บทที่ 266: เสียงประกาศิต
สิ้นสุดสัปดาห์แห่งการพักผ่อน กลิ่นอายของวันทำงานก็กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่สัปดาห์นี้มีความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเมื่อเข็มนาฬิกาเดินครบรอบ ก็จะถึงวันส่งท้ายปีเก่าที่ทุกคนรอคอย
แม้ว่าตามกฎระเบียบแล้ววันสิ้นปีจะไม่มีวันหยุด แต่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองสามวันรวดในช่วงปีใหม่ ก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของเฉินชิงพองโตด้วยความคาดหวัง
เมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน บรรยากาศเดิมๆ ก็ต้อนรับเธอ เฉินชิงจรดปากกาลงบนเอกสารที่ฟางหย่งเก๋อเสนอมา เนื้อหาเกี่ยวกับการประชุมระหว่างผู้บริหารโรงงานกับกรมการก่อสร้างพื้นฐาน
ซึ่งคาดว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องแผนการก่อสร้างบ้านพักทหารเพิ่มเติมในปีหน้า เธอพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจึงอนุมัติไปโดยไม่ลังเล พร้อมกำชับให้ฟางหย่งเก๋อรีบดำเนินการต่อทันที
ทว่าความสงบสุขอยู่ได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกกระแทกเปิดออก ร่างของเถียนเมิ่งหย่าปรากฏขึ้นพร้อมกับลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน
"เฉินชิง! เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นรึยัง"
เถียนเมิ่งหย่ายังไม่ทันรอคำตอบ ก็ร่ายยาวต่อด้วยความเดือดดาล "เรื่องที่เธออุตส่าห์ตั้งใจตัดชุดให้ลูกสาวของหยางซิวจิ่น ตอนนี้ถูกยัยซูม่านม่านเอาไปป่าวประกาศจนเสียๆ หายๆ มันใส่ร้ายว่าเธอคิดจะอ่อยหยางซิวจิ่น”
“แถมยังหาว่าเธอสองคนแอบมีอะไรกันอีก ตอนนี้คนในโรงงานลือกันสนุกปากไปหมดแล้ว!"
ปลายปากกาในมือของเฉินชิงหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง
"ยังไม่หมดแค่นั้นนะ" เถียนเมิ่งหย่ากำหมัดแน่น
"ยัยนั่นมันเอากรรไกรไปตัดชุดที่เธอทำให้จนเละไม่เป็นชิ้นดี แล้วยังตบหน้าเสี่ยวเหออีกต่างหาก!"
เฉินชิงละสายตาจากเอกสาร มองไปยังโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของซูม่านม่าน วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เจ้าตัวไม่โผล่หน้ามาทำงาน
"แล้วตอนนี้เสี่ยวเหอเป็นยังไงบ้าง"
"น่าสงสารมาก วันต่อมาเด็กนั่นหิวจนเป็นลมล้มพับไปเลย ได้ยินว่าตอนนี้ถูกส่งไปอยู่กับตา-ยายที่ต่างเมืองแล้ว"
พนักงานคนอื่นๆ ในห้องที่ทำทีเป็นก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่หูผึ่งรอฟังบทสนทนาอย่างใจจดใจจ่อ พวกเขาเองก็ได้ยินข่าวลือฉาวโฉ่มาบ้าง แต่ไม่มีใครกล้าพอจะเอ่ยปากบอกเฉินชิงตรงๆ เหมือนเถียนเมิ่งหย่า
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเธอ ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เฉินชิง อยากจะเห็นว่ารองหัวหน้าคนเก่งจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
แต่เฉินชิงกลับสงบนิ่งผิดคาด
"นี่เธอไม่โกรธเลยเหรอ" เถียนเมิ่งหย่าแทบจะกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
"เรื่องที่พวกเขานินทามันเสียหายมากนะ!"
"อืม" เฉินชิงตอบรับในลำคอเพียงสั้นๆ แล้วก้มหน้าทำงานของเธอต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้จะแสดงท่าทีไม่ใส่ใจ แต่ทันทีที่ถึงเวลาพักเที่ยง เฉินชิงก็ไม่รอช้า เธอใช้เวลาไปกับการสืบหาที่อยู่ของตา-ยายของหยางอี้เหอจนได้ความ
หลังเลิกงานจึงแวะซื้อนมมอลต์สกัดกระป๋องใหญ่ติดมือกลับบ้าน เช้าวันรุ่งขึ้น เธอจูงมือหลานๆ ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังนั้นทันที
หยางอี้เหอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นเฉินชิงปรากฏตัวที่หน้าประตู ความดีใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า แต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดในทันที
"น้าคะ... หนูขอโทษนะคะ หนูดูแลเสื้อที่น้าทำให้ไม่ดีพอ"
"ไม่เป็นไรเลยจ้ะ" เฉินชิงดึงร่างเล็กๆ เข้ามากอดปลอบโยนเบาๆ
ในนิยายที่เธอเคยอ่าน หยางอี้เหอคือเด็กผู้หญิงที่เติบโตมาท่ามกลางการเอาอกเอาใจของหยางซิวจิ่น แต่เมื่อได้มาเห็นสภาพความเป็นจริงในตอนนี้ เธอก็ได้แต่คิดในใจว่าความรักที่พ่อมีให้ช่างจอมปลอมและว่างเปล่าเหลือเกิน
หยางอี้เหอซบหน้าร้องไห้เงียบๆ กับอกอุ่นๆ ของเฉินชิง
น่าเสียดายที่เฉินชิงมีภาระหน้าที่ต้องไปทำงาน จึงไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนเด็กน้อยได้นานกว่านี้ หลังร่ำลากันเรียบร้อย เธอก็จำต้องพาหลานๆ กลับ
แต่การมาเยือนของเธอในครั้งนี้ก็ส่งผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ ลุงและป้าของหยางอี้เหอที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีเย็นชา กลับยิ้มประจบประแจงและดูแลเอาใจใส่หลานสาวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อกลับมาถึงโรงงาน เถียนเมิ่งหย่ารีบวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่ากระแสข่าวลือยิ่งโหมกระพือรุนแรงกว่าเดิม เฉินชิงทำเพียงแค่บอกให้เพื่อนใจเย็นๆ แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่เถียนเมิ่งหย่าที่ร้อนใจ
บรรดาผู้บริหารระดับสูงเองก็เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ แม้กระทั่งเฮ่อหย่วนยังต้องแวะมาหาเพื่อถามไถ่ว่าเธอต้องการจะดำเนินการแจ้งความหรือไม่
เมื่อเห็นแววตากังวลของเขา เฉินชิงก็ส่งยิ้มบางๆ ให้ "ไม่ต้องห่วงค่ะ ตอนบ่ายฉันมีละครฉากเด็ดให้คุณดู"
เฮ่อหย่วนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ
แล้วเวลาบ่ายสี่โมงก็มาถึง ช่วงเวลาที่เปลือกตาของทุกคนเริ่มหนักอึ้งและต้องการกาแฟแก้วโตเพื่อปลุกความตื่นตัว ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากลำโพงกระจายเสียงของโรงงาน ปลุกให้ทุกคนที่กำลังสัปหงกต้องสะดุ้งตื่น
"สวัสดีค่ะสหายทุกท่าน ดิฉันเฉินชิง"
เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังกระหึ่มขึ้นจากทั่วทุกมุมของโรงงาน
"นั่นเสียงรองหัวหน้าเฉิน!"
"เงียบๆ เร็วเข้า เฉินชิงกำลังจะพูด"
"มาออกอากาศตอนนี้ ต้องมีเรื่องใหญ่แน่ๆ!"
ทุกคนหยุดมือจากงานที่ทำ แล้วหันไปตั้งใจฟังเสียงจากลำโพงอย่างพร้อมเพรียงกัน ในขณะที่ห้องทำงานของผู้บริหารกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เฉินชิงกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเข้าประเด็น "ไม่ทราบว่าทุกท่านเคยได้ยินเรื่องซุบซิบของหัวหน้าหยางกันมาบ้างไหมคะ ที่ว่ากันว่าเขาไต่เต้าขึ้นมาได้ไม่ใช่เพราะบารมีของภรรยาเก่า”
“แต่เป็นเพราะเลขาธิการพรรคหยางต่างหาก... เอ แล้วทำไมถึงต้องพึ่งพาท่านเลขาฯ ล่ะคะ แล้วทำไมท่านเลขาฯ ที่น่าเคารพของเราถึงไม่มีทายาทสืบสกุลมานานหลายปี... เรื่องนี้มันช่างน่าคิดจริงๆ นะคะ ทุกท่านลองเอาไปขบคิดกันเล่นๆ ดูได้ค่ะ"
เพียงแค่ประโยคเปิดตัว โรงงานทั้งโรงงานก็แทบจะลุกเป็นไฟ!
เลขาธิการพรรคหยางผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ในทันที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด หยางซิวจิ่นที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของตัวเองก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เฉินชิงกำลังพล่ามเรื่องบ้าอะไรอยู่!
"เรื่องยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ" เสียงหวานๆ ของเฉินชิงยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
"อาจารย์เฉินจากแผนกที่หนึ่ง เหมือนว่าจะแอบชอบภรรยาของลูกศิษย์ตัวเองอยู่นะคะ... แต่จะชอบแบบไหนนั้น ดิฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ทุกท่านคงต้องไปสืบเสาะเดากันเอาเองแล้วล่ะค่ะ"
"อ้อ! แล้วก็หัวหน้าทีมเซียวจากแผนกเทคนิคอีกคน ได้ยินมาว่าทุกวันนี้ยังต้องให้คุณพ่อคุณแม่นอนขนาบข้างถึงจะหลับลงได้... จริงเท็จแค่ไหนใครทราบบ้างไหมคะ ว้าว! เรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ"
"ส่วนหัวหน้าทีมหลินแห่งแผนกขนส่ง ก็ดูเหมือนจะเนื้อหอมเป็นพิเศษนะคะ ได้ข่าวว่ามีหนุ่มๆ แวะเวียนไปหาที่บ้านทุกค่ำคืนเลย ไม่ทราบว่าไปทำอะไรกันนักหนาเหรอคะ"
"และสุดท้ายสำหรับวันนี้ อาจารย์หวังจากแผนกที่สาม ได้ยินว่าเพิ่งจะรับหลานชายวัยสามสิบกว่ามาอยู่ด้วย... แต่เอ๊ะ นั่นใช่หลานชายจริงๆ เหรอคะ หรือมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้นกันแน่"
เฉินชิงร่ายยาวเรื่องซุบซิบของคนในโรงงานติดต่อกันเกือบยี่สิบเรื่อง ทำเอาคนฟังแทบประมวลผลตามไม่ทัน คนที่ไม่ถูกเอ่ยชื่อถึงกับตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น ต่างรีบคว้ากระดาษปากกามาจดชื่อที่ได้ยินอย่างรวดเร็วเพื่อเอาไปสืบต่อ
ขณะที่ผู้ที่ถูกพาดพิงแต่ละคนหน้าซีดสลับเขียวด้วยความโกรธแค้นและอับอาย พวกเขารวมตัวกันมุ่งหน้าไปยังห้องกระจายเสียงด้วยท่าทีคุกคาม หวังจะไปลากตัวต้นเรื่องออกมาจัดการให้สิ้นซาก เสียงทุบประตูห้องดังโครมครามไม่ขาดสาย
"เอาล่ะค่ะ ทุกท่านคงสงสัยว่าดิฉันมาเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้ฟังทำไม... คำตอบง่ายนิดเดียวค่ะ ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว เลยอยากจะหาเรื่องสนุกๆ มาให้ทุกคนได้คึกคักกันเป็นพิเศษ”
“ขออวยพรให้ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นปีที่ทุกท่านมีแต่เรื่องสนุกๆ ให้ได้รับชมกันไม่ขาดสายนะคะ ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง สวัสดีปีใหม่ค่ะ"
พูดจบ เฉินชิงก็ปิดสวิตช์เครื่องกระจายเสียงทันที เธอรู้ดีว่าวิธีที่ดีที่สุดในการกลบข่าวลือเรื่องหนึ่ง ก็คือการสร้างข่าวลือเรื่องใหม่ที่ใหญ่กว่าและน่าสนใจกว่ามาแทนที่
ในเมื่อคนพวกนี้สนุกกับการเหยียบย่ำเธอมากนัก เธอก็จะทำให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาติของยาขมที่ตัวเองเคยปรุงให้คนอื่นดื่มบ้าง
เฉินชิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับฝูงชนที่กำลังเดือดดาล
"เฉินชิง! เธอพล่ามเรื่องบ้าอะไรออกมา!"
"ฉันก็แค่มาจัดรายการ พูดคุยเรื่องสัพเพเหระตามประสาคนในโรงงานเดียวกันเท่านั้นเองนี่คะ" เฉินชิงแสร้งทำหน้าซื่อตาใส
"ฉันไม่ได้เอ่ยชื่อจริงนามสกุลจริงของใครเลยสักหน่อย อีกอย่าง วันนี้ก็เป็นเวรของคณะกรรมการโรงงานในการใช้ห้องกระจายเสียงอยู่แล้ว ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบทุกประการค่ะ"
ถูกต้องกับผีน่ะสิ! ทุกคนโกรธจนตัวสั่น นี่มันจงใจเอาเรื่องส่วนตัวของพวกเขามาประจานให้คนทั้งโรงงานรับรู้ชัดๆ!
"รู้สึกแย่มากเลยใช่ไหมคะ" เฉินชิงถามพลางกวาดสายตามองทุกคน โดยเฉพาะเลขาธิการพรรคหยางและหยางซิวจิ่นที่ยืนอยู่หน้าสุด ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
"ตอนที่พวกคุณสนุกปากหัวเราะเยาะเรื่องของฉัน มันก็คงจะรู้สึกดีแบบนี้สินะคะ งั้นวันนี้ก็มาลองชิมรสชาติของ 'เสียงประชาชน' ด้วยกันให้ถ้วนหน้าก็แล้วกัน"
"เรื่องทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้หัวหน้าหยางเลยนะคะ เป็นแค่เศษขยะแท้ๆ ยังกล้าฝันเฟื่องว่าฉันจะชายตามอง ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"
คำพูดของเฉินชิงทำให้สีหน้าของหยางซิวจิ่นเปลี่ยนสีไปมา ขณะที่คนอื่นๆ เริ่มหันไปมองเขาด้วยสายตาตำหนิ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเริ่มเรื่องก่อน พวกเขาก็คงไม่ต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนกันไปหมดแบบนี้ มิหนำซ้ำอาจจะต้องโดนคณะกรรมการปฏิวัติตั้งโต๊ะสอบสวนอีกด้วย!
เฉินชิงเดินฝ่าวงล้อมออกมา ก่อนจะหยุดแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกเขาอีกครั้ง
"จำไว้นะคะ... วันหลังถ้าคิดจะกุเรื่องสกปรกใส่ร้ายฉันอีก ก็ช่วยกลับไปจัดการเรื่องเน่าๆ ของตัวเองให้สะอาดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นทุกคำพูดที่พ่นออกมา มันจะย้อนกลับไปทำร้ายตัวพวกคุณเอง"
เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของทุกคนด้วยแววตาที่คมกริบและเด็ดเดี่ยว
"และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า... วิธีการโสมมที่ใช้การปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อทำลายชื่อเสียงของผู้หญิงในโรงงานเครื่องจักรแห่งนี้ มันได้จบสิ้นลงแล้ว!"
[จบบท]