บทที่ 342: เฉินชิงออกทีวีและลงหนังสือพิมพ์
ภาพบนจอทีวีขาวดำตัดมาที่ความโกลาหลเล็กๆ ในงานมหรกรรมการค้ากวางเจา ผู้คนเดินกันขวักไขว่ชนิดที่เรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน โดยเฉพาะหน้าบูธ "การส่งออกสิ่งทอแห่งชาติจีน"
ที่มีนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศรุมล้อม และท่ามกลางวงล้อมนั้น... เฉินชิงยืนเด่นเป็นสง่า! เธออยู่ในชุดจงซานสีกรมท่าที่ตัดเย็บเข้ารูปพอดีตัว ขับเน้นออร่าความเก่งกาจและความเจิดจ้าออกมาอย่างเต็มที่
ผมหางม้าที่มัดไว้อย่างกระฉับกระเฉงรับกับคิ้วตาคมเข้ม แม้จะเป็นแค่ภาพขาวดำ แต่ความสวยสะดุดตาก็ทะลุจอออกมา
"สหายทั้งหลาย ทุกคน สวัสดีค่ะ" เฉินชิงทักทายผู้ชมทางบ้าน
แค่เธอโผล่หน้ามาเท่านั้นแหละ เสียงเฮก็ดังลั่นบ้านรองผู้จัดการโรงงานเถียน! เสี่ยวอวี้ถึงกับดีดตัวลุกขึ้นยืน ตะโกนเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
"ดูเร็ว! นั่นคุณน้าหนูเองค่ะ!" คืนนี้บ้านรองผู้จัดการโรงงานเถียนแทบแตก ผู้คนอัดแน่นกันจนล้นออกมาข้างนอก ขนาดริมหน้าต่างยังมีคนปีนเก้าอี้ยืนส่อง
"ฉันเห็นแล้ว! รองหัวหน้าเฉินจริงๆ ด้วย! เธอออกทีวี!" เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ไปหมด
เฮ่ออวี้เสียงที่ได้ดูทีวีเป็นครั้งแรกในชีวิตก็เบิกตากว้าง การที่ได้เห็นคุณน้าของตัวเองอยู่ในจอแก้วสี่เหลี่ยมมันช่างน่าอัศจรรย์ใจ แถมยังแอบภูมิใจลึกๆ ด้วย ส่วนเฮ่อหย่วนน่ะเหรอ... เขามองผู้หญิงที่กำลังเปล่งประกายเจิดจรัสอยู่บนจอ
หัวใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ เขาเหลือบมองเฉินชิงตัวจริงที่นั่งเกร็งอยู่ข้างๆ มุมปากก็ยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจจนเก็บอาการไม่อยู่
เจ้าตัวคนดังน่ะสิ นั่งตัวลีบเกร็งไปหมด! ก็นี่มันครั้งแรกของเธอเลยนี่นาที่ตกเป็นเป้าสายตาคนทั้งประเทศ การได้ออกข่าวของทางการถือเป็นเกียรติยศสูงสุดแล้ว เธออดนึกถึงช่วงเวลาในงานมหรกรรมการค้ากวางเจาไม่ได้
แต่ละวันต้องยืนพูดจนคอแทบแตก วันละกว่า 10 ชั่วโมง ไหนจะต้องเจรจาต่อรองกับลูกค้า ไหนจะต้องคอยกันท่าพวกเดียวกันเองที่จ้องจะแทงข้างหลังอีก กลับถึงที่พักก็แทบสลบทุกวัน
พอโดนลากไปสัมภาษณ์กะทันหัน นักข่าวถามอะไรมาเธอก็ตอบไปแบบสดๆ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าภาพที่ออกมามันจะดูดีหรือดูตลกกันแน่
"สหายเฉินครับ!" เสียงนักข่าวจากในทีวีดังฟังชัด
"การที่คุณสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศให้ประเทศเรานับล้านนี่... รู้สึกยังไงบ้างครับ"
เฉินชิงยิ้มรับกล้อง "ตื่นเต้นมากค่ะ ต้องขอบคุณพรรคและประเทศชาติที่ให้โอกาส และขอบคุณเวทีงานมหรกรรมการค้ากวางเจา ที่ทำให้ 'การผลิตของจีน' ของเราได้ก้าวสู่สายตาชาวโลกค่ะ"
"งั้นพอจะบอกเคล็ดลับความสำเร็จที่คว้าออเดอร์ล้านดอลลาร์มาได้ครั้งนี้หน่อยได้ไหมครับ"
"เคล็ดลับเหรอคะ" เฉินชิงตอบ
"จริงๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ เราแค่ต้องทำให้โลกเห็นคุณค่าที่แท้จริงของเสื้อผ้าจีน เราไม่ใช่แค่แรงงานรับจ้างราคาถูก”
“แต่เรามีวัตถุดิบที่ดีที่สุด มีฝีมือการตัดเย็บที่ประณีตที่สุด เราสามารถสร้างสรรค์ดีไซน์ที่ลูกค้าระดับโลกยอมจ่ายและยอมต่อคิวเพื่อซื้อได้ค่ะ"
"แต่หลายคนมองว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจีนเราเริ่มต้นช้าไปหน่อยนะครับ การจะไปแข่งกับแบรนด์ดังระดับโลกนี่... ยากน่าดู"
"เริ่มต้นช้า ไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินไปได้ไม่ไกลและไม่มั่นคงนี่คะ" เฉินชิงตอบกลับอย่างสุขุม ไม่สะทกสะท้าน
"แล้วอนาคตล่ะครับ คุณมองอนาคตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจีนไว้ยังไง"
คำถามนี้ทำเอาเฉินชิงเลิกคิ้วนิดๆ "อนาคตเหรอคะ... ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่ในอนาคต ตู้โชว์หน้าร้านแบรนด์ดังทั่วโลก จะต้องมีดีไซน์ของจีนและแบรนด์ของจีนเข้าไปแบ่งพื้นที่ยืนอยู่ด้วยแน่นอนค่ะ"
คำตอบที่ฟังดูโคตรจะมั่นใจนี้ แทนที่จะทำให้คนหมั่นไส้ กลับทำให้ทุกคนที่ได้ฟังรู้สึกสะใจและปลอดโปร่ง เถียนเมิ่งหย่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับกรี๊ดเบาๆ เขย่าแขนเฉินชิง
"อ๊า! เฉินชิง! เธอเท่มาก! เท่ระเบิดไปเลย!"
เสี่ยวอวี้เองก็หน้าแดงก่ำ คุณน้าของเธอบนจอทีวีดูดีที่สุดเลย ทั้งความมั่นใจ ความกล้าที่จะพูด และความนิ่งสงบ ทั้งหมดรวมอยู่ในคนเดียว
ท่าทีที่แน่วแน่ของเธอที่มีต่ออนาคตของประเทศ ทำเอาคนดูหัวใจพองโต เฉินชิงที่โดนชมซึ่งๆ หน้าก็ได้แต่เม้มปากแก้เขิน
นักข่าวในทีวียังคงยิงคำถามต่อ "แล้วความสำเร็จครั้งนี้ อะไรคือความหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคุณครับ"
เฉินชิงนิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ "สำหรับดิฉัน มันไม่ใช่แค่ตัวเลขในออเดอร์ แต่มันคือการที่ 'การผลิตของจีน' ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก”
“และดิฉันเชื่อว่า นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ในอนาคต... สินค้าของเราจะไปไกลกว่านี้ เทคโนโลยีของเราจะล้ำหน้ากว่านี้ และประเทศชาติของเรา... จะต้องรุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างแน่นอนค่ะ!"
"พูดได้ดีมากครับ!" นักข่าวเองก็ดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน
"ขอให้ประเทศชาติของเรารุ่งเรืองเฟื่องฟู! ขอให้แรงงานจีนยุคใหม่จงเจริญ!"
ภาพบนหน้าจอตัดค้างไว้ที่ตรงนั้น สิ้นสุดการสัมภาษณ์พอดิบพอดี "เฮ!!! ยอดเยี่ยม!!!"
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวทั้งในและนอกบ้านพักของรองผู้จัดการโรงงานเถียน ยาวนานจนแทบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เฉินชิงต้องรีบยกมือห้ามทัพ "ใจเย็นๆ ค่ะทุกคน เบาได้เบา" เธอยิ้มขำ
"ถ้ายังอินไม่เลิก พรุ่งนี้อย่าลืมไปอุดหนุนหนังสือพิมพ์กันนะคะ ช่วยปั่นยอดขายหน่อย" มุกนี้ทำเอาทุกคนหัวเราะครืน เฉินชิงจึงถือโอกาสพาทั้งเฮ่อหย่วนและหลานๆ ลากลับบ้าน
เช้าวันต่อมา ชื่อของเฉินชิงก็ไปปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์จริงๆ แม้จะไม่ได้พาดหัวหน้าหนึ่งเพราะมีข่าวใหญ่ของงานมหรกรรมการค้ากวางเจาจองพื้นที่อยู่ แต่ก็ถือว่าได้พื้นที่ไปไม่น้อย ชาวบ้านต่างแห่กันไปซื้อหนังสือพิมพ์เก็บไว้เป็นที่ระลึก
เฮ่อหย่วนลงทุนตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพื่อไปเข้าคิว แย่งซื้อมาได้แค่ 2 ฉบับ ทั้งที่เขาตั้งใจจะเหมามาสัก 10 ฉบับ แต่ดูเหมือนทางร้านจะประเมินความฮอตของเฉินชิงไว้แล้ว พอเห็นคนมุงกันเยอะๆ ก็เลยประกาศจำกัดการซื้อซะงั้น
ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วถนนตงฟางว่ารอบนี้เฉินชิงไม่ได้ลงแค่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่ดังไกลถึงฉบับระดับชาติ วันนี้เป็นวันหยุดของจางตงเหมยพอดี เธอก็เลยมาต่อคิวกับเขาด้วย
แถวยาวเหยียดจนเธอมองไม่เห็นหัวแถว ได้แต่เขย่งเท้าชะเง้อคออย่างร้อนใจ กลัวว่าหนังสือพิมพ์จะหมดซะก่อน จากตอนแรกที่จำกัดคนละ 2 ฉบับ ตอนนี้เหลือโควตาแค่คนละ 1 ฉบับเท่านั้น!
ระหว่างรอ เสียงพูดคุยในแถวก็ดังไม่หยุด "โอ้โห เฉินชิงนี่สุดยอดจริงๆ สร้างเงินให้ประเทศเป็นล้าน"
"นั่นสิ เสียดาย... ไม่ใช่ยอดของโรงงานเครื่องจักรเรา"
"โธ่ พูดงี้ได้ไง ก็โรงงานพี่โรงงานน้องกันทั้งนั้น"
"ฉันได้ยินมานะ ว่าเมื่อคืนพวกบ้านสไตล์ตะวันตกนั่นก็นั่งเกาะจอทีวีดูเฉินชิงกันทั้งบ้าน ไม่รู้ป่านนี้คนถิ่นอื่นเห็นข่าวแล้วจะคิดยังไงมั่ง"
"ก็คงคิดว่าแถวนี้มันฮวงจุ้ยดี มีแต่อัจฉริยะล่ะมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า!"
แถมวันนี้ยังมีข่าวดีซ้ำสองมาจากโรงงานเสื้อผ้าที่อยู่ไม่ไกลกัน... ประกาศรับสมัครคนงานเพิ่ม! ข่าวนี้ทำเอาหนุ่มสาวที่กำลังว่างงานตื่นเต้นกันยกใหญ่ รีบพากันไปสมัครแทบไม่ทัน ทุกคนต่างก็รู้สึกขอบคุณเฉินชิงที่เป็นคนสร้างโอกาสนี้ให้
จางตงเหมยฟังเสียงรอบข้างพลางคิดในใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะได้มารู้จักกับคนที่สุดยอดขนาดนี้ พอถึงคิวปุ๊บ เธอรีบควักเงินซื้อหนังสือพิมพ์ทันที และเหมือนกับคนอื่นๆ คือเธอรอให้ถึงบ้านไม่ไหว เปิดอ่านมันตรงนั้นเลย
พาดหัวข่าวตัวเป้งเขียนว่า “ ‘ประเทศชาติรุ่งเรืองเฟื่องฟู’ ดังก้องมหรกรรมการค้ากวางเจา" แค่อ่านหัวข้อ ขอบตาเธอก็ร้อนผ่าว พออ่านเนื้อหาจบก็ยิ่งตื้นตันจนพูดไม่ออก
เธอเพิ่งจะเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นจางเอ้อร์ฮวายืนจ้องเธออยู่
"เอ้อร์ฮวา! ตกใจหมดเลย มาทำอะไรเนี่ย"
"คือ... ฉันมาซื้อหนังสือพิมพ์น่ะพี่ตงเหมย แต่มันหมดเกลี้ยงเลย พี่ตงเหมย... ขอยืมอ่านหน่อยได้ไหมคะ นะๆ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำยับเลย" จางเอ้อร์ฮวาทำตาแป๋ว ขอร้องอ้อนวอนสุดฤทธิ์ ก็เธอปลื้มเฉินชิงมากจริงๆ นี่นา
จางตงเหมยใจอ่อน ยื่นหนังสือพิมพ์ให้ จางเอ้อร์ฮวารีบคว้าไปอ่านอย่างหิวกระหาย ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ที่เฉินชิงแสดงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศ และท่าทีที่มั่นใจบนเวทีโลก
เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด... เธออยากจะเป็นแบบนี้บ้าง! อยากเป็นคนเก่งแบบรองหัวหน้าเฉิน อยากทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ!
ดูเหมือนว่าแสงสว่างในตัวของคนบางคน มันถูกกำหนดมาเพื่อจุดประกายให้คนอื่นจริงๆ นั่นแหละ หลังจากอ่านจบ จางเอ้อร์ฮวาก็ตัดสินใจยืนตากแดดเดือนพฤษภาคมที่ร้อนเปรี้ยง รอจนหนังสือพิมพ์รอบใหม่มาส่ง
เธอซื้อไป 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งถูกตัดอย่างบรรจงเอาไปแปะไว้ที่ผนังหอพัก ตื่นเช้ามาจะได้เห็นเป็นสิ่งแรก ส่วนอีกฉบับเธอเก็บไว้ในกล่องอย่างดี
รูปถ่ายของเฉินชิงในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น แววตาของเธอบอกชัดถึงความทะเยอทะยานที่ไม่คิดจะปิดบัง
มันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและกล้าได้กล้าเสีย ทุกครั้งที่จางเอ้อร์ฮวามองภาพนั้น เธอก็รู้สึกฮึกเหิมมีพลังอย่างประหลาด และแน่นอนว่า ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ทำแบบนี้
กระแสเฉินชิงฟีเวอร์ยังคงฮอตฮิตอยู่เกือบอาทิตย์เต็มๆ กว่าจะเริ่มซาลง ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เฉินชิงเคลียร์งานที่โรงงานเสื้อผ้าเสร็จพอดี
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอได้ลงไปวางระบบกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด รวมถึงเซ็ตมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้เรียบร้อย
และก่อนจะกลับไปโรงงานเครื่องจักร เธอก็ไม่ลืมแวะไปกำชับสีเกามินเป็นครั้งสุดท้าย
"ย้ำอีกรอบนะคะ ถ้ามีจดหมายติดต่อจากลูกค้า ส่งตรงไปที่ฉันทันที ถ้าคุณอมไว้เองหรือทำพลาดจนเราเสียออเดอร์ไปล่ะก็... ฉันจะรายงานคุณว่าเป็นพวกส่วนเกินคิดร้ายต่อประเทศชาติทันที จำไว้ด้วยค่ะ"
[จบบท]