บทที่ 348: ขอยืมชุดไปดูตัว
เฉินชิงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนยินดี "จริงเหรอ เถียนเมิ่งหย่า! นี่มันข่าวดีที่สุดเลยนะ!"
"ใช่ไหมล่ะ! ฉันรู้ว่าเธอต้องดีใจ" เถียนเมิ่งหย่าฉีกยิ้มกว้าง ความกังวลที่เกาะกินใจมาหลายวันจางหายไปทันที
"ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันทำได้"
การที่เฉินชิงสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ มันมีความหมายกับเธอมาก อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งที่เข้าใจและยอมรับการตัดสินใจของเธอ
ไม่เหมือนพ่อกับแม่ที่เอาแต่ส่ายหัว บอกว่าผู้หญิงท้องโตแล้วยังจะไปนั่งเรียนหนังสือในโรงเรียนภาคค่ำ มันเป็นเรื่องน่าอายขายขี้หน้าคนอื่น
หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อเที่ยงที่เต็มไปด้วยข่าวดี ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานที่แผนกของตัวเอง พอกลับมาถึงแผนกบริหารจัดการสายการผลิต
เฉินชิงก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่โต๊ะทำงานของหลี่อวี้ฮว๋า ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งแผนกประสานงานภายนอก หลี่อวี้ฮว๋ากำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงกองเอกสารอย่างเร่งรีบ
เฉินชิงเดินไปหยุดที่หน้าต่างบานใหญ่ซึ่งกั้นระหว่างสองแผนก เธอยกแขนขึ้นกอดอก พิงกรอบหน้าต่าง แล้วทอดสายตามองการกระทำนั้นเงียบๆ
ในสายตาของเฉินชิง หลี่อวี้ฮว๋าเป็นคนที่ซับซ้อน เธอดูเหมือนจะมีเล่ห์เหลี่ยมและความคิดเล็กคิดน้อยซ่อนอยู่เต็มไปหมด แต่ในขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนบ้างานตัวยง เธอทำงานหนักชนิดที่เรียกว่าถวายชีวิตเลยก็ว่าได้
ท่าทางของหลี่อวี้ฮว๋าในตอนนี้ ช่างดูเหมือนคุณแม่ที่คอยประคบประหงม 'ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน' คนสำคัญของตระกูล ยอมเหนื่อยลากเลือดแทบตายด้วยตัวเอง แต่ไม่ยอมให้ลูกชายสุดที่รักต้องยื่นมือเข้ามาช่วยให้เหนื่อยกายแม้แต่น้อย
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนอื่น เธอก็พร้อมจะใช้งานพวกเขาจนหมดแรงโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะยังไงคนนอกจะเหนื่อยหนักแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้ว
หลี่อวี้ฮว๋าที่กำลังหัวหมุนอยู่กับกองกระดาษ รู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมา มันเป็นสายตาที่คมกริบและหนักอึ้งราวกับจะแผดเผาให้ไหม้เกรียม
ขนทั้งตัวของเธอลุกชัน แผ่นหลังเกร็งขึ้นมาทันที ทั้งที่อากาศในโรงงานก็ร้อนอบอ้าว แต่กลับมีเหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาจากไรผม
'ตายแล้ว!' ในหัวของหลี่อวี้ฮว๋ากรีดร้อง 'หรือว่า... หรือว่ารองหัวหน้าเฉินจะรู้เรื่องที่ฉันแอบไปฟ้องหัวหน้าหลงเมื่อตอนกลางวัน!'
ความคิดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก มือไม้เย็นเฉียบ เธอประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองไปทางหน้าต่างบานนั้น
เฉินชิงมองดูเหงื่อเย็นที่เริ่มผุดพรายบนหน้าผากของอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบเฉย เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกอึดใจ ก่อนจะค่อยๆ ละสายตา หันหลังกลับ และเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวของเธอไป
ทันทีที่แรงกดดันนั้นหายไป หลี่อวี้ฮว๋าก็แทบจะทรุดลงไปกองกับเก้าอี้ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนเพิ่งรอดชีวิตจากภัยพิบัติร้ายแรงมาได้อย่างหวุดหวิด
ไม่นานนัก พนักงานจากแผนกประสานงานภายนอกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็คือทีมของหลี่อวี้ฮว๋านั่นเอง ก็เริ่มเดินสายไปตามแผนกต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสำคัญ
พวกเขาได้รับมอบหมายให้เชิญชวนเหล่าพนักงานหนุ่มสาวโสด ให้เข้าร่วม 'งานเชื่อมสัมพันธ์' ครั้งใหญ่ เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและการแลกเปลี่ยนอันดีระหว่างโรงงานพี่โรงงานน้อง
เมื่อคณะทำงานเดินมาถึงแผนกเทคนิค เสียงประกาศนั้นก็ไปเข้าหูของว่านอันหล่างเข้าอย่างจัง เขารีบผุดลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานทันที "ผมครับ! ผมเข้าร่วมด้วย!"
เขาเฝ้ารอโอกาสนี้มานานแสนนาน ตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาใฝ่ฝันอยากจะมีภรรยาเป็นของตัวเองสักคน เขาหวังสุดหัวใจว่าการแต่งงานจะช่วยให้เขาหลุดพ้นจาก 'เสียงปีศาจ' และสภาพแวดล้อมสุดสยองในหอพักพนักงานชายได้เสียที
พอเห็นว่ามีสหายชายแสดงความกระตือรือร้นที่จะสมัครเข้าร่วมอย่างออกนอกหน้า ทีมงานก็ดีใจกันใหญ่ "ได้เลยสหาย รีบเขียนชื่อ อายุ แล้วก็ตำแหน่งของคุณลงในใบนี้ได้เลย"
ว่านอันหล่างรีบคว้าปากกามาเขียนข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดลงไปอย่างรวดเร็ว "ว่าแต่... งานจัดเมื่อไหร่เหรอครับ?"
"เย็นวันเสาร์ที่จะถึงนี้ครับ"
"จัดที่โรงงานเครื่องจักรของเราเลยหรือปล่าครับ?" เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ครับ จัดที่หอประชุมใหญ่ของเรานี่แหละ"
"เยี่ยมไปเลยครับ!"
ว่านอันหล่างยื่นใบสมัครคืนให้พลางลอบยิ้ม ในหัวของเขาเริ่มวางแผนการทันที 'ต้องไปยืมเสื้อผ้าหล่อๆ จากพี่หย่วน'
เขามั่นใจว่าถ้าเหล่าสหายหญิงในงานเห็นเขาแต่งตัวดี มีภูมิฐาน แถมยังมีแววว่าจะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน พวกเธอจะต้องประทับใจและตกหลุมรักเขาได้ไม่ยาก
แผนกเทคนิคเป็นแผนกที่ค่อนข้างเงียบเหงาและมีอัตราการโยกย้ายบุคลากรน้อยมาก คนที่สมัครเข้าร่วมงานจึงมีเพียงไม่กี่คน พอทุกคนรู้ข่าวว่าว่านอันหล่างผู้เงียบขรึมตัดสินใจลงสนามในครั้งนี้ด้วย ต่างก็พากันเข้ามาล้อมวงล้อเลียนอย่างสนุกสนาน
"ว่าไงว่านอันหล่าง! ในที่สุดก็ตัดสินใจออกล่าแล้วเหรอ แล้วอยากได้ภรรยาแบบไหนล่ะ?"
ว่านอันหล่างเกือบจะหลุดปากตอบไปตามสัญชาตญาณว่า 'อ่อนโยนและเป็นแม่บ้านแม่เรือน' แต่เขาก็เบรกตัวเองไว้ได้ทัน
เพราะจำได้ว่าครั้งที่แล้วที่เขาพูดแบบนี้ต่อหน้าเสี่ยวอวี้เธอดันเข้าใจผิดคิดว่าเขาหมายถึงผู้หญิงที่มีสามีแล้ว เขาเลยต้องรีบปรับเปลี่ยนคำพูดใหม่
"อะแฮ่ม! คือ... ผมชอบผู้หญิงที่พื้นเพครอบครัวไม่ซับซ้อน หน้าตาดูสะอาดสะอ้าน มีความคิดเป็นของตัวเอง รักความสะอาด และ..." เขากระซิบประโยคสุดท้ายที่สำคัญที่สุด
"และต้องสามารถยื่นเรื่องขอห้องเดี่ยวในหอพักพนักงานร่วมกับผมได้ครับ!"
ใช่! สองข้อสุดท้ายนั่นแหละคือประเด็นหลัก เขาไม่อยากทนอยู่ร่วมห้องกับกองทัพหนูและแมลงสาบอีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว!
"โห สเปกชัดเจนนะเนี่ย" เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งผิวปาก
"แล้วนายเตรียมสินสอดไว้เท่าไหร่ล่ะ?"
"ก็... สินสอด 88 หยวน แล้วก็บวกนาฬิกาข้อมือหนึ่งเรือน หรือไม่ก็จักรยานหนึ่งคันครับ" ว่านอันหล่างคำนวณเงินเก็บทั้งหมดที่เขามี ถึงเขาจะทำงานมาพักใหญ่ แต่การควักเงินสด 200 หยวนในคราวเดียวก็ถือว่าตึงมือสุดๆ แล้ว
"อืม... 88 หยวนบวกของอีกหนึ่งอย่าง ถือว่าไม่เลวนะ" พวกรุ่นพี่ในแผนกพยักหน้า
"ถ้านายตั้งมาตรฐานไว้เท่านี้ ก็น่าจะหาได้ไม่ยากหรอก"
ว่านอันหล่างได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้เขาได้แต่งงานสมหวังเร็วๆ นี้ด้วยเถอะ
หลังจากสมัครเสร็จเรียบร้อย พอถึงเวลาเลิกงาน ว่านอันหล่างก็ไม่รอช้า เขารีบมุ่งหน้าไปยังถนนตงเฟิง เพื่อไปหา 'พี่หย่วน' หรือเฮ่อหย่วน ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเขาทันที
เฮ่อหย่วนแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขามาหา แต่ก็ต้อนรับอย่างดี "อ้าว มาได้ไงเนี่ย ยังไม่ได้กินข้าวเย็นใช่ไหม? มากินด้วยกันเลย"
ระหว่างที่นั่งล้อมวงกินข้าวกัน เฮ่อหย่วนก็เอ่ยถามขึ้น "ได้ข่าวว่านายจะไปดูตัวเหรอ?"
"ใช่ครับพี่! พี่หย่วนไม่รู้หรอกว่าหอพักผมมันเลวร้ายแค่ไหน!" ว่านอันหล่างเริ่มระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน
"มันทั้งสกปรก ทั้งเหม็น! เหม็นคลุ้งไปหมดทุกวัน ขนาดผมต้องเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศตลอดเวลา กลิ่นมันก็ยังไม่ยอมหายไปไหนเลย”
“ตอนนี้ผมไม่ต้องการอะไรมาก ขอแค่หาผู้หญิงดีๆ สักคนที่จะมายอมยื่นขอห้องพักเดี่ยวกับผมได้ก็พอแล้ว!"
เขาพยายามทำความสะอาดพื้นที่ส่วนตัวของเขาให้เรียบร้อยที่สุดแล้ว แต่ผลที่ได้คือการถูกรูมเมทคนอื่นๆ หัวเราะเยาะ หาว่าเขาทำตัว 'ตุ้งติ้ง' เหมือนผู้หญิง
เขาโกรธจนแทบคลั่ง เขาแค่ไม่อยากโดนกลิ่นเหม็นรมจนตายคาหอพัก ก็เลยต้องลุกขึ้นมาจัดระเบียบที่นอนตัวเองบ้าง มันผิดตรงไหน!
เฉินชิงที่นั่งฟังอยู่ด้วย อดขำไม่ได้ เธอรู้สึกได้เลยว่าค่าความแค้นและความอัดอั้นของว่านอันหล่างในตอนนี้ มันพุ่งสูงจนแทบจะจับต้องเป็นก้อนได้อยู่แล้ว
เฮ่อหย่วนพยักหน้าอย่างเข้าใจหัวอกคนอยู่หอพักรวม "เข้าใจแล้วๆ งั้นนายก็ไปลองดู ถ้าทุกอย่างราบรื่น ได้เรื่องยังไง ก็กลับมาเล่าให้ฉันฟังด้วยแล้วกัน"
"ครับพี่!" ว่านอันหล่างรับคำอย่างแข็งขัน
"ว่านอันหล่าง" เฉินชิงเอ่ยขึ้นบ้าง
"ตอนที่นายไปดูตัวน่ะ นายต้องพูดให้ชัดเจนไปเลยนะ ว่านายเป็นคนรักความสะอาดมาก และกำลังมองหาผู้หญิงที่รักความสะอาดเหมือนกัน มาช่วยกันดูแลบ้าน"
ว่านอันหล่างเอียงคออย่างสงสัย "เอ๋? ต้องบอกด้วยเหรอครับ? แต่ปกติผู้หญิงเขาก็รักความสะอาดกันทุกคนไม่ใช่เหรอครับ? ผมเห็นเสื้อผ้าที่พวกเธอใส่ก็ดูสะอาดสะอ้าน ไม่เคยเห็นใครใส่ชุดมอมแมมเลย"
คำถามซื่อๆ นั้นทำให้เฉินชิงกับเฮ่อหย่วนสบตากันโดยอัตโนมัติ และเป็นเฉินชิงเองที่ต้องรีบหลบสายตาของเขาก่อน เพราะรู้สึกเหมือนโดนแทงใจดำ
อันที่จริง เธอไม่ใช่คนซกมกหรือปล่อยตัวให้สกปรก แต่เธอก็ไม่ได้เป็นพวกเจ้าระเบียบที่คลั่งไคล้ความสะอาดถึงขั้นที่บ้านต้องเนี้ยบกริบปราศจากฝุ่นผงแม้แต่น้อย สำหรับเธอ แค่ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกหูรกตา ก็นับว่าใช้ได้แล้ว
แต่เฮ่อหย่วนไม่ใช่แบบนั้น เขารักความสะอาดมาก ต่อให้ทำงานวิจัยกลับมาเหนื่อยสายตัวแทบขาดทุกวัน สิ่งแรกที่เขาต้องทำเมื่อกลับถึงบ้าน คือการกวาดถูทำความสะอาดห้องพักหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นของเขาจนทั่ว
เธอก็แอบไม่เข้าใจพฤติกรรมนี้ของเขาเหมือนกัน... แต่ก็นั่นแหละ การเป็นคนรักความสะอาดมันไม่ใช่เรื่องผิดที่จะไปตำหนิอะไร เฉินชิงก็เลยเลือกที่จะไม่พูดถึงมัน
เฮ่อหย่วนหันไปอธิบายให้ว่านอันหล่างฟัง "มันไม่แน่หรอกนะ เรื่องความรักสะอาดน่ะ มันแล้วแต่คนจริงๆ"
"อ๋อ ครับๆ" ว่านอันหล่างพยักหน้าหงึกๆ พยายามจดจำข้อมูลสำคัญนี้ไว้
"ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะบอกกับฝ่ายหญิงให้ชัดเจนไปเลยครับ"
"แล้ว... นายคงไม่คิดจะโยนงานบ้านทั้งหมดให้เธอทำคนเดียวหรอกนะ?" เฉินชิงอดถามดักคอไว้ก่อนไม่ได้ ยุคนี้ผู้ชายที่ยังยึดติดกับแนวคิดชายเป็นใหญ่มีอยู่ถมไป
"โอ๊ย! พี่สะใภ้ครับ!" ว่านอันหล่างรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
"ผมไม่ทำตัวทุเรศขนาดนั้นหรอกครับ! ต้องช่วยกันสิครับ"
"อืม ถ้าคิดได้แบบนั้นก็ดี" เฉินชิงพยักหน้าอย่างพอใจ
เมื่อกินข้าวเสร็จ ว่านอันหล่างก็เดินตามเฮ่อหย่วนเข้าไปในห้องนอนของเขาเพื่อยืมเสื้อผ้าตามเป้าหมาย
เฮ่อหย่วนเปิดตู้เสื้อผ้าของเขา หยิบชุดที่ "เก่าแล้ว" ออกมาสองชุดยื่นให้
"ชุดใหม่พวกนี้พี่สะใภ้นายเพิ่งตัดให้ ส่วนสองชุดนี้เป็นชุดสำเร็จรูปที่ฉันซื้อมาเอง ยังดีอยู่ นายเอาไปใส่เถอะ"
ว่านอันหล่างรับเสื้อเชิ้ตผ้าเต็กเหลียงเนื้อดีสองตัวมาถือไว้ในมือ มันยังดูใหม่เอี่ยมจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นชุดเก่า เขาเดาว่าพี่หย่วนคงแทบไม่ได้ใส่พวกมันเลยด้วยซ้ำ
"พี่ครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมดูตัวเสร็จแล้วจะรีบเอามาคืนเลย"
"ไม่ต้องหรอก" เฮ่อหย่วนส่ายหน้า "ในเมื่อพี่สะใภ้นายตัดชุดใหม่ให้ฉันตั้งหลายชุดแล้ว เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ซื้อมาจากข้างนอกพวกนี้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีก นายเอาไปใส่ได้เลย"
"โอ้โห! ขอบคุณมากครับพี่หย่วน!" ว่านอันหล่างไม่เกรงใจอีกต่อไป เขากอดเสื้อสองตัวนั้นไว้แนบอกราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
จากนั้น เขาก็ขอตัวลากลับ โดยมีเฮ่อหย่วนเดินออกมาส่ง เพราะเฮ่อหย่วนเองก็กำลังจะกลับไปทำงานล่วงเวลาที่สถาบันวิจัยต่อเช่นกัน
ระหว่างทางที่เดินกลับไปทางโรงงาน ว่านอันหล่างก็อดไม่ได้ที่จะถามคำถามที่คาใจเขามานาน "พี่ครับ... ว่าแต่เมื่อไหร่พี่กับพี่สะใภ้จะแต่งงานกันเหรอครับ?"
เฮ่อหย่วนถอนหายใจเบาๆ "คงต้องรอให้พวกเราว่างกว่านี้ก่อนน่ะ ตอนแรกก็ตกลงกันไว้ว่าจะแต่งช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนี่แหละ แต่ดูตอนนี้สิ นี่ก็กลางเดือนมิถุนายนแล้ว พี่สะใภ้นายยังยุ่งจนหัวหมุนไม่หยุดเลย งานแต่งก็เลยต้องเลื่อนออกไปก่อน"
"อ๋อๆๆ อย่างนี้นี่เอง" ว่านอันหล่างพยักหน้าหงึกๆ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจความยุ่งยากของโลกผู้ใหญ่เท่าไหร่นัก
เมื่อเดินมาถึงทางแยก ทั้งสองก็แยกย้ายกัน เฮ่อหย่วนย้ำเตือนทิ้งท้าย "มีปัญหาอะไรก็รีบมาหาฉัน เข้าใจไหม?"
"รับทราบครับพี่!"
ว่านอันหล่างถือเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมสองชุดกลับมาถึงหอพักด้วยหัวใจที่พองโต แต่ความสุขของเขาก็อยู่ได้ไม่นาน ทันทีที่เขาก้าวเข้าห้อง เหล่ารูมเมทที่อยู่กันพร้อมหน้าก็กรูเข้ามาล้อมเขาทันที
"เฮ้ย! เสื้อใหม่นี่หว่า!"
"ผ้าเต็กเหลียงด้วย! สองชุดนี้รวมกันคงเท่ากับเงินเดือนนายทั้งเดือนเลยมั้ง ว่านอันหล่าง ทุ่มทุนสร้างเพื่อไปดูตัวขนาดนี้เลยเหรอวะ!"
"ไหนๆ นายก็ได้มาตั้งสองชุด พรุ่งนี้ฉันก็จะไปงานเชื่อมสัมพันธ์เหมือนกัน ขอยืมตัวนึงดิ!"
สหายชายที่อัดกันอยู่ในหอพักรวมพนักงานแห่งนี้ มีอยู่สองประเภทหลักๆ คือพวกที่มาจากบ้านนอกและไม่ได้พาภรรยามาอยู่ด้วยเพราะไม่มีโควตาสินค้าเกษตรปันส่วนในเมือง กับอีกประเภทคือพวกคนโสดสนิท
และว่านอันหล่างก็รู้ซึ้งถึงนิสัยของแต่ละคนดีว่ามักง่ายและสกปรกแค่ไหน ถ้าเขาให้พวกนี้ยืมเสื้อผ้าไป มีหวังเสื้อผ้าดีๆ ได้เละเทะกลับมาแน่
"ไม่ได้โว้ย!" ว่านอันหล่างกอดเสื้อไว้แน่น "นี่ฉันยืมเขามา!"
"อะไรวะ ยืมทีเดียวยืมมาสองชุดเลยเหรอ?" รูมเมทคนหนึ่งหัวเราะเยาะ
"นั่นดิ! อยู่ด้วยกันมาตั้งนานเป็นพี่เป็นน้องกันแท้ๆ ทำไมขี้เหนียวนักวะ!" อีกคนพูดเสริม
ว่านอันหล่างตกอยู่ในวงล้อม เขาปกป้องเสื้อสองตัวนั้นสุดชีวิต และในวินาทีคับขัน เขาก็ตัดสินใจเอ่ยชื่อบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโรงงานนี้ออกมา
"พวกแกหยุดเลยนะ! นี่เป็นเสื้อผ้าของสหายเฮ่อหย่วน คู่หมั้นของรองหัวหน้าเฉิน! รองหัวหน้าเฉินสั่งฉันไว้เองว่าให้ดูแลให้ดี ถ้าใครหน้าไหนทำมันพัง เธอจะมาคิดบัญชีกับคนนั้นด้วยตัวเอง!"
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด ในโรงงานเครื่องจักรแห่งนี้ ไม่มีใครไม่รู้กิตติศัพท์ความเด็ดขาดและน่ากลัวของเฉินชิง ถ้าเธอโกรธขึ้นมาจริงๆ พวกเขาคงไม่ตายดีแน่
ทุกคนที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชาก ต่างพากันหดมือกลับทันที
ว่านอันหล่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 'เฮ้อ... รอดไปที' เขาคิดในใจว่าเดี๋ยวพองานดูตัวเสร็จ เขาจะเอาเสื้อผ้าสองชุดนี้ไปซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด แล้วค่อยขุดออกมาใส่อีกทีตอนที่เขาได้แต่งงานจริงๆ
เขากลับไปที่เตียงสองชั้นของตัวเอง รูดม่านปิดให้มิดชิด แล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ออกมา เขาเปิดไปหน้าสุดท้าย แล้วค่อยๆ บรรจงเขียนเพิ่มตัวเลข '1 หยวน' ลงไปในบัญชี 'กองทุนสินสอดพี่สะใภ้'
เขาต้องขอบคุณพี่สะใภ้เฉินชิงจริงๆ ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในยามวิกฤตแบบนี้อีกแล้ว... นับครั้งไม่ถ้วน
[จบบท]