บทที่ 257: การเลื่อนตำแหน่งของเฮ่อหย่วน
เฉินชิงฟังเรื่องราววีรกรรมของหลานสาวแล้วก็รู้สึกสนุกขึ้นมาทันที
“แล้วตอนนั้นหนูจัดการกับเด็กเกเรพวกนั้นยังไง ไหนเล่าให้น้าฟังหน่อยสิ”
เฮ่ออวี้ถิงไม่รอช้า รีบเล่าพร้อมออกท่าทางประกอบอย่างเต็มที่ “หนูเห็นว่าพวกนั้นเป็นเด็กอายุ 8 ขวบตั้งสองคน ตัวหนูคนเดียวจะไปสู้แรงได้ยังไงกันคะ ก็เลยคว้าไม้เท้าของพี่ชายคนนั้นมาไล่เคาะสองคนนั่นเลย”
“แล้วก็ประกาศไปดังๆ ว่าคุณน้าของหนูคือเฉินชิงนะ ถ้าพวกพี่กล้าสู้กลับเมื่อไหร่ หนูจะไปฟ้องน้าให้มาจัดการกับพ่อแม่ของพวกพี่ให้หมดเลย”
เฉินชิงฟังจบก็อดที่จะยกนิ้วโป้งให้ในความฉลาดหลักแหลมของหลานสาวไม่ได้ รู้จักพลิกแพลงสถานการณ์และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างยอดเยี่ยม ถือว่าเก่งกาจไม่เบาเลย
เด็กหญิงตัวน้อยส่ายหัวไปมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสดใส
“พอได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็กลัวว่าจะโดนพ่อแม่ตี เลยรีบวิ่งหนีไปเลยค่ะ ส่วนพี่ชายคนนั้นก็หน้าแดงก่ำแล้วกระซิบขอบคุณหนู เขาเป็นคนที่ขี้อายมากจริงๆ นะคะ”
“หนูเลยแนะนำให้เขารู้จักกับเหมาเหมา แต่เหมาเหมาดันไปแกล้งเขาไม่หยุดเลย ผลก็คือหน้าเขาแดงไปตลอดทั้งวัน น่ารักสุดๆ ไปเลยค่ะ”
พูดจบ เฮ่ออวี้ถิงก็ยกสองมือน้อยๆ ขึ้นมาทาบแก้มตัวเอง ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พลางยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
ภาพนั้นทำให้หัวใจของเฉินชิงอ่อนยวบยาบ ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร สำหรับเธอแล้ว เสี่ยวอวี้ของเธอน่ารักที่สุดในโลกใบนี้
“เสี่ยวอวี้ของน้าเก่งที่สุดเลย”
“ก็หนูเรียนรู้มาจากน้านั่นแหละค่ะ ขนาดคุณน้าต้องเจอกับผู้ใหญ่ที่ร้ายกาจกว่าตั้งเยอะ คุณน้ายังสู้กลับได้เลย หนูน่ะจะยอมแพ้ง่ายๆ จนทำให้คุณน้าต้องขายหน้าได้ยังไงกันคะ” เฮ่ออวี้ถิงยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ
คำพูดนั้นทำให้เฉินชิงรู้สึกตื้นตันจนขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกขุ่นมัวที่เกาะกุมในใจมาทั้งวันค่อยๆ สลายไปเพราะความน่ารักของหลานสาว
“เอางี้ดีไหม เดี๋ยวคืนนี้น้าจะตัดกระดาษเป็นรูปดอกไม้สีแดงเล็กๆ ให้ เป็นรางวัลสำหรับความกล้าหาญที่หนูทำในวันนี้”
“จริงเหรอคะ ดีใจที่สุดเลย” เฮ่ออวี้ถิงปรบมือด้วยความตื่นเต้น
เฮ่ออวี้เสียงที่นั่งฟังเงียบๆ ก็พูดขึ้นมาบ้าง “พรุ่งนี้พี่จะซื้อปาท่องโก๋ให้แท่งหนึ่งเป็นรางวัล”
เฉินชิงรีบฉวยโอกาสทันที “น้าเอาด้วยนะ ขอเพิ่มน้ำเต้าหู้อีกหนึ่งถ้วยด้วย ขอบคุณล่วงหน้าเลย”
เฮ่ออวี้เสียงถึงกับนิ่งไป เขาจนปัญญาจะต่อกรกับน้าของตัวเองจริงๆ “ได้ครับ”
เฮ่ออวี้ถิงเห็นดังนั้นก็เอาอย่างบ้าง “หนูขอน้ำเต้าหู้ด้วยคนค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ชาย”
เฮ่ออวี้เสียงได้แต่กลอกตามองบนอย่างระอาใจ เฉินชิงกับเฮ่ออวี้ถิงสบตากันอย่างรู้ทัน ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความสุข จนแม้แต่เฮ่ออวี้เสียงเองก็อดที่จะยิ้มออกมาบางๆ ไม่ได้
“รีบกินกันเถอะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมดแล้ว”
ค่ำคืนของฤดูหนาวมาเยือนเร็วกว่าปกติ ผู้คนในยุคนี้มักจะรีบเข้านอนเพื่อประหยัดค่าไฟ เฉินชิงล้มตัวลงบนเตียงพร้อมกับกอดกระเป๋าน้ำร้อนที่ทำจากยางไว้แนบอก แม้มันจะให้ความอบอุ่นได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะเย็นชืด แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
เธอนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เธอถึงได้เป็นคนขี้หนาว มือเท้าเย็นตลอดเวลาแบบนี้ การไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่คอยอำนวยความสะดวก ทำให้ค่ำคืนอันยาวนานดูจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน
แล้วจู่ๆ เธอก็นึกถึงเฮ่อหย่วนขึ้นมา ไม่รู้ว่าร่างกายของเขาเป็นแบบไหนกันนะ ถ้ามือเท้าเขาอุ่นก็คงจะดีไม่น้อย เธอจะได้ใช้เขาเป็นเครื่องทำความร้อนส่วนตัวเสียเลย คิดเพลินๆ ไปได้ไม่นาน เปลือกตาของเฉินชิงก็ค่อยๆ ปิดลงและเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด
ในขณะเดียวกัน ที่สถาบันวิจัย เฮ่อหย่วนยังคงคร่ำเคร่งอยู่กับงานวิจัยที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน โครงการที่เขาเคยให้คำมั่นไว้กับผู้จัดการเสิ่นว่าจะทำให้สำเร็จลุล่วงก่อนวันขึ้นปีใหม่นั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว
แต่เหตุการณ์ข้อมูลเกือบถูกจารกรรมไปทำให้กองทัพต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์และสั่งปิดข่าวทั้งหมด
เทคโนโลยีเครื่องกัดซีเอ็นซีถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตในอุตสาหกรรมระดับสูง ซึ่งที่ผ่านมาถูกผูกขาดโดยประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่แห่ง
การที่ประเทศจีนสามารถทลายกำแพงนี้ลงได้จึงสร้างความตื่นตัวให้กับคณะผู้บริหารระดับสูงเป็นอย่างมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนต้องพึ่งพาการนำเข้าเครื่องจักรเหล่านี้ในราคาที่แสนแพงและมีเงื่อนไขจำกัดจำเขี่ย
โรงงานหลายแห่งต้องจำใจซื้อเครื่องจักรที่ระบบควบคุมถูกเข้ารหัสไว้ ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาโปรแกรมได้เอง สุดท้ายเครื่องจักรราคาแพงก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็ก
ความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์นี้ทำให้ประวัติของเฮ่อหย่วนถูกนำกลับมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เช่นเดียวกับประวัติของเฉินชิงและเด็กทั้งสองคน
นอกจากนี้ ทางการยังได้คัดเลือกช่างฝีมืออาวุโสที่มีประวัติขาวสะอาดจากทั่วประเทศให้มาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่นี้กับเฮ่อหย่วนโดยตรง เหล่าช่างฝีมือผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน
เมื่อได้ทราบข่าวดีนี้ต่างก็ตื้นตันจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ความรู้สึกของการต้องก้มหัวร้องขอเทคโนโลยีจากต่างชาติมันช่างขมขื่นเกินบรรยาย แต่พวกเขาก็จำต้องทน เพราะประเทศชาติต้องการการพัฒนา
ต้องการเงินตราต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือต้องการอาวุธที่ทรงอานุภาพเพื่อปกป้องอธิปไตย ไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกหรือฉกชิงดินแดนไปได้อีก
เมื่อมาถึงโรงงานและได้รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้คือชายหนุ่มที่ชื่อเฮ่อหย่วน ทุกคนต่างก็ให้ความเคารพนับถือเขาจากใจจริง
ซึ่งเฮ่อหย่วนเองก็ไม่เคยหวงวิชา เขาได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่มีให้แก่เหล่าช่างฝีมืออาวุโสอย่างเต็มใจ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศ
ในยุคสมัยนี้ แม้จะมีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความรักชาติอย่างแท้จริง
ตลอดหลักสูตรการเรียนรู้ ไม่มีใครปริปากบ่นว่าเหนื่อยหรือท้อ ทุกคนต่างมุ่งมั่นเก็บเกี่ยวความรู้ที่มีค่าราวกับฟองน้ำที่กระหายน้ำ
ความสามารถอันโดดเด่นของเฮ่อหย่วนทำให้ทางการเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการย้ายเขาไปยังหน่วยงานที่มีความสำคัญและต้องการการรักษาความลับในระดับที่สูงขึ้น
เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงครั้งเดียวของเขาสามารถประหยัดงบประมาณของชาติไปได้อย่างมหาศาล และยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้เทคโนโลยีด้านอื่นๆ ก้าวหน้าไปอีกไกล ทว่า...ประวัติของเขายังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อถกเถียงกันในหมู่ผู้นำระดับสูง ฝ่ายหนึ่งมองว่าความสามารถของเฮ่อหย่วนคือสมบัติล้ำค่าของชาติที่ต้องส่งเสริมให้ถึงที่สุด
แต่อีกฝ่ายก็ยังคงหยิบยกประเด็นเรื่องพื้นเพที่ยังไม่ชัดเจนของเขาขึ้นมาคัดค้าน การสนทนาจึงหยุดชะงักลง จนกระทั่งมีคนเอ่ยชื่อของเฉินชิงขึ้นมา
ประวัติของเฉินชิงนั้นขาวสะอาดบริสุทธิ์ชนิดที่หาข้อกังขาไม่ได้ แถมเธอยังอยู่ในสถานะสมาชิกพรรคสำรองอีกด้วย หากเฮ่อหย่วนและเฉินชิงได้แต่งงานกัน สถานะของเฉินชิงจะช่วยเสริมให้ประวัติของเฮ่อหย่วนดูดีขึ้นมาก
และถ้าทั้งสองมีทายาทด้วยกัน ก็จะยิ่งเป็นการการันตีความบริสุทธิ์ใจของเขาได้เป็นอย่างดี ในระหว่างนี้ ทางการก็จะมีเวลาในการเฝ้าสังเกตและประเมินตัวตนของเฮ่อหย่วนได้อย่างถี่ถ้วน
เมื่อผ่านการประเมินแล้ว การจะส่งเขาไปยังหน่วยงานที่ต้องรับภาระอันหนักหน่วงที่สุดก็ยังไม่สายเกินไป
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว เหล่าผู้นำก็มีมติเป็นเอกฉันท์
คนส่วนใหญ่ในโรงงานไม่ได้ล่วงรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังเหล่านี้ พวกเขาทราบเพียงแค่ว่าเหมาเจี้ยนกั๋วได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยคนใหม่ และเฮ่อหย่วนก็ได้ขึ้นเป็นรองหัวหน้าสถาบันวิจัย
เมื่อเฮ่อหย่วนกลับมาถึงบ้าน ก็เป็นช่วงที่เด็กๆ ปิดเทอมฤดูหนาวพอดี
เฮ่ออวี้ถิงรีบวิ่งเข้ามาหาพลางเงยหน้ามองอาของเธอ ปากน้อยๆ เบะลงอย่างน่าสงสาร “คุณอาผอมไปมากเลยนะคะ ที่ทำงานเขาไม่ให้คุณอาทานข้าวเหรอคะ”
เฮ่ออวี้เสียงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วมองอาของตนอย่างเป็นห่วง เขากะด้วยสายตาว่าอาน่าจะผอมลงไปไม่ต่ำกว่าสิบจินเลยทีเดียว
เฮ่อหย่วนย่อตัวลง ยิ้มพลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ของหลานสาวเบาๆ ดูท่าว่าช่วงที่เขาไม่อยู่ เด็กคนนี้คงจะกินดีอยู่ดีไม่น้อย เขาหยิบช็อกโกแลตสอดไส้เหล้าเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงยื่นให้เธอ
“นี่เป็นของรางวัลจากหน่วยงาน เรียกว่าช็อกโกแลต หนูลองชิมดูสิ”
เหล่าผู้บังคับบัญชาดูเหมือนจะเกรงว่าเขาจะน้อยใจ แม้จะไม่สามารถให้หลักประกันในด้านอื่นๆ ได้ แต่ของรางวัลกลับหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
ผู้นำบางท่านถึงกับรู้สึกผิดที่ทำอะไรให้เขามากกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องควักกระเป๋าตัวเองเพื่อมอบของกำนัลให้เป็นการส่วนตัว พร้อมกับพร่ำบอกอยู่เสมอว่าประเทศชาตินั้นสำคัญเพียงใด
และการอุทิศตนเพื่อชาติคือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว พวกเขาต่างกลัวว่าบุคลากรคนสำคัญเช่นนี้จะเดินหลงทางไปในเส้นทางที่ผิด
ก่อนหน้านี้ เคยมีหลายคนพยายามเป็นพ่อสื่อแม่ชัก จับคู่เขากับสหายหญิงที่มีประวัติขาวสะอาด แต่เขากลับไม่เคยแสดงท่าทีสนใจแม้แต่น้อย
แม้ว่าการแต่งงานนั้นจะส่งผลดีต่อหน้าที่การงานของเขาก็ตาม ในทางกลับกัน ก็มีผู้หญิงบางคนที่สืบรู้มาว่าการได้เกี่ยวดองกับเขานั้นมีแต่ประโยชน์ จึงพยายามเข้ามาตีสนิท
แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธไปทั้งหมด ชายหนุ่มรูปงามอนาคตไกลเช่นเขา กลับใช้ชีวิตราวกับนักบวชจนไม่มีใครเดาใจถูก
แต่แล้วโชคก็เข้าข้าง ในที่สุดเขาก็ยอมมีคนรักเสียที แถมยังเป็น ‘แม่เสือสาว’ อย่างสหายเฉินชิงอีกต่างหาก ผู้หญิงที่กล้าต่อกรกับผู้จัดการโรงงานและสั่งสอนพวกนักเลงหัวไม้
ทั้งยังมีประวัติครอบครัวที่ขาวสะอาดไร้ที่ติแบบนี้ ทำให้หน่วยงานรู้สึกวางใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเชื่อว่าหากเฮ่อหย่วนคิดจะทำอะไรไม่ดีขึ้นมา มีหวังโดนเฉินชิงจัดการจนอ่วมแน่
ความสัมพันธ์ครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับเหล่าผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก และเมื่อพวกเขาวางใจในตัวเขามากขึ้น ก็ยิ่งกล้าที่จะแสดงความเมตตาและให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
เฮ่อหย่วนจึงได้รับของรางวัลมากมาย และช็อกโกแลตสอดไส้เหล้าเม็ดนี้ก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น
ช็อกโกแลตถูกห่อด้วยกระดาษฟอยล์สีสวยสดใส เฮ่ออวี้ถิงมองอย่างตื่นตาตื่นใจ เธอรับมันมาจากมือของอาแล้วค่อยๆ แกะห่อออก แต่เมื่อเห็นก้อนขนมสีดำทะมึนอยู่ข้างใน ใบหน้าน้อยๆ ก็อดที่จะย่นด้วยความสงสัยไม่ได้
“คุณอาคะ มันจะอร่อยจริงๆ เหรอคะ”
“ก็แล้วแต่คนชอบนะ แต่ข้างในมันมีเหล้าอยู่ หนูชิมครึ่งเม็ดก็พอ แล้วแบ่งให้พี่ชายอีกครึ่งหนึ่ง แค่ลองให้รู้รสชาติก็พอแล้ว”
[จบบท]