บทที่ 371: นักตกปลาเสี่ยวอวี้
"คุณครูหลินครับ คุณอาทหารมู่กับน้าเสี่ยวเถียนน่ะ เขาเป็นเพื่อนเล่นชิงเหมยจู๋หม่ากัน"
สิ้นเสียงเจื้อยแจ้วของเฮ่ออวี้เสียง อากาศรอบตัวก็พลันเงียบกริบราวกับไม่มีอากาศหายใจ
หลินฉงผิงที่กำลังวางมือแปะอยู่บนไหล่ของชายหนุ่มในชุดทหารถึงกับสะดุ้ง เขามองมือตัวเองสลับกับมองหน้าเถียนเมิ่งหย่าผู้เป็นภรรยา
อยากจะยกมือนั้นมาตบหน้าตัวเองแรงๆ สักทีให้หายเขินอาย เขามาทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้กันนี่
ฝ่ายมู่เจี้ยนกั๋วเองก็หน้าเจื่อนไปไม่น้อย ชายหนุ่มมองตรงไปยังเถียนเมิ่งหย่าที่กำลังอุ้มท้องด้วยแววตาลึกซึ้ง
ก่อนจะหันมาตบบ่าหลินฉงผิงเบาๆ แล้วฝากฝัง "เสี่ยวหย่าเป็นคนดีมาก คุณช่วยดูแลเธอให้ดีๆ ด้วยนะ"
หลินฉงผิงทำหน้าไม่ถูก เขาไม่อยากจะตอบโต้ผู้ชายคนนี้เลยสักนิด เถียนเมิ่งหย่าเป็นภรรยาของเขา ถ้าเขาไม่ดูแลเธอให้ดี แล้วจะให้ใครมาดูแลเล่า
มู่เจี้ยนกั๋วเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป ก็หันไปทางเฉินชิงที่ยืนกลั้นขำจนตัวสั่นอยู่ข้างๆ "สหายเฉิน อีกไม่นานเราคงจะได้เจอกันอีก"
"หือ" เฉินชิงยังไม่ทันได้ถามไถ่ว่าหมายความว่าอย่างไร ชายหนุ่มในชุดทหารก็รีบปลีกตัวเดินลิ่วๆ ออกไปจากบริเวณนั้นทันที
เฉินชิงอยากจะสะกิดถามเถียนเมิ่งหย่าใจจะขาดว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนสหายเสี่ยวเถียนเองก็กำลังเจอมรสุมลูกย่อมๆ
เถียนเมิ่งหย่ารีบเดินเข้าไปหาหลินฉงผิง "คุณ ฉันกับเขาเราไม่ได้คบกันนะ ฉันลืมเขาไปนานแล้ว"
แต่ดูเหมือนหลินฉงผิงจะโกรธจริงจังเสียแล้ว “คุณก็เห็นอยู่ว่าผมพยายามเอาอกเอาใจเขา! คุณเป็นแบบนี้ทุกทีเลย พอมีเรื่องอะไรก็เอาผมไปเป็นโล่กำบัง”
“พอเรื่องมันแย่ลงผมก็กลายเป็นคนผิดอยู่เรื่อย!”
"ฉันไปผลักคุณออกไปตอนไหนกัน..." เถียนเมิ่งหย่าเสียงอ่อย
"ยังจะบอกว่าไม่มีอีกเหรอ ตอนอยู่ที่บ้านคุณ พ่อแม่คุณมีปัญหาทีไร คุณก็บอกให้ผมไปจัดการทุกที พอผมทำคุณก็ไม่พอใจ ครั้นผมไม่ทำคุณก็ไม่พอใจอยู่ดี”
“แล้วผู้ชายคนเมื่อกี้อีก คุณจะห้ามไม่ให้เขาเข้ามาก็ได้ไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องปล่อยให้เขาเข้ามาด้วย!"
ความอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมไว้ถูกระบายออกมาจนหมดสิ้น หลินฉงผิงสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากจะเสวนาด้วยอีก เถียนเมิ่งหย่าถึงกับไปไม่เป็น ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก "ฉัน..."
บรรยากาศในลานบ้านช่างน่าอึดอัดเสียจริง แต่คนที่ทำระเบิดลงอย่างเฮ่ออวี้เสียงกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด "น้าเสี่ยวเถียน คุณครูหลินเขาอยากให้น้าง้อเขานะครับ"
เฉินชิงค้อนให้หลานชายตัวแสบไปหนึ่งวง เจ้าเด็กคนนี้นี่ เรียก 'น้าเสี่ยวเถียน' เสียหวานหยด แต่พอเรียก 'น้า' นี่เหมือนโดนบังคับมาอย่างนั้นแหละ เฮอะ เลี้ยงมาจนโตเปลืองข้าวสุกเสียจริง
ส่วนคู่สามีภรรยาที่กำลังงอนกันอยู่ พอถูกเด็กแซวเข้าหน่อยก็พากันหน้าแดงก่ำ
หลินฉงผิงหันมาดุเฮ่ออวี้เสียงแก้เก้อ "หัวหน้าห้อง อย่าพูดอะไรเหลวไหลนะ"
เฮ่ออวี้เสียงก็แค่สงสารคุณครูของตัวเอง ไม่อยากให้เขาต้องมานั่งน้อยใจภรรยา พอเห็นอีกฝ่ายเขินจนหน้าแดง เขาก็เลยไม่แกล้งต่อ
เสี่ยวอวี้ที่ยืนดูอยู่นานหัวเราะคิกคัก "เดี๋ยวหนูจะเอาไปฟ้องเพื่อนๆ ที่ห้องว่าคุณครูหลินขี้อาย"
"ห้ามพูดมั่วซั่วนะ" หลินฉงผิงชี้หน้าคาดโทษ แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้นแล้นให้เขาอย่างไม่เกรงกลัว จนคนเป็นครูจนปัญญา ได้แต่ย่อตัวลงไปขยี้แก้มยุ้ยๆ นั่นเบาๆ
พออารมณ์เย็นลง หลินฉงผิงก็หันไปมองภรรยา เห็นเธอยืนน้ำตาคลอเบ้าก็นึกใจอ่อน "ผมขอโทษนะ ผมไม่ควรขึ้นเสียงใส่คุณเลย"
เถียนเมิ่งหย่าสะบัดหน้าเชิด เดินตรงมาหาเฉินชิง คว้าแขนเพื่อนแล้วลากออกไปจากตรงนั้นทันที
***
สองสาวพากันมานั่งเล่นที่แท่นหินริมแม่น้ำ เถียนเมิ่งหย่าหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ออกมากัดเล่นแก้เซ็ง
"ฉันไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย ว่าเขาจะไม่พอใจฉันมากขนาดนี้"
"แหม เขาก็คงลำบากใจนั่นแหละที่ต้องอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับพ่อแม่เธอ"
เฉินชิงตบบ่าเพื่อนเบาๆ "เอาเป็นว่า ถ้าเขาอยู่ที่บ้านเธอ เธอก็ต้องฟังเขาให้มากๆ แต่ถ้าเธอไปอยู่บ้านเขา เธอก็ให้เขาฟังเธอบ้างก็แล้วกัน"
เถียนเมิ่งหย่าเม้มปาก "ที่เธอพูดก็อาจจะถูกนะ"
เธอถอนหายใจก่อนจะถามต่อ "ว่าแต่... ทำไมเธอกับเฮ่อหย่วนถึงไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกกวนใจเรื่องความรักเลยล่ะ" ไม่เห็นเฉินชิงเคยเอาเฮ่อหย่วนมาบ่นให้ฟังบ้างเลย
"มีสิ ใครว่าไม่มี" เฉินชิงหัวเราะ
"เพียงแต่ชีวิตคู่ของเราถ้าเทียบกับเรื่องงานที่มันดูหวือหวาแล้ว มันก็มีแต่เรื่องไฉหมี่โหยวเหยียนน่าเบื่อๆ น่ะสิ มันเลยดูจืดชืด ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น มีแต่เรื่องหยุมหยิมในบ้านไปวันๆ"
เฉินชิงคิดว่าคงเป็นเพราะจุดเริ่มต้นของพวกเขามันต่างจากคู่รักทั่วไป ที่เพิ่งเริ่มคบกันก็ต้องรับบทพ่อแม่จำเป็นเลี้ยงเด็กอีกสองคน
ความคิดโรแมนติกแบบเฟิงฮวาเสวี่ยเยว่อะไรนั่นเลยมลายหายไปหมด กลายเป็นคู่ผัวเมียเก่าแก่กันไปโดยปริยาย
เฉินชิงดึงสติเพื่อนกลับมา "เธอกับครูหลินต้องคุยกันดีๆ นะ เขาเป็นลูกชายหัวหน้าหลิน ความคิดความอ่านอย่างน้อยก็น่าจะเปิดกว้าง ไม่ยึดติดอะไรตายตัว"
"คนที่ยึดติดน่ะมันฉันต่างหาก..." เถียนเมิ่งหย่าพึมพำ
"ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้ชอบพ่อแม่ตัวเองนักหนาหรอกนะ แต่พอเห็นพวกเขาไปทำดีกับเขามากๆ ฉันก็อดอิจฉาไม่ได้" เถียนเมิ่งหย่าเองก็ไม่เข้าใจความคิดตัวเองเหมือนกัน
"ก็เพราะเมื่อก่อนเธอไม่เคยได้ความรักจากพวกเขาน่ะสิ พอมาตอนนี้ พ่อแม่เธอก็เลยทำตัวเหมือนพ่อแม่ผัวทั่วไป ที่เห่อ 'ลูกชาย' คนใหม่มากกว่าลูกสาวแท้ๆ"
"เธอพูดถูก!" เถียนเมิ่งหย่าตบเข่าฉาดใหญ่
"จริงด้วย! ทั้งๆ ที่ฉันเป็นลูกนะ แต่พ่อกับแม่กลับไปเอาใจใส่หลินฉงผิงมากกว่าฉันเสียอีก"
เธอเกาะแขนเฉินชิงเขย่า "แล้วฉันควรทำยังไงดีล่ะทีนี้"
"เรื่องนี้เธอต้องไปถามเขาเองแล้วล่ะ พวกเธอสองคนต้องจับมือกันให้แน่น ต้องเป็นทีมเดียวกัน อย่าให้ภายในมีปัญหากันเองได้ ไม่อย่างนั้นจะไปแบ่งแยกศัตรู หรือยึดอำนาจในบ้านคืนมาได้ยังไง"
"เฉินชิง เธอนี่ฉลาดจริงๆ เลย ฉันอยากให้ลูกในท้องฉันได้ความฉลาดของเธอมาสักครึ่งก็ยังดี" เถียนเมิ่งหย่าซบหัวลงบนไหล่เพื่อนอย่างออดอ้อน
เฉินชิงปล่อยให้เพื่อนซบไปเงียบๆ ลมเย็นยามค่ำที่ริมแม่น้ำพัดมาปะทะใบหน้าเบาๆ ช่างเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายเสียจริง
"แต่ช่วงนี้ฉันคงต้องสงบปากสงบคำ ไม่ไปยุ่งกับพ่อสักพัก" เถียนเมิ่งหย่าเปรยขึ้นมาลอยๆ
"ทำไมล่ะ"
"ฉันมีความลับสุดยอดจะเล่าให้ฟัง... พ่อฉันน่ะ ชวดตำแหน่งผู้จัดการโรงงานไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขากำลังคลั่งเลย ถ้าฉันยังกล้าไปกวนประสาทเขาอีก มีหวังโดนพ่อแท้ๆ ฆ่าทิ้งแน่" เถียนเมิ่งหย่ารู้สึกว่าพ่อของเธอกำลังเสียสติไปแล้วกับการแข่งขันครั้งนี้
เฉินชิงถึงกับกุมขมับ "เหรอ... แล้วเธอรู้ไหมว่าใครได้ตำแหน่งไป"
"รู้มานิดหน่อย" เถียนเมิ่งหย่ากระซิบกระซาบ
"พ่อฉันน่ะ พอรู้ว่าแพ้ก็โกรธจัด ทุ่มเงินไปจ้างคนสืบประวัติผู้จัดการคนใหม่เลยนะ เธอทายสิว่าเจออะไรเด็ดๆ"
"เจออะไรเหรอ" เฉินชิงรีบสวมบทเป็นเผิ่งเกิน คอยส่งมุกให้เพื่อนทันที
เถียนเมิ่งหย่าพอใจมากที่เพื่อนเล่นด้วย "ผู้หญิงคนนั้นน่ะ เคยเป็นเมียน้อยของเลขาธิการหยางมาก่อน! พอได้ดิบได้ดีก็อาศัยเลขาธิการหยางเป็นสะพาน ไต่เต้าไปหาผู้ชายคนใหม่ที่ตำแหน่งใหญ่กว่าเดิมอีกที"
"แล้วสำเร็จไหม"
"สำเร็จสิ ผู้หญิงคนนี้เขาเป็นคนเด็ดขาด อยากได้อะไรก็ต้องได้" เถียนเมิ่งหย่าถอนหายใจอย่างซับซ้อนใจ
"เธอลองคิดดูสิ อายุแค่สี่สิบกว่าๆ แต่ได้เป็นถึงผู้จัดการโรงงานเครื่องจักรที่มีคนเป็นหมื่นๆ ไม่เก่งจริงทำไม่ได้นะ"
"นั่นสินะ" เฉินชิงก็นึกถึงสือหลิงหยางขึ้นมาเหมือนกัน ตอนสาวๆ ก็คบคนแก่คราวพ่ออย่างเลขาธิการหยาง พอตอนนี้ก็หันมาคบเด็กหนุ่มที่อ่อนกว่าเป็นสิบปี ช่างรู้จักใช้ชีวิตเสียจริง
สองสาวนั่งปรับทุกข์กันอยู่ริมแม่น้ำพักใหญ่ ก็ได้เวลากลับไปสมทบกับครอบครัวที่กำลังปิ้งบาร์บีคิวกันอย่างสนุกสนาน พริกป่นสูตรเด็ดของเฮ่อหย่วนได้รับคำชมไปตามระเบียบ
***
ทริปพักผ่อนริมแม่น้ำสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเป็นสองวันที่เสี่ยวอวี้ได้แสดงศักยภาพนักตกปลาอย่างเต็มเปี่ยม วันแรกเธอตกได้ 6 ตัว แต่พอวันที่สองเท่านั้นแหละ เธอฟาดไปเรียบถึง 10 ตัว!
เสี่ยวอวี้ถึงกับประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนในครอบครัว "โตขึ้นหนูจะเป็นเตี้ยวอวี๋เหลา!"
คิดดูสิ แค่ปลาตัวละ 5 เหมา วันเดียวเธอก็หาเงินได้ตั้ง 5 หยวนแล้วนะ! เธอเนี่ย หาเงินเก่งจริงๆ
คนที่นั่งหน้าเปรี้ยวอยู่ข้างๆ ก็คือเฮ่ออวี้เสียง เขารู้สึกอิจฉาน้องสาวจนท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด
ระหว่างทางกลับบ้านเขาก็เอาแต่คิดไม่ตกว่า ทำไมนะ ทั้งๆ ที่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ เขาอุตส่าห์เคี่ยวเข็ญตัวเองหาเงินแทบตาย แต่ทำไมไม่เคยสู้โชคที่หล่นทับน้องสาวแบบไม่ทันตั้งตัวได้เลย
หรือว่าคุณตาคุณยายกับพ่อแม่แอบลำเอียง อวยพรให้แต่น้องสาว แต่ลืมอวยพรให้เขา
เสี่ยวอวี้เองก็รู้สึกว่าดวงเธอกำลังขึ้นสุดๆ พอกลับถึงบ้านปุ๊บ เธอก็รีบจัดแจงเอาปลาไปแบ่งให้ลุงใหญ่ 1 ตัว
แล้วก็เอาไปให้ป้าจางอีก 1 ตัว ส่วนปลาที่เหลือก็เอาไปแลกไข่ไก่ได้มาตั้งหนึ่งแผง
พอเฉินชิงมานั่งคำนวณบัญชีดูดีๆ ก็เท่ากับว่า ทริปนี้พวกเขาได้มาเที่ยวฟรี แถมยังมีของติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกต่างหาก
"เสี่ยวอวี้ของน้าเก่งที่สุดเลย" เฉินชิงอุ้มหลานสาวตัวน้อยขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่
"เอิ๊กๆๆ..." เด็กหญิงหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
มีเพียงเฮ่ออวี้เสียงเท่านั้นที่ขมวดคิ้วเดินหน้างอเข้าห้องไป เขายืนกอดอกมองรูปถ่ายของพ่อกับแม่ที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ
ทำไมไม่แบ่งโชคด้านการเงินมาให้เขาสักนิดเลยนะ!
[จบบท]