดูคุณเล่นละครตบตา แล้วยังต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปกับคุณด้วย”
“เธอหมายความว่ายังไง ฉันก็แค่บอกให้เธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ฉันเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าเธอมีหน้าที่ต้องคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้พวกเราหรอกเหรอ”
นับตั้งแต่แรกเห็นเฉินชิง เล็บของซูม่านม่านก็จิกลงบนฝ่ามือจนเป็นรอยลึก ความรู้สึกอิจฉาริษยาที่บ้าคลั่งปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
ทำไมผู้หญิงที่เป็นแค่คนงานในโรงงานถึงได้มีหน้าตาสวยงามกว่าศิลปินในคณะอย่างเธอได้
คงจะดีแต่แต่งตัวอวดสวยไปวัน ๆ
รู้วิธีหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหลงใหลสินะ
เฉินชิงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เยือกเย็น
หัวหน้าคณะหลี่เดินเข้ามาในห้อง “มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”
เฉินชิงแย้มยิ้มบางเบา “หัวหน้าคณะหลี่คะ ดูเหมือนว่าทางคณะของคุณจะไม่พอใจกับการต้อนรับของดิฉันเท่าไหร่นัก ถึงขนาดต้องลงทุนหาอุปกรณ์ประกอบฉากมาสร้างรอยเปื้อนบนผ้าห่มที่พนักงานของเราอุตส่าห์ลงแรงซักจนสะอาดเอี่ยม”
บ้านพักรับรองในยุคนี้ยังไม่มีเครื่องซักผ้าไว้บริการ ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอนหรือปลอกผ้านวมล้วนต้องใช้แรงงานคนในการซัก ยิ่งถ้ามีคราบสกปรกฝังแน่นก็ยิ่งต้องออกแรงขยี้อย่างหนักจึงจะซักออก
หัวหน้าคณะหลี่พยายามไกล่เกลี่ย
“นี่อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้นะคะ สมาชิกคณะของเราอาจจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจไปบ้าง แต่เธอคงไม่คิดที่จะสร้างความเดือดร้อนให้คนทำงานหรอกค่ะ”
“อย่างนั้นหรือคะ” เฉินชิงใช้มือเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองของซูม่านม่านไว้ได้อยู่หมัด ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของอีกฝ่ายแล้วหยิบซาลาเปาออกมาส่งให้หัวหน้าคณะหลี่
“ในฐานะหัวหน้าคณะ ก็ควรจะดูแลเอาใจใส่สมาชิกในทีมให้ดีกว่านี้นะคะ”
ใบหน้าของซูม่านม่านสลับสีไปมาระหว่างเขียวกับซีด
สีหน้าของหัวหน้าคณะหลี่เคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด
เฉินชิงปล่อยมือออกจากข้อมือของซูม่านม่าน แล้วกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
“สมาชิกในคณะของคุณกำลังหลงใหลนักวิจัยคนหนึ่งของสถาบันวิจัยเรา แต่เผอิญว่าดิฉันกับเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ดิฉันมีความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าเธอชอบนักวิจัยคนนั้นจริง ๆ เธอก็ควรจะมีความกล้าพอที่จะเข้าไปแสดงความรู้สึกของตัวเอง”
“ไม่ใช่มาแสดงพฤติกรรมพาลใส่ดิฉันแบบนี้ เพราะดิฉันไม่ใช่คนที่เธอชอบ เธอไม่จำเป็นต้องมาเรียกร้องความสนใจอะไรจากดิฉันทั้งนั้น”
“เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ดิฉันจะไม่เอาความ แต่หากมีครั้งต่อไป ดิฉันก็หวังว่าหัวหน้าคณะหลี่จะเข้าใจนะคะว่า คนเราทุกคนย่อมมีขีดจำกัดของความอดทน”
“อ้อ แล้วก็หวังว่าสหายซูจะจัดการทำความสะอาดคราบน้ำมันนั่นให้เรียบร้อยด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นดิฉันคงต้องขอให้คุณรับผิดชอบโดยการซื้อผ้าห่มผืนนี้ไปเลย”
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของซูม่านม่าน เฉินชิงโค้งคำนับให้หัวหน้าคณะหลี่อย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปเรียกเจ้าหน้าที่อีกสามคนที่ยังคงยืนอู้งานให้ลงไปรอข้างล่าง
ถึงจะรู้สึกโกรธเคืองแค่ไหน
แต่เธอก็ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ภายในห้องพักอันเงียบสงบ หัวหน้าคณะหลี่สูดลมหายใจเข้าลึก “ซูม่านม่าน นี่เธอกำลังทำอะไรของเธออยู่”
ซูม่านม่านที่ได้ฟังเฉินชิงพูดร่ายยาวมาเสียขนาดนั้น ในที่สุดก็จับใจความสำคัญได้ เธอใช้มือปิดหน้าแล้วปล่อยโฮออกมา
“ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเธอสนิทสนมกับนักวิจัยเฮ่อค่ะ”
[จบบท]