บทที่ 188 ส่องหนุ่มหล่อเพลินจนเกือบงานเข้า
“นี่เธอ...เห็นใครเข้าตาบ้างไหม” เถียนเมิ่งหย่าลดกล้องส่องทางไกลในมือลง พลางใช้ปลายนิ้วนวดขมับตัวเองเบาๆ แสงแดดของฤดูร้อนสาดส่องลงมาจนแสบตาไปหมด
“ยังเลย ดูจนตาลายไปหมดแล้วเนี่ย” เฉินชิงตอบขณะยื่นมือไปช่วยเพื่อนรักนวดเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
“กล้องตัวนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ หนักชะมัด”
“ก็ของรักของหวงของหัวหน้าหลิวนี่นา เขาบอกว่าแบกมาจากกองทัพเลยนะ” เถียนเมิ่งหย่าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้วๆ อยู่ตรงหน้า
“จริง! เวียนหัวจะแย่แล้ว...เธอว่าถ้าคนพวกนี้เก่งจริง เขาจะยอมมาเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านคนอื่นเหรอ” น้ำเสียงของเธอเจือความสงสัยอย่างปิดไม่มิด
“อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นสิ” เฉินชิงพูดพลางคลึงหัวไหล่ให้เพื่อนเบาๆ
“บ้านเธอโปรไฟล์ดีจะตาย ใครๆ ก็อยากเข้าหา ถ้าเขามองว่ามันเป็นทางลัดให้ชีวิตสบายขึ้น”
“มันก็ไม่แปลกนะ...แล้วลองคิดดูดีๆ นะ การมีสามีแต่งเข้าบ้านน่ะ ถ้าเกิดเขางี่เง่าใส่เธอขึ้นมา อย่างมากก็แค่ตัวคนเดียว แถมเธอยังมีพ่อแม่คอยซัพพอร์ต ไม่ต้องไปยอมให้ใครกดขี่เลย”
“แต่ถ้ากลับกันล่ะ เธอแต่งเข้าบ้านเขา แล้วต้องไปเจอสามีไม่ดี พ่อแม่สามีไม่ถูกใจ ไหนจะญาติโกโหติกาฝั่งเขาอีก เธอตัวคนเดียวจะไปสู้รบปรบมือกับใครไหว”
คำพูดของเฉินชิงราวกับช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้เถียนเมิ่งหย่า “เออ จริงด้วย!”
เธอเบิกตากว้าง แต่แสงแดดที่เจิดจ้าเกินไปก็ทำให้ต้องหยีตาลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะประกาศเสียงดังฟังชัด “งั้นฉันจะหาลูกเขยแต่งเข้าบ้านนี่แหละ!”
หลังจากได้พักจนอาการดีขึ้นเล็กน้อย ภารกิจตามล่าหาว่าที่สามีก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
“แล้วเธอจำหน้าพวกเขาได้หมดไหมเนี่ย” เฉินชิงถามอย่างนึกสนุก
“คนเยอะขนาดนี้ จะไปจำได้ยังไง ส่องกล้องตามคนเดียวยังยากเลย” เถียนเมิ่งหย่าบ่นอุบ ก่อนจะยื่นกล้องส่องทางไกลในมือให้เพื่อนซี้
“นี่ เธอตาดี ช่วยฉันดูหน่อยสิ ขอแบบหล่อๆ ละอ่อนๆ เลยนะ”
เฉินชิงรับคำสั่งอย่างเต็มใจ เธอรับกล้องมาแล้วเริ่มปฏิบัติการส่องหนุ่มอย่างจริงจัง สายตาไล่สำรวจใบหน้าของผู้คนในกลุ่มพนักงานเบื้องล่างอย่างละเอียด
ทุกครั้งที่เจอคนหน้าตาเข้าที เธอก็จะส่งซิกให้เถียนเมิ่งหย่าดู แต่แล้วสายตาของเธอก็ต้องสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งที่โดดเด่นออกมาจากฝูงชน โครงหน้าด้านข้างคมคายรับกับสันจมูกโด่งเป็นสัน
บรรยากาศรอบตัวเขาดูเย็นชาและทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ช่างดูแตกต่างราวกับหงส์ที่หลงเข้ามาอยู่ในดงกา
ไม่ต้องสงสัยเลย คนคนนั้นคือเฮ่อหย่วน
ขณะเดียวกัน เฮ่อหย่วนที่เพิ่งเดินถือเอกสารออกมาจากสถาบันวิจัยก็เหลือบไปเห็นเฉินชิงพอดี เธอยืนอยู่บนระเบียงของอาคารคณะกรรมการโรงงาน กำลังถือก้องส่องทางไกลในท่าทางเหมือนจะเขย่งเท้าให้สูงขึ้น
ปากก็อ้าออกเล็กน้อยอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาของเธอกวาดไปตามกลุ่มผู้ชายที่รวมตัวกันอยู่ และทุกครั้งที่เจอคนที่หน้าตาดี เธอก็จะเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ภาพนั้นทำให้เฮ่อหย่วนขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับว่าคือความหึงหวงก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว เขาเผลอกำเอกสารในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เฉินชิงที่กำลังเพลิดเพลินกับการส่องหนุ่มหันมาสบตาเข้ากับเขาพอดี เธอสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในใจจนต้องรีบย่อตัวลงไปนั่งหลบหลังขอบระเบียง
“เป็นอะไรไป” เถียนเมิ่งหย่าถามอย่างงุนงง
เฉินชิงอึกอักไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่ช่วยเพื่อนมองหาผู้ชาย ไม่ได้คิดจะนอกใจเสียหน่อยนี่นา! เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ลุกพรวดขึ้นมายืนอีกครั้ง แต่เฮ่อหย่วนก็เดินลับสายตาไปแล้ว
เขาคงไม่ใช่คนขี้หึงใจแคบหรอกมั้ง เฉินชิงพยายามปลอบใจตัวเอง เขาเป็นคนมีเหตุผล คงไม่เอาเรื่องหยุมหยิมแบบนี้มาใส่ใจหรอก แค่มองผู้ชายเยอะไปหน่อยเอง มันเป็นเรื่องเล็กน้อยน่า!
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วยื่นกล้องคืนให้เพื่อน “งั้นเธอมาดูเองดีกว่า ผู้ชายของเธอ เธอก็ต้องเลือกเองสิ”
เถียนเมิ่งหย่ารับกล้องมาอย่างหัวเสีย ส่องไปได้ไม่นานก็รู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน แล้วประกาศก้องกับทุกคนว่า
“ฉันจะหาลูกเขยแต่งเข้าบ้าน! ขอคนที่มีอุดมการณ์แน่วแน่! ประวัติขาวสะอาด! ยังหนุ่มยังแน่น! หน้าตาดี! แล้วก็ต้องมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งด้วย!”
สิ้นเสียงประกาศ ทุกคนในห้องก็พากันเงียบกริบ เถียนเมิ่งหย่าไม่รอให้ใครได้ถามอะไรต่อ เธอรีบวิ่งออกไปอาเจียนที่นอกห้อง ทิ้งให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เริ่มจับกลุ่มซุบซิบกันทันที
ทุกคนรู้ดีว่าการประกาศของเถียนเมิ่งหย่าก็เหมือนเป็นการขอความช่วยเหลือทางอ้อมให้ช่วยกันกระจายข่าวไปทั่วทั้งโรงงาน
“คนที่มาร่วมประชุมวิชาการก็น่าสนใจนะ ลองดูโปรไฟล์พวกนั้นด้วยสิ” เฉินชิงเสนอไอเดีย
ทุกคนเห็นด้วยทันที แล้วปฏิบัติการหาคู่ให้ลูกสาวรองผู้จัดการโรงงานก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง พวกเขาพากันไปยังแผนกที่รับผิดชอบการประชุมเพื่อขอรายชื่อและประวัติของผู้เข้าร่วม
แต่ดูเหมือนจะไปผิดเวลา เพราะเจ้าหน้าที่แผนกนั้นกำลังหัวหมุนกับงานจนแทบไม่มีเวลาหายใจ พอเห็นคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาเพื่อจะหาคู่ให้เพื่อนร่วมงานก็เกือบจะสิ้นความอดทน
‘เฉินชิง: ฉันนี่มันไม่มีศีลธรรมจริงๆ’ เธอคิดในใจ
แต่ถึงอย่างนั้น ความพยายามของพวกเขาก็ไม่สูญเปล่า เพราะสุดท้ายก็ได้ประวัติของหนุ่มโสดโปรไฟล์ดีมาอยู่ในมือหลายคน
เถียนเมิ่งหย่ารับแฟ้มเอกสารมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน
“พวกเธอ ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันจะเอาไปให้พ่อช่วยเช็กประวัติอีกที”
เฉินชิงเห็นสภาพเพื่อนแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เธอเดินเข้าไปนวดไหล่ให้จนเถียนเมิ่งหย่าเริ่มรู้สึกผ่อนคลายจนเกือบจะหลับ
“ดีขึ้นเยอะเลย เธอก็พักบ้างเถอะ”
“โอเค งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ” เฉินชิงตอบรับ
“อือ เดี๋ยวฉันตามไป”
ขณะที่เฉินชิงกำลังจะเดินลงไปยังแผนกผลิต หูไท่หงก็รีบเดินตามมาติดๆ
“หัวหน้าครับ” เขาเอ่ยขึ้นเสียงเบา
“พอจะมีคนรู้จักแนะนำให้ผมบ้างไหมครับ”
“แนะนำให้นายเหรอ”
“ครับ พ่อแม่ผมเริ่มเร่งให้หาแฟนแล้ว”
เฉินชิงหยุดเดินแล้วหันมามองเขา “แล้วทางบ้านนายมีเงื่อนไขอะไรบ้างล่ะ”
“ขอเป็นคนซื่อๆ พื้นเพดี มีงานการทำครับ” หูไท่หงตอบตามที่พ่อแม่สั่งมา
“คือผมเป็นลูกชายคนโตไงครับ ต้องเป็นเสาหลักของบ้าน แล้วก็ต้องดูแลพ่อแม่ตอนแก่ด้วย ถ้าได้คนที่หัวแข็งเกินไปก็คงไม่ไหว”
“แล้วทางบ้านยาบจะให้สินสอดเท่าไหร่ มีบ้านให้อยู่หรือเปล่า” เฉินชิงถามต่ออย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าน้องสาวผมสองคนแต่งงานออกไป ก็น่าจะพอมีห้องเล็กๆ กั้นไว้ให้เราสองคนได้อยู่กันเป็นส่วนตัวครับ ส่วนสินสอดทางบ้านผมให้ได้ 88 หยวน กับนาฬิกาข้อมือหนึ่งเรือน”
สินสอดมูลค่ากว่าสองร้อยหยวนถือว่าไม่น้อยเลยในยุคนี้ แต่สำหรับเฉินชิงแล้วมันช่างน่าขันสิ้นดี
“ขอโทษนะ แต่เพื่อนฉันแต่ละคนคงไม่ได้ลำบากจนต้องการเงิน 88 หยวนกับนาฬิกาข้อมือเรือนนั้นหรอก”
“แต่ยังไงพวกเธอก็ต้องแต่งงานอยู่ดีนี่ครับ”
“แต่เพื่อนฉันโปรไฟล์ดีกันทั้งนั้น คงไม่มองหาคนที่ด้อยกว่าตัวเองหรอกนะ” เฉินชิงพูดดักคอเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะเถียง
“อ้อ แล้วไม่ต้องพูดถึงเถียนเมิ่งหย่าเลยนะ เธอไม่มองนายแน่นอน ฉันพูดจริงๆ”
หูไท่หงหน้าแดงก่ำ “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะครับ”
เฉินชิงอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง คิดว่าเธอตาบอดหรือไงถึงดูไม่ออกว่าเขาแอบเล็งเถียนเมิ่งหย่าอยู่
“ต่อไปนี้นายต้องหัดไปตรวจงานคนเดียวนะ โรงงานเพิ่งขยายแผนกเพิ่ม แต่ละแผนกต้องส่งคนไปช่วยตรวจงานหนึ่งคน พ่อนายระบุชื่อให้นายไปเลยนะ หมายความว่าหลังจากนี้นายต้องทำงานร่วมกับคนจากแผนกอื่นแล้ว”
สีหน้าของหูไท่หงซีดเผือด “เริ่มเมื่อไหร่ครับ”
“เริ่มวันจันทร์หน้า ยังพอมีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์” เฉินชิงพูดจบก็เดินนำเข้าไปในแผนกผลิตทันที
ตอนแรกที่หูไท่หงเข้ามาทำงาน เธอคิดว่าเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มเงียบๆ ขี้อายคนหนึ่ง ถึงแม้จะแอบไม่พอใจที่เขาใช้เส้นสายเข้ามาแย่งตำแหน่งของหวังเหมยฮวาไป แต่ในฐานะหัวหน้า
เธอก็พยายามสอนงานและช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ได้ เพราะเธอเชื่อว่าบรรยากาศที่ดีในที่ทำงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะทำสำเร็จเกินไปหน่อย จนทำให้เขาเผยธาตุแท้ที่ซ่อนไว้ออกมาจนหมดเปลือก
หลังจากตรวจงานในแผนกเสร็จ เฉินชิงกับเถียนเมิ่งหย่าก็ไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร แต่ปรากฏว่าคนเยอะจนแทบไม่มีที่จะยืน ทั้งสองเลยตัดสินใจเปลี่ยนไปกินที่ร้านอาหารของรัฐแทน ถึงแม้คนที่นั่นจะเยอะเหมือนกัน แต่ก็ยังพอหาที่นั่งได้
ระหว่างที่กำลังกินบะหมี่ไข่กันอยู่ เถียนเมิ่งหย่าก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบว่า
“ฉันได้ยินมาว่างานประชุมวิชาการมีปัญหาน่ะ”
เฉินชิงเงยหน้าขึ้นจากชามบะหมี่ด้วยความสนใจ
“มีคนอยากโกงโควตาเข้ามหาวิทยาลัยกงหนงปิง แต่ดันถูกจับได้ ตอนนี้สถานการณ์เลยกลายเป็นว่าโควตาส่วนใหญ่จะตกมาอยู่ที่โรงงานของเรา”
“จากเดิมที่เราได้ 5 ที่นั่ง บวกกับโควตาที่ว่างของพวกเขา อย่างน้อยๆ เราน่าจะได้เพิ่มมาเป็น 12 ที่นั่งเลยนะ!”
[จบบท]