บทที่ 222: ก้าวสำคัญของเงินเก็บ
มื้ออาหารที่ใช้เลี้ยงต้อนรับนักวิจัยในวันนั้น เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มสมเกียรติ ทั้งคนทั้งกับข้าวละลานตาไปหมด ไม่ว่าจะไก่ เป็ด ปลา หรือเนื้อ ขนมกับเหล้าก็ถูกจัดมาเต็มโต๊ะชนิดที่ว่าไม่มีขาดตกบกพร่อง
ตีเป็นเงินตามราคาของยุคนี้แล้วคงไม่ต่ำกว่า 25 หยวน ถ้าเบิ้ลไปอีกเท่าตัวก็เกือบจะเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของเฉินชิงเลยทีเดียว
ถึงผู้จัดการเสิ่นจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน แต่เขาก็ไม่ใช่คนหน้าเลือดแล้วก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะใช้เงินฟุ่มเฟือยได้ตามใจชอบ เงิน 50 หยวนในมือนี่ทำเอาปวดใจอยู่ไม่น้อย เขาเดินมาหาเฉินชิง
แต่พอเห็นว่าเจ้าตัวกางขาตั้งกระดานวาดรูปเตรียมพร้อมกำลังเพลิดเพลินกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตัวเองอยู่ ก็เปลี่ยนใจยื่นเงินให้หัวหน้าหลินแทน
“ฝากให้เธอด้วยนะ แล้วก็ช่วยพูดให้เธอตั้งใจทำงานหน่อยแล้วกัน”
หัวหน้าหลินรับเงินมาแล้วก็นับอย่างละเอียด มันคือธนบัตรใบละ 10 หยวน ของจริง 5 ใบ การกระทำนั้นทำเอาผู้จัดการเสิ่นถึงกับมุมปากกระตุก เขาไม่ใช่คนที่จะมาเล่นตุกติกเรื่องเงินเสียหน่อย
หัวหน้าหลินไม่ได้ตอบรับคำขอร้องนั้น แต่กลับเดินตรงไปหาเฉินชิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที การปรากฏตัวของเธอทำให้พนักงานในแผนกเหล็กเก่าถึงกับต้องเหลียวมอง
นี่มันอะไรกัน วันนี้มีแต่ผู้ใหญ่แวะเวียนมาที่นี่ ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ พวกเขาได้เจอหน้าหัวหน้าระดับสูงที่ปกติแทบไม่มีโอกาสได้เห็น จนจะครบทุกคนในโรงงานอยู่แล้ว
เสียงเรียกที่แฝงความยินดีดังขึ้นจากด้านหลัง "เสี่ยวชิง"
เฉินชิงหันกลับไปตามเสียง พอเห็นว่าเป็นใครใบหน้าก็พลันประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง
"หัวหน้าหลิน มีธุระอะไรที่นี่เหรอคะ"
หัวหน้าหลินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ สายตากวาดมองภาพบนกระดานวาดรูปซึ่งถูกตีเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ จำนวนมาก ภายในช่องเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นภาพสอนเทคนิคการซ่อนแนวตะเข็บด้ายเวลาเย็บผ้า
"นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอจ้ะ"
"ฉันว่าจะลองส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์ดูค่ะ เผื่อว่าจะช่วยให้คนอื่นๆ ที่อยากเอาเสื้อผ้าเก่ามาดัดแปลงได้มีแนวทางใหม่ๆ"
"เป็นความคิดที่ดีมากเลยนะ" หัวหน้าหลินเอ่ยชม ก่อนจะหยิบธนบัตร 5 ใบใส่มือให้เฉินชิง
"เงินนี่ผู้จัดการเสิ่นฝากมาให้เป็นค่าชดเชย เธอเก็บไว้ให้ดีล่ะ"
เฉินชิงรับมานับดู... 50 หยวน! ให้ตายเถอะ นี่มันเงิน 50 หยวนเต็มๆ เลยนะ!
แค่มีเงินก้อนนี้เพิ่มเข้ามา ยอดเงินเก็บในบัญชีของเธอก็จะพุ่งจากเลขสองหลักกลายเป็นสามหลักได้ในพริบตา นี่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์สำหรับเธออย่างแท้จริง
"อ๊าาา ฉันรักหัวหน้าหลินที่สุดเลยค่ะ" เฉินชิงโผเข้ากอดแขนหัวหน้าหลินแล้วเอาหัวถูไถไปมาอย่างออดอ้อน "หัวหน้าหลิน คุณดีกับฉันที่สุดเลยค่ะ"
ท่าทีแบบนี้ของเฉินชิงทำให้หัวหน้าหลินอดยิ้มออกมาไม่ได้ ส่วนเหล่าพนักงานในแผนกเหล็กเก่าที่แอบมองอยู่ก็ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง นี่ใช่เฉินชิงตัวจริงเสียงจริงแน่เหรอ ทำไมถึงได้เปลี่ยนโหมดเร็วขนาดนี้
"ส่วนเรื่องตำแหน่งพนักงานดีเด่นมันมีรายละเอียดที่ซับซ้อนอยู่พอสมควร ฉันต้องขอเวลาไปตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน แต่เธอไม่ต้องกังวลไปนะ รับรองว่าจะได้คำตอบที่ยุติธรรมแน่นอน"
"ได้เลยค่ะ!" เฉินชิงรับคำอย่างกระตือรือร้น ในใจตอนนี้เบิกบานจนแทบจะเต้นระบำได้แล้ว
หัวหน้าหลินเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบาๆ "ช่วงนี้ก็คงต้องให้เธอลำบากหน่อยนะ"
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฉันสบายดีจะตาย" เฉินชิงโบกธนบัตรในมือไปมาให้ดู
"แถมยังได้กำไรก้อนโตอีกต่างหาก ฮ่าๆๆ"
รอยยิ้มที่สดใสของเธอทำให้หัวหน้าหลินรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ "ถ้างั้นก็วาดรูปของเธอต่อเถอะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อน"
"ค่ะๆ" เฉินชิงลุกขึ้นเดินไปส่งหัวหน้าหลินจนลับสายตา
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดสร้างความตกตะลึงให้กับชาวแผนกเหล็กเก่าเป็นรอบที่สองในรอบวัน พวกเขาไม่เคยเห็นใครได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหัวหน้าระดับสูงขนาดนี้มาก่อน
เฉินชิงกลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับเงิน 50 หยวนในกระเป๋า ถึงแม้ร่างกายจะยังคงนั่งทำงานอยู่ในแผนกเหล็กเก่าที่น่าเบื่อหน่าย แต่จิตใจของเธอล่องลอยไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว
และทันทีที่เสียงออดเลิกงานของโรงงานเครื่องจักรดังขึ้น เฉินชิงก็ทะยานออกจากที่ทำงานเป็นคนแรก ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เธอก็ไม่เคยยอมสละตำแหน่งแชมป์นักวิ่งเลิกงานคนแรกของโรงงานให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
ระหว่างทางกลับบ้านด้วยจิตใจที่พองฟู บรรดาลุงป้าน้าอาที่ตั้งวงสนทนากันอยู่ตรงปากซอย พอเห็นเฉินชิงเดินมาแต่ไกลก็พร้อมใจกันหันหลังให้พรึ่บ
ข่าวลือเรื่องความบ้าดีเดือดของเธอแพร่สะพัดไปทั่ว ขนาดผู้จัดการโรงงานเธอยังกล้าต่อย แล้วคนธรรมดาเดินดินอย่างพวกเขาจะเหลืออะไร เผลอๆ อาจจะโดนจับมาเป็นกระสอบทรายให้ซ้อมเล่นก็ได้
แม้กระทั่งหัวหน้าจากสำนักงานเขตที่กำลังจะเข้าไปจัดการปัญหาในบ้านพักรวมหมายเลข 1 พอเห็นเงาของเฉินชิงก็รีบชักเท้ากลับแทบไม่ทัน
เฉินชิงเห็นปฏิกิริยาเหล่านั้นแล้วก็แอบขำในใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เธอมุ่งตรงกลับบ้านไปหาเฮ่ออวี้ถิง กอดหลานสาวตัวน้อยเพื่อเติมพลังใจ แล้วกระซิบข้างหู
"วันนี้น้าหาเงินมาได้ด้วยแหละ"
"หาได้เยอะไหมคะ"
"50 หยวนเลยนะ"
"ว้าว! สุดยอดไปเลยค่ะ! คุณน้าของหนูเก่งที่สุดในโลก!" เฮ่ออวี้ถิงตาโตเป็นประกาย มองน้าสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและบูชา
คำชมนั้นทำให้มุมปากของเฉินชิงยกสูงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
[จบบท]