บทที่ 368: ภารกิจลับบนหลังคา
เฮ่อหย่วนเหลือบมองภรรยาที่ทำหน้างอแงอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยหยอก "คุณเพิ่งหย่อนเบ็ดลงไปไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ"
คำพูดนั้นทำให้เฉินชิงถึงกับหน้าม้าน เธอกำลังรู้สึกว่าการมานั่งตากแดดจ้าๆ แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการทรมานตัวเองชัดๆ
ฟากเฮ่ออวี้เสียงที่ขยับไปยืนปักหลักอยู่ไม่ไกลจากคุณอา ก็กำลังบรรจงเกี่ยวเหยื่อก้อนเล็กสีน้ำตาลเข้มเข้ากับปลายตะขออย่างชำนาญ
มือเล็กสะบัดข้อมือเพียงแผ่วเบา สายเบ็ดก็วาดโค้งในอากาศก่อนจะจมลงในผืนน้ำที่กำลังหมุนวนเป็นวงเล็กๆ เกิดเสียง 'จ๋อม' เบาๆ
"แล้ว...แล้วหนูต้องทำอะไรล่ะคะ" เสี่ยวอวี้ถามอย่างงงๆ เพราะคราวก่อนที่มาตกปลา เธอก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรด้วยเลยแม้แต่น้อย
เฮ่ออวี้เสียงหันมามองน้องสาว "น้องก็นั่งไม่ติดที่อยู่แล้วนี่นา อยากเล่นอะไรก็เล่นตามสบายเถอะ"
ถึงพี่ชายจะว่าอย่างนั้น แต่เสี่ยวอวี้ก็ยังอยากทำตามกระแส ขยับไปคว้าคันเบ็ดมาถือไว้บ้าง แต่ก็ยังต้องให้พี่ชายช่วยเกี่ยวเหยื่อให้อยู่ดี เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อม เธอก็เริ่มกระซิบกับสายน้ำ
"ปลาจ๋า ปลาจ๋า รีบๆ ขึ้นมาเล่นกับหนูหน่อยได้ไหมจ๊ะ"
ไม่ทันขาดคำ เด็กหญิงก็ร้องเสียงหลง "โอ๊ย! พี่คะ! คันเบ็ดหนู! มันขยับค่ะ! คันเบ็ดของหนูมันขยับ!"
เสี่ยวอวี้ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เฮ่ออวี้เสียงต้องรีบวิ่งเข้าไปช่วย เช่นเดียวกับเฮ่อหย่วนที่ลุกตามมาสมทบอย่างรวดเร็ว
เฉินชิงรีบแจ้นเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ พอเห็นปลาคาร์ปตัวเขื่องขนาดน่าจะเกือบ 2 จิน ดิ้นสะบัดอยู่ในถัง เธอก็ถึงกับอ้าปากค้าง
"เสี่ยวอวี้! ทำไมหนูตกปลาได้เร็วจี๋ขนาดนี้ล่ะ" นี่มันยังไม่ถึง 1 นาทีเลยด้วยซ้ำ! ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย หรือว่าปลาพวกนี้มันแกล้งเลือกปฏิบัติกับผู้ใหญ่กันนะ!
"หนูไม่รู้ค่ะ! ปลาของหนู! นี่ปลาของหนูค่ะ!" เจ้าตัวเล็กเจ้าของผลงานตะโกนอย่างลิงโลด
เถียนเมิ่งหย่ากับหลินฉงผิงที่เดินเข้ามาร่วมวงต่างก็มองปลาตัวนั้นด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน
ณ จุดนั้นเองที่เสี่ยวอวี้ค้นพบความสุขของการตกปลาเข้าอย่างจัง คราวนี้เด็กหญิงยอมนั่งนิ่งๆ จ้องทุ่นบนผิวน้ำอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่พอนั่งรอไปสักพักใหญ่ๆ ก็ยังไม่มีวี่แวว เธอจึงเริ่มพนมมืออ้อนวอนอีกครั้ง
"ปลาจ๋า ปลาจ๋า ชวนเพื่อนใหม่มาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าปลาคาร์ปน้อยหน่อยสิจ๊ะ"
"พี่จ๋า! พี่จ๋า! มาเร็วเข้า หนูตกได้อีกแล้ว!"
เฮ่ออวี้เสียงถึงกับยืนงง นี่น้องสาวเขากำลังร่ายมนตร์เรียกปลาอยู่หรือเปล่า
"นี่ชาติที่แล้วน้องเกิดเป็นปลาหรือไงฮึ"
"หนูไม่รู้ค่ะ!" เด็กหญิงตอบอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปมา ก่อนจะตีลังกาม้วนหน้าฉลองความสำเร็จไปหนึ่งรอบถ้วน
หลังจากนั้น เสี่ยวอวี้ก็ทำสถิติเพิ่มได้อีก 2 ตัว เฮ่อหย่วนได้ 1 ตัว ส่วนคนที่เหลือยังคงนั่งตบยุงกันต่อไป ไม่นานนักเฮ่ออวี้เสียงก็ตามมาติดๆ ปิดท้ายด้วยเถียนเมิ่งหย่าและหลินฉงผิงที่ได้ปลาขึ้นมาเชยชมกับเขาบ้าง
เฉินชิงเหลือบมองปลา 3 ตัวในถังของเฮ่อหย่วนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ตกปลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ แต่กลับได้ปลาเยอะขนาดนี้ได้ยังไงกัน เพื่อนของเธอที่ชอบตกปลาเป็นชีวิตจิตใจบางทีใช้เวลาครึ่งค่อนวันยังได้ปลาแค่ตัวเดียว นี่ปลาแถวนี้มันหิวง่ายหรือเธอมันมือบอดกันแน่ ช่างน่าอับอายจริงๆ
เช้าทั้งเช้าผ่านไป เฉินชิงยังคงไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว เธอจึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ขอจับคันเบ็ดอีกต่อไปตลอดชีวิต
"ฉันกับเรื่องตกปลา เราคงไม่มีวาสนาต่อกันจริงๆ นั่นแหละ"
"ฮ่าๆๆ! ฉันตกได้ 1 ตัวนะ" เถียนเมิ่งหย่าหัวเราะร่า
"หนูตกได้ตั้ง 6 ตัวแน่ะ!" เสี่ยวอวี้รีบข่มทันที
เฉินชิงทำได้เพียงแค่ล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วปลอบใจตัวเองว่า ไม่ได้ปลาก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องลำบากหิ้วถังน้ำหนักๆ กลับบ้าน
ขบวนนักตกปลากำลังเดินมุ่งหน้ากลับลานบ้าน แต่เฮ่ออวี้เสียงกลับจงใจเดินทอดน่องรั้งท้ายขบวน เพราะสายตาเขาดันเหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาของใครบางคน... หยางอี้เหอนั่นเอง
เด็กหญิงกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ปีนป่ายขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง
พอขึ้นไปหมอบอยู่บนหลังคาได้สำเร็จ หยางอี้เหอก็รีบสอดส่ายสายตาสำรวจรอบทิศ เมื่อเห็นเฮ่ออวี้เสียง เธอก็รีบยกมือที่สวมถุงมือทำงานขึ้นทำท่า 'จุ๊ๆ' ห้ามส่งเสียงดังทันที
เฮ่ออวี้เสียงจดจำตำแหน่งของบ้านหลังนั้นไว้เงียบๆ พอกลับถึงบ้าน เขาก็รีบหาเรื่องออกมา "น้าครับ อากาศร้อนจัง ผมอาสาไปซื้อไอศกรีมแท่งมาให้ทุกคนเองครับ"
"อย่าไปเลยดีกว่า น้าไม่แน่ใจว่าแถวนี้มันปลอดภัยแค่ไหน" เฉินชิงปรามด้วยความเป็นห่วง ถึงโรงงานเครื่องจักรจะมีแผนกรักษาความปลอดภัยคอยเดินตรวจตราในเขตบ้านพัก
แถมยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตคอยสอดส่องคนแปลกหน้าเพื่อป้องกันพวกลักเด็ก แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ถิ่นของพวกเขา หากหลานชายหายตัวไปจะทำอย่างไร
"เดี๋ยวผมเดินไปด้วยเอง ถือโอกาสแวะไปซื้อกับข้าวที่ร้านอาหารของรัฐมาเพิ่มด้วยเลย" เฮ่อหย่วนเสนอตัว
"อืม งั้นก็ได้" เฉินชิงจึงยอมควักเงินส่งให้
เฮ่ออวี้เสียงมีท่าทีลังเลเล็กน้อย พอพ้นประตูบ้านมาได้ เขาก็รีบสะกิดอา “อาไปซื้อของก่อนเลยครับ พอดีผมเห็นเพื่อนนักเรียนคนหนึ่ง เดี๋ยวผมแวะไปทักทายเขาสักครู่"
"คนที่อยู่บนหลังคาน่ะเหรอ"
เด็กชายถึงกับสะดุ้ง "อาเห็นด้วยเหรอครับ"
"อากับน้าแบ่งหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว น้าคอยดูเสี่ยวอวี้ ส่วนอาคอยดูเธอ" เฮ่อหย่วนพยักพเยิดหน้า
"ไปเถอะ เราไปดูกันหน่อยว่ามีเรื่องอะไร"
แม้จะขมวดคิ้ว แต่เฮ่ออวี้เสียงก็ยอมเดินตามอาไปแต่โดยดี
เฮ่อหย่วนพาหลานชายเดินอ้อมไปทางหลังบ้านหลังเป้าหมาย หยางอี้เหอที่เห็นพวกเขาก็รีบทำปากขมุบขมิบพร้อมกับส่งสัญญาณให้เงียบเสียง
เฮ่ออวี้เสียงนึกในใจ อากาศก็ร้อนเปรี้ยงๆ ยังอุตส่าห์ไปนอนแนบอยู่บนหลังคา ไม่กลัวโดนย่างจนสุกหรือยังไงนะ
เฮ่อหย่วนพาเด็กชายขยับเข้าไปชิดข้างหน้าต่าง เขาเอียงหูฟังเสียงในบ้านแว่วๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหูหลานชายไว้ทั้งสองข้าง
เฮ่ออวี้เสียงหน้าเหวอ "???" อาทำอะไรน่ะ
เขาพยายามดึงมือใหญ่นั้นออก แต่เรี่ยวแรงกลับสู้ไม่ได้แม้แต่น้อย
จังหวะนั้นเอง หยางอี้เหอก็ปีนลงจากหลังคามา กวักมือเรียกพวกเขาทั้งสองคน
เฮ่อหย่วนครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจจูงมือเฮ่ออวี้เสียงเดินตามไป
เฮ่ออวี้เสียงยังคงงุนงงไม่หาย
หยางอี้เหอพาพวกเขาเดินห่างออกมาไกลราว 100 เมตร จึงเริ่มอธิบาย "มีผู้หญิงคนหนึ่งน่ะค่ะ เขาชอบคุณพ่อของหนู แล้วก็เรียกให้คุณพ่อมาหาที่นี่ แม่เลี้ยงหนูสังเกตเห็นว่าคุณพ่อท่าทางไม่ค่อยดีเลยอยากจะตามมาดู”
“แต่ว่าวันนี้แม่เลี้ยงต้องไปทำงาน เขาก็เลยสั่งให้หนูตามคุณพ่อมาแทน" เด็กหญิงเล่าที่มาที่ไปทั้งหมด
เฮ่ออวี้เสียงนึกถึงตอนที่อาเอามืออุดหูเขาเมื่อครู่ จึงลองถามดู
"หมายความว่า... พ่อเธอกำลังมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอยู่เหรอ"
หยางอี้เหอพยักหน้า "ใช่แล้ว"
"เอ่อ... งั้น..." เฮ่ออวี้เสียงไปต่อไม่เป็น เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าหยางอี้เหอดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับเรื่องนี้เลย
"แล้วผู้หญิงที่อยู่ข้างในคือใคร" เฮ่อหย่วนเป็นฝ่ายถามขึ้น
"สือหลิงหยาง ว่าที่ผู้จัดการโรงงานเครื่องจักรคนถัดไปน่ะสิคะ"
เฮ่อหย่วนพยักหน้ารับรู้ เขาก็พอได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาบ้างเหมือนกัน
ว่ากันว่าผู้จัดการเสิ่นนั้นอยากย้ายเข้าไปทำงานในกรมการค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญ และเขาก็ทำสำเร็จ ได้เลื่อนตำแหน่งไปอย่างรวดเร็ว ผู้จัดการเสิ่นเคยเปรยไว้ว่าสือหลิงหยางคือคนที่จะมารับตำแหน่งต่อจากเขา
ซึ่งนี่ไม่นับเป็นการลดตำแหน่งหรือเลื่อนตำแหน่งอะไร มันเหมือนกับการส่งเธอมาเก็บประสบการณ์ที่โรงงานเครื่องจักรเพื่อใช้เป็นบันไดไต่เต้าต่อไปมากกว่า
แน่นอนว่าเธอต้องพยายามสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมเพื่ออนาคตที่ราบรื่นของตัวเอง
และตอนนี้... สือหลิงหยางกับหยางซิวจิ่นก็ดันมาจับคู่กัน หยางซิวจิ่นนั้นเป็นคนของเลขาธิการพรรคหยาง แถมคนพวกนี้ต่างก็ไม่ชอบหน้าเฉินชิงกันทั้งนั้น...
"เอาล่ะ อาจะพาพวกเธอสองคนไปซื้อของก่อน ซื้อเสร็จแล้วเราค่อยไปหาอะไรกินกัน ไปเถอะ" เฮ่อหย่วนตัดสินใจตัดบท
เด็กทั้งสองคนจึงเดินตามเขาไป
เฮ่อหย่วนรีบจัดการซื้ออาหารกลับมาที่บ้าน แล้วฝากฝังหลินฉงผิง "รบกวนคุณช่วยดูแลเด็กๆ 3 คนนี้หน่อยนะครับ พอดีผมเจอคนรู้จักเข้า จะขอตัวออกไปทักทายเขาสักครู่"
"อ้อ ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา ผมจะเก็บอาหารไว้ให้" หลินฉงผิงรับคำอย่างแข็งขัน เพราะการดูแลเด็ก 3 คนนี้ถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว
เฉินชิงเดินตามเฮ่อหย่วนออกมาจากบ้านอย่างงงๆ "คุณจะไปไหน"
"ไปแอบฟัง" เฮ่อหย่วนเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เธอฟัง
"หา! สือหลิงหยางเนี่ยนะจะเป็นผู้จัดการโรงงาน?!" เฉินชิงอุทานเสียงหลง
"อืม"
"ตกลงนี่มันเป็นการเลื่อนตำแหน่ง หรือว่าโดนลดตำแหน่งกันแน่"
"เขาให้มาช่วยงานน่ะ เหตุผลหลักๆ ก็เพราะรองผู้จัดการโรงงานเถียนความสามารถไม่ถึงเกณฑ์ ส่วนผู้จัดการคนใหม่เขามีประสบการณ์ด้านการบริหารโรงงานเครื่องจักรมาก่อน ก็เลยถูกส่งตัวมา" เฮ่อหย่วนอธิบาย
"ฉัน... ฉันแย่แน่ๆ เลย" เฉินชิงหน้าซีด
แค่ลำพังคนนั้นคนเดียวก็จ้องจับผิดเธอไม่เลิกราอยู่แล้ว นี่ยังลากหยางซิวจิ่นเข้ามาพัวพันด้วยอีก
โอ๊ย... จบสิ้นกัน
นี่เธอเล่นไปมีเรื่องกับทั้งเลขาธิการพรรคและผู้จัดการโรงงานเลยเหรอเนี่ย
รอวันตายสถานเดียว
เฉินชิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาทับ
"มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ" เฮ่อหย่วนกล่าว
"เลขาธิการพรรคหยางกับผู้จัดการคนใหม่น่ะ เขาไม่ถูกกัน"
เฉินชิงไม่อยากจะเชื่อ "จะเป็นไปได้ยังไงกัน ก็ในเมื่อเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหยางซิวจิ่นอยู่"
เฮ่อหย่วนลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะกระซิบ "ตามข้อมูลที่ผมได้มาจากผู้จัดการเสิ่น... ผู้จัดการคนใหม่คนนี้ เคยเป็นคู่รักเก่าของเลขาธิการพรรคหยางมาก่อน แล้วดูเหมือนว่าตอนที่เลิกกัน... คงจบไม่สวยเท่าไหร่"
"ตายจริง!" เฉินชิงตาโต
ข่าวนี้นี่มัน... เด็ดสะระตี่จริงๆ!
[จบบท]