บทที่ 186 ชุดวิวาห์ในฝัน
เสียงของคุณครูหลินที่เล่าเรื่องอยู่หน้าชั้นเรียนเริ่มกลายเป็นเสียงเพลงกล่อมเด็กสำหรับเหมาเหมาไปเสียแล้ว เด็กชายตัวน้อยเริ่มโงนเงนก่อนจะฟุบหลับลงกับโต๊ะเรียน
เฮ่ออวี้เสียงที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นเพื่อนสนิทหลับสบายก็อดขำไม่ได้ เขาแอบหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาตั้งเป็นฉากกำบังใบหน้าของเหมาเหมาเอาไว้
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ นี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาของคุณครูหลินที่ยืนอยู่บนแท่นสอนไปได้เลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา
เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนดังขึ้นราวกับนาฬิกาปลุกชั้นดี เหมาเหมาสะดุ้งตื่นเต็มตาทันที สิ่งแรกที่เขาทำคือวิ่งตรงไปหาเฮ่ออวี้ถิงที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า พร้อมกับยื่นมือเล็กๆ หมายจะไปจับดอกไม้ไหมพรมบนเสื้อตัวสวยของเธอ
"อย่าจับนะ" เฮ่ออวี้ถิงปัดมือเขาออกแล้วทำแก้มป่อง
"ทำไมล่ะ" เหมาเหมาเอียงคอถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
"ก็มันเป็นเสื้อของฉัน ฉันไม่อนุญาตก็คือไม่อนุญาต" เด็กหญิงเท้าสะเอวพูดฉะฉาน เหตุผลง่ายๆ แต่หนักแน่นของเธอทำให้เหมาเหมายอมถอยแต่โดยดี
เพื่อนคนอื่นๆ ในห้องที่เห็นเหตุการณ์ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะต้องเสื้อตัวนั้นอีก
เฮ่ออวี้เสียงมองภาพนั้นแล้วรู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ เขารู้สึกว่าน้องสาวของเขาดูแข็งแกร่งและกล้าหาญขึ้นทุกวัน
อาจจะเป็นเพราะได้ซึมซับนิสัยบางอย่างมาจากน้าเฉินชิง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้เธอรู้จักปกป้องตัวเอง
"งั้นเราไปเล่นกันข้างนอกได้ไหม" เหมาเหมาเปลี่ยนเรื่องชวน
"ได้สิ"
เฮ่ออวี้ถิงพยักหน้า ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกหยางอี้เหอกับหวังเหวินหมิงให้ตามมาด้วยกัน เด็กทั้งสี่คนจูงมือกันวิ่งออกจากห้องเรียนไปยังลานกว้างของโรงเรียน ที่นั่นมีพวกรุ่นพี่กำลังเล่นเข็นห่วงเหล็กกันอย่างสนุกสนาน
เด็กทั้งสี่คนยืนมองตาแป๋ว พอรุ่นพี่เข็นห่วงวิ่งไปไกลๆ พวกเขาก็พากันออกวิ่งตามไปติดๆ อย่างไม่รู้เดียงสา เฮ่ออวี้เสียงที่เดินตามออกมาเห็นภาพนั้นถึงกับส่ายหัวเบาๆ แต่ก็อดอมยิ้มกับความน่ารักของเด็กๆ ไม่ได้
เสื้อตัวใหม่ของเฮ่ออวี้ถิงโดดเด่นสะดุดตาจนมีเด็กผู้หญิงรุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามาทัก
"น้องสาว เสื้อตัวนี้ใครตัดให้เหรอ สวยจัง"
"คุณน้าของหนูเองค่ะ ชื่อเฉินชิง บ้านของคุณน้าอยู่หลังเล็กๆ ข้างบ้านพักรวมหมายเลข 1 ถนนตงเฟิง" เฮ่ออวี้ถิงตอบเสียงใสพร้อมบอกพิกัดเสร็จสรรพ
"แล้วชุดแบบนี้ราคาเท่าไหร่จ๊ะ"
"3 หยวนค่ะ"
"อ๋อ... งั้นพวกพี่ขอคิดดูก่อนนะ"
กลุ่มเด็กสาวรุ่นพี่พากันก้มลงมองดอกไม้ไหมพรมบนเสื้ออย่างพิจารณา พวกเธอรู้ดีว่าไหมพรมเป็นของราคาแพงในยุคนี้ การจะขอให้พ่อแม่ซื้อเสื้อผ้าที่มีราคาสูงแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
ตลอดทั้งบ่าย มีคนเข้ามาถามไถ่เรื่องเสื้อผ้าของเฮ่ออวี้ถิงอีกหลายคน แต่กลับไม่มีใครตัดสินใจสั่งตัดเลยสักคนเดียว
พอเลิกเรียน ระหว่างทางกลับบ้าน เฮ่ออวี้ถิงที่เคยร่าเริงก็กลับซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เธอก้มหน้าเดินแกว่งแขนไปมาอย่างหมดแรง
"พี่จ๋า... คุณน้าจะผิดหวังในตัวหนูไหมคะ" เธอถามพี่ชายเสียงอ่อย
"ก็กลับไปถามน้าดูเองสิ" เฮ่ออวี้เสียงตอบสั้นๆ แต่ในใจก็อดเป็นห่วงน้องสาวไม่ได้
เมื่อกลับถึงบ้าน เฮ่ออวี้ถิงก็นั่งคอตกอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็ก รอการกลับมาของน้าสาว เมื่อเฉินชิงเปิดประตูเข้ามาเห็นหลานสาวในสภาพนั้นก็รีบวางของในมือแล้วเข้าไปอุ้มขึ้นมากอดไว้แนบอก
"เสี่ยวอวี้ของน้าเป็นอะไรไปจ้ะ ใครทำอะไรให้หนูไม่พอใจที่โรงเรียนเหรอ"
"คุณน้าคะ ไม่มีใครอยากได้เสื้อแบบที่หนูใส่เลยสักคน" เฮ่ออวี้ถิงเบะปาก น้ำตาเม็ดกลมร่วงเผาะลงบนบ่าของน้า
"ต้องเป็นเพราะหนูไม่น่ารักแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ เสื้อสวยขนาดนี้... เสื้อไม่ผิดหรอกค่ะ"
เฉินชิงหัวใจอ่อนยวบ เธอบรรจงเช็ดน้ำตาให้หลานสาวอย่างแผ่วเบา
"ไม่จริงเลยจ้ะ เสื้อตัวนี้ที่สวยได้ก็เพราะอยู่บนตัวหนูต่างหาก ที่ไม่มีใครสั่งอาจจะเป็นเพราะราคามันสูงไปหน่อยนะจ๊ะ”
“เสื้อของหนูทำจากผ้าฝ้ายอย่างดี ดอกไม้พวกนั้นก็ใช้ไหมพรมสีสวยๆ ถักขึ้นมา แค่คำนวณราคาวัตถุดิบก็ปาเข้าไป 7 หยวนแล้ว ถ้ารวมค่าฝีมือของน้าเข้าไปด้วยก็ต้องขายในราคา 10 หยวนเลยนะ"
"แพงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" เฮ่ออวี้ถิงตาโตด้วยความตกใจ
"ใช่จ้ะ เพราะฉะนั้น การที่พวกเขาไม่สั่ง ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบนะ มันเหมือนกับที่พี่ชายของหนูไม่มีธนบัตรต้าถวนเจี๋ยเยอะๆ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบเงินใช่ไหมล่ะ"
"ไม่ใช่ค่ะ พี่ชายชอบเงินจะตายไป" เฮ่ออวี้ถิงตอบทันควัน
"เห็นไหมล่ะ" เฉินชิงหัวเราะเบาๆ
"ต่อไปถ้าเจอเรื่องอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ ให้หนูลองค่อยๆ คิดหาสาเหตุก่อนนะ อย่าเพิ่งโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองไปเสียหมด เข้าใจไหมคะ"
เฮ่ออวี้ถิงพยักหน้ารับคำอย่างยังไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งนัก
"อีกอย่าง ถึงครั้งนี้หนูจะหาลูกค้าให้น้าไม่ได้ แต่น้าก็ไม่ได้ผิดหวังเลยนะ เพราะตอนนี้ฝีมือของน้าเข้าขั้นแล้ว ออเดอร์ยาวเป็นหางว่าวเลยล่ะ"
คำพูดนั้นทำให้เฮ่ออวี้ถิงยิ้มออกได้ในที่สุด เธอตบมือแปะๆ
"คุณน้าของหนูเก่งที่สุดในโลกเลย"
"แล้วหลานสาวของน้าก็น่ารักที่สุดในโลกเหมือนกัน ไม่ว่าใครจะว่ายังไง น้าก็จะคิดแบบนี้เสมอ"
เฉินชิงหอมแก้มหลานสาวฟอดใหญ่ เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กหญิงจึงดังขึ้นอีกครั้ง
เฮ่ออวี้เสียงซึ่งแอบฟังบทสนทนาทั้งหมดอยู่ตรงประตูห้องครัวรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด เขาจึงรีบหันกลับไปเตรียมผักต่อ เพื่อรอให้อาเฮ่อหย่วนกลับมาลงมือทำอาหารเย็น
เฉินชิงเดินตามเข้ามาในครัว "ไหมพรมที่บ้านเรามีอยู่จำกัด น้าเลยแบ่งครึ่งไว้ทำเสื้อกันหนาวให้เธอสองพี่น้อง ส่วนไหมพรมที่เหลือจากการถักเสื้อของอวี้ถิง น้าเห็นว่ามันสวยดีเลยเอามาทำเป็นกิ๊บติดผมกับดอกไม้ประดับเสื้อให้"
เฮ่ออวี้เสียงไม่ได้รู้สึกน้อยใจเลยสักนิดที่น้องสาวได้ของที่ดีกว่า แต่ในลำคอกลับรู้สึกตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก
"น้าแค่แวะมาบอกเฉยๆน่ะ" เฉินชิงพูดจบก็เดินออกไป ทิ้งให้เฮ่ออวี้เสียงยืนนิ่งอยู่หน้าเขียง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจช้าๆ
หลังจากนั้นไม่นาน บรรยากาศในบ้านก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อเฮ่ออวี้ถิงตะโกนเรียกพี่ชายให้ออกไปตวงน้ำเป็นเพื่อน
เฮ่ออวี้เสียงหยิบถังไม้สองใบแล้วเดินตามน้องสาวไปยังก๊อกน้ำสาธารณะที่ปากซอย ขณะที่ยืนรอน้ำจนเต็มถัง เขาก็เผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ความคิดที่ว่าอยากจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่เคยชัดเจนในใจ บัดนี้มันกลับเลือนรางลงไปทุกที
"พี่จ๋า น้ำเต็มแล้ว" เสียงเรียกของเฮ่ออวี้ถิงทำให้เขาหลุดจากภวังค์
มื้อค่ำของวันนั้นเป็นอาหารง่ายๆ อย่างผัดกะหล่ำดอกกับหน่อไม้ฝรั่งผัดไข่ แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับอบอวลไปด้วยความสุข ระหว่างที่กินข้าว เฉินชิงก็เอ่ยปากถามเฮ่อหย่วนขึ้นมา
"งานประชุมแลกเปลี่ยนที่กำลังจะถึง คุณต้องไปร่วมด้วยใช่ไหม"
"อืม" เฮ่อหย่วนตอบรับในลำคอ
ที่จริงเขามีงานวิจัยสำคัญที่ต้องทำ แต่ผู้จัดการเสิ่นยืนกรานจะใส่ชื่อเขาลงไปให้ได้เพราะรู้ดีว่าเขาสามารถดึงดูดความสนใจจากคนอื่นได้
"น่าจะเริ่มวันจันทร์หน้าใช่ไหมคะ แล้วฉันต้องไปช่วยต้อนรับแขกด้วยหรือเปล่า"
"ไม่ต้องครับ" เฮ่อหย่วนตอบสวนขึ้นมาทันที
"อ้าว ทำไมล่ะคะ คุณรู้ได้ยังไง" เฉินชิงถามอย่างแปลกใจ เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการโรงงานโดยตรง
"ผมแอบไปได้ยินมาน่ะ" เฮ่อหย่วนตอบหน้าตาเฉย
แต่เหตุผลที่แท้จริงคือเขาไม่ต้องการให้เฉินชิงต้องไปตกเป็นเป้าสายตาของผู้จัดการเสิ่นที่จ้องจะใช้ประโยชน์จากความงามของเธอ หรือต้องไปเผชิญหน้ากับสายตาเจ้าเล่ห์ของเลขาธิการพรรคหยาง
"อ๋อ" เฉินชิงพยักหน้ารับรู้ ไม่ไปก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้มีเวลาพักผ่อน
หลังมื้ออาหาร เฉินชิงหยิบสายวัดออกมา
"คุณช่วยยืนนิ่งๆ หน่อยได้ไหม พอฉันทำชุดแต่งงานของคุณสวี่เหอฮวาเสร็จแล้ว จะได้ตัดเสื้อโค้ทตัวใหม่กับเสื้อทำงานให้คุณอีกสักสองตัว"
เฮ่อหย่วนยืนกางแขนออกอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เขาจินตนาการถึงฉากหวานแหววเหมือนในนิยาย แต่ความเป็นจริงกลับต่างออกไป
เฉินชิงวัดตัวเขาด้วยความคล่องแคล่วว่องไวราวกับช่างมืออาชีพ เธอจดตัวเลขยิกลงในสมุดแล้วโบกมือให้เขา
"เรียบร้อย คุณไปทำงานต่อได้เลย"
"เสร็จแล้วเหรอครับ" เฮ่อหย่วนถามอย่างไม่เชื่อหู
"ก็ใช่น่ะสิ" เฉินชิงแสร้งทำเสียงดุ
"อย่ามาดูถูกฝีมือฉันนะ"
เฮ่อหย่วนได้แต่พยักหน้าหงอยๆ สงสัยเขาคงจะคาดหวังมากเกินไปจริงๆ
หลังจากที่เฮ่อหย่วนขี่จักรยานกลับไปที่สถาบันวิจัยแล้ว เฉินชิงก็หลุดหัวเราะออกมา เฮ่ออวี้ถิงที่เดินผ่านมาพอดีก็เอียงคอถาม
"คุณน้าหัวเราะอะไรเหรอคะ"
"เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร" เฉินชิงยิ้มบางๆ แล้วหันกลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้าต่อ งานแต่งงานของสวี่เหอฮวาจะจัดขึ้นในวันพุธหน้า
เธอต้องรีบตัดเย็บชุดให้เสร็จภายในวันศุกร์นี้ เพื่อที่เจ้าสาวจะได้มีเวลาลองและแก้ไขหากมีส่วนไหนไม่พอดี
"เฮ่ออวี้เสียง" เฉินชิงตะโกนถามหลานชายที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง
"ปกติไปงานแต่งงานนี่ เขาใส่ซองกันเท่าไหร่"
"ถ้าไม่เอาไข่ไก่ไปด้วยก็ 1 หยวนครับ"
"โอเค" เฉินชิงพยักหน้า
เธอตั้งใจว่าจะพาสองพี่น้องไปเปิดหูเปิดตาที่งานแต่งด้วย การได้กินเลี้ยงโต๊ะจีนในราคาแค่ 1 หยวน ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
เธอลงมือตัดเย็บชุดวิวาห์ด้วยความเบิกบานใจ และเมื่อผลงานชิ้นเอกเสร็จสมบูรณ์ เธอก็รีบนำมันไปส่งให้สวี่เหอฮวาทันที
เจ้าสาวในอนาคตถึงกับตะลึงในความงดงามของชุด เธอพอใจมากถึงขนาดต้องหาแม่กุญแจมาล็อกตู้เสื้อผ้าเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
"เธอไม่รู้หรอกนะเฉินชิง ที่บ้านฉันน่ะมีหัวขโมยอยู่ตั้งสามคน ชุดสวยขนาดนี้ถ้าโดนขโมยไปฉันต้องใจสลายแน่ๆ"
"ฉันเข้าใจเลยค่ะ งั้นวันพุธเจอกันที่งานนะคะ" เฉินชิงกล่าวลา
"ได้เลย มากันให้ได้นะ"
ขณะที่เฉินชิงเดินออกมาจากบ้านของสวี่เหอฮวา เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา
เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นเพียงหญิงสาวเจ้าของเปียผมเส้นหนากำลังเดินลับหายไปตรงหัวมุม... ที่คาดผมลายนั้น... หรือว่าจะเป็นน้องสาวต่างแม่ของสวี่เหอฮวา?
เฉินชิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างครุ่นคิด แต่เธอกับผู้หญิงคนนั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยไม่ใช่หรือ?
[จบบท]