บทที่ 212: จูบ(แก้ไข)
เป้าสายตาของเฮ่อหย่วนพุ่งตรงไปยังไก่ป่าที่โดนหินแบนขว้างเข้าใส่ หินก้อนนั้นปะทะเข้ากับสันหลังของมันอย่างจัง แต่เจ้าไก่ป่ายังไม่สิ้นฤทธิ์ มันกระพือปีกพยายามจะหนี เฉินชิงจึงรีบปล่อยมือจากเฮ่อหย่วนแล้วพุ่งพรวดเข้าไปตะครุบพร้อมกับบิดโคนปีกของมันไว้แน่นด้วยความรวดเร็ว
เธอประเมินน้ำหนักในมือแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ไก่น่าจะหนักสัก 3-4 จินได้ ในยุคที่เนื้อไก่ราคาจินละ 9 เหมา เท่ากับว่าเธอหาเงินเข้ากระเป๋าได้ฟรีๆ ถึง 3 หยวนกว่าเลยนะ
“คุณรีบมาช่วยฉันจัดการไก่ที”
เฮ่อหย่วนยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง “ทำไมคุณจับมันไวจัง”
“ก็แหงสิคะ การจับไก่ได้หนึ่งตัวก็เหมือนกับได้เงินมาฟรีๆ ตั้ง 3 หยวนเลยนะ”
ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในป่าลึก เฉินชิงก็มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการมองหาสัตว์ป่าตลอดเวลา ทันทีที่ไก่ป่าโผล่ออกมา เธอก็เห็นมันเป็นคนแรก “เมื่อกี้คุณไม่เห็นเหรอคะ”
เฮ่อหย่วนพูดไม่ออก ความจริงคือเขาไม่ได้มองหาสัตว์ป่าเลยสักนิด เพราะกำลังดื่มด่ำอยู่กับการได้จับมือเธอต่างหาก
แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะพูดความจริงออกไป เลยเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องด้วยการเดินเข้าไปบิดคอไก่ให้สิ้นใจ ก่อนจะโยนมันลงไปในตะกร้าสานที่สะพายอยู่บนหลัง
เฉินชิงคว้าเอาหญ้าแห้งแถวนั้นมาโปะทับซากไก่เอาไว้ “เดี๋ยวตอนบ่ายเราต้องรีบทำกินกันเลยนะคะ ขืนปล่อยไว้นาน เดี๋ยวจะมีคนมาเห็นแล้วหาว่าเราเป็นพวกนายทุนลักลอบหาประโยชน์อีก”
“ครับ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็ออกเดินสำรวจป่ากันต่อ แต่คราวนี้ต่างคนต่างเดิน ไม่มีการจับมือจูงกันเหมือนตอนแรกอีกแล้ว
ระหว่างทางเฉินชิงเจอท่อนไม้ขนาดกำลังเหมาะมือเข้าพอดี เธอเลยหยิบมันขึ้นมาใช้เป็นอาวุธสำหรับแหวกพงหญ้าเปิดทาง แต่ก็ไม่พบวี่แววของไก่ป่าหรือกระต่ายป่าเลยสักตัว มีแต่เจ้ากระรอกตัวน้อยที่วิ่งกันให้วุ่น กับงูอีก 2-3 ตัวที่เลื้อยผ่านไปมา
ถึงจะไม่ได้สัตว์ป่าเพิ่ม แต่พวกเขาก็เก็บเกาลัดได้เป็นจำนวนมาก เฉินชิงเหลือบไปเห็นว่าตะกร้าสานบนหลังของเฮ่อหย่วนเริ่มจะเต็มและดูท่าจะหนักเอาการ พอดีกับที่ด้านหน้ามีกองหินที่เรียงตัวกันจนดูคล้ายกับเนินขนาดย่อม เธอจึงชวนเขานั่งพักให้หายเหนื่อยกันก่อน
เฉินชิงเลือกนั่งขัดสมาธิบนก้อนหินพลางหันไปมองเฮ่อหย่วนที่กำลังใช้หินอีกก้อนทุบเปลือกเกาลัดที่มีหนามแหลมคมออกอย่างขะมักเขม้น พอเห็นเนื้อเกาลัดสีเหลืองนวลอยู่ข้างใน เขาก็ล้วงมีดพกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะใช้ปลายมีดกรีดที่เปลือกเบาๆ แล้วยื่นเกาลัดเม็ดนั้นส่งมาให้เธอ
“คุณลองชิมดูสิ”
เฉินชิงรับเกาลัดเม็ดนั้นมาใส่ปากเคี้ยว รสชาติหวานกรอบของมันทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมา
“นี่คุณพกมีดติดตัวมาด้วยเหรอคะ”
“ก็คุณบอกว่าอยากจะมาล่าสัตว์ไม่ใช่หรือไงครับ อย่างน้อยเราก็ควรจะมีอะไรไว้ป้องกันตัวบ้าง” เขาพูดพลางยื่นมีดพกให้เธอดูใกล้ๆ
มันเป็นมีดพกที่ดูเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรเลย แต่เมื่อเฉินชิงลองพิจารณาดูแล้วก็รู้สึกได้ถึงความคมของมัน
“สวยดีนะคะ”
“ผมให้คุณ”
คำพูดของเขาทำให้เฉินชิงเผลอยิ้มออกมา เธอหมุนมีดในมือเล่นไปมา ก่อนจะลงมือแกะเกาลัดให้เขาเป็นการตอบแทน “ของขวัญแลกกันค่ะ”
เฮ่อหย่วนรับเกาลัดเม็ดนั้นไปกินอย่างช้าๆ บรรยากาศในป่าลึกช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ดังให้ได้ยินเป็นระยะ แต่การที่มีเธออยู่ข้างๆ กลับทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด
หลังจากนั่งพักจนหายเหนื่อย ทั้งสองก็ลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะเดินทางกันต่อ
เฮ่อหย่วนอาศัยจังหวะนั้นเอื้อมมือไปจับมือของเธอเอาไว้ เฉินชิงถึงกับตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วก็เห็นว่าใบหูของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ความคิดที่จะแกล้งเขาก็ผุดขึ้นมาในหัว เธอจึงแกล้งยืนนิ่งไม่ยอมขยับไปไหน
เฮ่อหย่วนเอาแต่จ้องไปข้างหน้าแล้วถามขึ้น “เป็นอะไรไปครับ”
“คุณมองฉันสิคะ”
เฉินชิงแกล้งเขย่งปลายเท้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด
ในที่สุดเฮ่อหย่วนก็ยอมละสายตาจากข้างหน้าแล้วก้มลงมองเธอ ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน หัวใจของเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ มือทั้งสองข้างของเขาเอื้อมไปประคองใบหน้าของเธอไว้อย่างไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาคู่สวยซึ่งกำลังเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ลมหายใจของเฉินชิงเริ่มติดขัด เธอรีบหันหน้าไปทางอื่น “จะทำอะไรของคุณ ไปกันได้แล้วค่ะ”
สายลมยังคงพัดเอื่อยๆ แต่ครั้งนี้เฮ่อหย่วนกลับไม่ยอมทำตามที่เธอบอก เขายังคงสบตากับเธอ ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้
เฉินชิงรู้สึกหัวใจเต้นแรง แต่เธอก็ไม่ได้เบี่ยงตัวหลบแต่อย่างใด
ริมฝีปากค่อยๆ ประทับลงมา ความรู้สึกซาบซ่านบางอย่างแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย มันเป็นความรู้สึกที่ส่งตรงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
ลมหายใจของเฮ่อหย่วนเองก็ขาดห้วงไปเช่นกัน ในสมองของเขาขาวโพลนไปหมด เขารู้แต่เพียงว่าต้องค่อยๆ จูบเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้ว่าจะดูเงอะงะไปบ้างก็ตาม
เฉินชิงถูกจูบจนหัวใจเต้นระส่ำระสาย เธอพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่กลับถูกมืออีกข้างของเขารั้งท้ายทอยเอาไว้แน่น
เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านจูบที่ลึกล้ำยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
การกระทำที่ดูเหมือนจะเอาแต่ใจ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลและทนุถนอมอย่างที่สุด
[จบบท]