บทที่ 372: หอประชุมใหญ่
หลังจากพักผ่อนหย่อนใจจนชุ่มปอดไปสองวันเต็มๆ พอกลับมาถึงโรงงานเครื่องจักรปุ๊บ เฉินชิงก็โดนลากเข้าที่ประชุมใหญ่ทันที
วาระสำคัญคราวนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องการแข่งขันประลองยุทธ์ในวันเจี้ยนจวินเจี๋ยที่กำลังจะมาถึง กับอีกเรื่องคือการไปเยี่ยมคารวะบรรดาสหายอาวุโส
เลขาธิการพรรคหยางแกเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักที่อยากจะโปรโมทเรื่องราวของวีรชนรุ่นเก่าให้ดังกระฉ่อน ดูเหมือนในห้องประชุมก็ไม่มีใครอยากขวางอะไร เฉินชิงเลยชิงพูดขึ้นก่อน
"เมื่อกี้นี้เลขาธิการพรรคหยางเล่าว่าพอได้อ่านเรื่องราวของสหายอาวุโสก็ซึ้งจนน้ำตาไหลเลยใช่ไหมคะ ฉันว่าถ้าเราเอาบทความที่คุณอ่านนั่นแหละ มาเป็นจุดขายในการประชาสัมพันธ์ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีมากๆ เลยนะคะ"
จังหวะนี้เฉินชิงไม่กลัวใครหน้าไหน เพราะเพิ่งยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคไปหมาดๆ เรียกว่ามีเกราะกำบังชั้นดีที่จะงัดข้อกับพวกคณะกรรมการปฏิวัติได้สบาย
ด้วยพื้นเพที่ใสสะอาดรากตรงหน่อแดง ถ้าอีกฝ่ายกล้ามาจับ เที่ยวนี้อุดมการณ์ของพวกนั้นแหละที่จะพังไม่เป็นท่า แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้จะแน่แค่ไหน พอไปยืนต่อหน้า 'สีแดง' ตัวพ่อ เธอก็ยังเป็นแค่ลูกเจี๊ยบอยู่ดี
เลขาธิการพรรคหยางขมวดคิ้วนิดๆ "นี่มันเป็นเรื่องของคณะกรรมการโรงงานพวกคุณนะ..."
"แหม ได้ยินมาว่าท่านเลขาธิการพรรคหยางกำลังปั้นเด็กใหม่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ ถ้าอย่างนั้น สู้ให้ว่าที่เลขาธิการพรรคคนใหม่ของคุณมาลองงานนี้เลยสิ พวกเราจะได้เห็นฝีมือเขาสักหน่อย"
บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มมาคุขึ้นมาทันที เฉินชิงกอดอกนิ่ง ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ในเมื่อเธอไม่อยากทำ ใครจะมาบังคับก็ไม่มีทาง
เลขาธิการพรรคหยางฉีกยิ้ม "รองหัวหน้าเฉินนี่ช่างคิดไกลจริงๆ รู้จักเผื่อแผ่ให้คนรุ่นหลังด้วย โตขึ้นเยอะเลยนะเรา"
เฉินชิงหัวเราะหึๆ "เรื่องปั้นเด็กใหม่น่ะ ฉันทนัดมานานแล้วค่ะ"
ผู้จัดการเสิ่นที่นั่งอยู่ต้องรีบก้มหน้าแอบขำแทบไม่ทัน เด็กคนนี้มันร้าย ชอบเหน็บแนมคนอื่นเป็นที่หนึ่ง
เรื่องการประชาสัมพันธ์เลยต้องพักเบรกไปก่อน แต่ไม่ทันไร เฉินชิงก็ได้รับจดหมายเตือนส่งตรงมาถึงโต๊ะ โทษฐานที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเผยแพร่เรื่องราวของสหายอาวุโส นี่มันคือการใช้อำนาจกดขี่กันชัดๆ
หัวหน้าหลิวหน้าซีดเดินเข้ามาหา "เธอจะเอาไงต่อดีล่ะทีนี้"
เฉินชิงปัดจดหมายนั่นทิ้งอย่างไม่ไยดี ไฟในใจกำลังลุกโชน เธอเดินลิ่วๆ ไปที่ฝ่ายบุคคล สั่งพนักงานสั้นๆ "ตามฉันมา"
พนักงาน 5 ชีวิตในแผนกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก งงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่ารองหัวหน้าคนสวยจะเล่นไม้อะไรอีก
เฉินชิงพาทีมงานบุกไปถึงหน่วยงานราชการ ตบจดหมายเตือนลงบนโต๊ะเจ้าหน้าที่ แล้วยื่นคำร้องขอสำรวจรายชื่อกองทัพแดงทั้งหมดในมณฑล!
อยากบีบให้เธอทำนักใช่ไหม ได้! เธอจะจัดให้ยิ่งใหญ่สมใจไปเลย จะป่าวประกาศให้คนทั้งแผ่นดินรู้ไปเลยว่าบรรพบุรุษเขาเสียสละอะไรมาบ้าง! พวกเขาคือวีรบุรุษที่ทำให้ทุกคนมีวันนี้ ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมืองของใคร!
พวกที่จ้องจับผิดเฉินชิงอยู่ พอเห็นเธอเคลื่อนไหวปุ๊บก็รู้เลยว่างานเข้าแล้ว และก็ตามคาด พอรู้ว่าเฉินชิงเล่นใหญ่ถึงขั้นโทรไปเชิญสหายอาวุโสทั่วทั้งมณฑลให้มางานประชาสัมพันธ์ที่โรงงาน เลขาธิการพรรคหยางถึงกับเอามือก่ายหน้าผาก
ยัยเด็กนี่... ทำไมมันถึงได้หาเรื่องเก่งชะมัด! แค่ประชาสัมพันธ์วีรชนสักสิบคนตามพิธีก็จบแล้วไหม จำเป็นต้องลากมาทั้งมณฑลเลยเหรอ แถมยังใจป้ำประกาศว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอีก!
เลขาธิการพรรคหยางหัวเสียสุดๆ พอแผนกการเงินรู้เรื่องเข้า ก็รีบแจ้นไปโวยวายกับเลขาธิการพรรคหยางทันที "เรื่องโปรโมทวีรกรรมน่ะมันก็ดีครับ แต่ใช้งบมหาศาลขนาดนี้มันไม่ไหวนะครับ"
เลขาธิการพรรคหยางรีบปัดสวะ "อ้าว ฉันก็แค่เปรยๆ ในที่ประชุมเฉยๆ นี่ รายละเอียดลึกๆ พวกคุณต้องไปคุยกับเฉินชิงเองสิ"
จินต้าจู้ หัวหน้าแผนกการเงิน รู้ดีว่าต้องไปคุยกับเฉินชิง แต่ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนไปหาเรื่องบีบเธอแต่แรก เรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้ไหมล่ะ!
"ท่านเลขาธิการพรรคหยางครับ! รองหัวหน้าเฉินเป็นคนทำงานจริงจัง เธอคือหน้าตาของโรงงานเรา ในฐานะที่ท่านเป็นเลขาธิการพรรค ท่านควรจะสนับสนุนเธอ ไม่ใช่พอสู้เธอไม่ได้ ก็เลยใช้วิธีสกปรกมาเล่นงานเด็กสาวอายุ 20"
พูดจบแค่นั้น จินต้าจู้ก็สะบัดหน้าเดินออกมา ถือเป็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขาดสะบั้นลงอย่างเป็นทางการ
เขากลับมาที่แผนก สั่งลูกน้องคำนวณงบกันหัวหมุน เถียนเมิ่งหย่าเองก็หน้าเครียดช่วยกันคิดใหญ่ ว่าจะเจียดเงินจากกองไหนมาโปะให้เฉินชิงได้บ้าง ทั้งแผนกเตรียมรับมือเต็มที่ แต่รอแล้วรอเล่า เฉินชิงก็ไม่ย่างกรายมาขอเงินสักหยวน
จนกระทั่งใกล้ถึงวันงาน จินต้าจู้ทนไม่ไหวต้องบุกไปหาเธอเอง
เฉินชิงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขา "เงินจากคณะกรรมการปฏิวัติค่ะ คุณเอาไปจัดการตามนี้เลย"
แหม อยากให้เธอประชาสัมพันธ์นักใช่ไหม เธอก็จัดให้ 'เต็มที่' เลย พวกนั้นออกเงิน เธอออกแรง ถ้าคิดจะมาสั่งเธอฟรีๆ ล่ะก็ ฝันไปเถอะ
จินต้าจู้ถึงกับอ้าปากค้าง "รองหัวหน้าเฉิน... คุณมัน... สุดยอดเกินไปแล้ว!!!"
เฉินชิงหัวเราะ "ท่าทางคุณดูเว่อร์ไปแล้ว"
"ไม่เว่อร์เลยสักนิด!" มือที่ถือใบรายการของจินต้าจู้สั่นระริก
เฉินชิงยิ้มร่า สั่งงานต่อ "พวกผู้บริหารเราทุกคนต้องไปต้อนรับสหายอาวุโสด้วยตัวเองนะคะ คุณเตรียมตัวเลย ที่สำคัญที่สุด หาหมอสักทีมมาเตรียมพร้อมไว้ด้วย”
“หนึ่งคือดูแลความปลอดภัยของพวกท่าน สองคือถือโอกาสตรวจสุขภาพให้ท่านไปเลย อันไหนรักษาได้ก็ลุยเลยค่ะ ถ้าเงินไม่พอ เดี๋ยวฉันหามาเพิ่มเอง"
"ครับๆๆ" จินต้าจู้รับคำทั้งน้ำตาคลอ รีบแจ้นออกไปจัดการทันที
เฉินชิงนั่งลงเขียนสคริปต์งานต่ออย่างอารมณ์ดี ตอนนี้ทั่วทั้งโรงงานเครื่องจักรเต็มไปด้วยป้ายผ้าต้อนรับสหายอาวุโส แม้แต่ตามสำนักงานเขตต่างๆ ก็พร้อมใจกันขึ้นป้าย เฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก
เฮ่ออวี้ถิงที่อดเป็นดาราเด็ก คราวนี้เลยถูกเฉินชิงลากตัวมาเป็นนักร้องจำเป็น ส่วนเหมาเหมากับหยางอี้เหอก็มาร่วมแจมด้วย ขาดก็แต่เฮ่ออวี้เสียง ที่ถึงจะหล่อแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ ก็พี่แกร้องเพลงเพี้ยนจนโดนคัดออก
เฉินชิงวิ่งวุ่นเตรียมงานอย่างเร่งรีบ จริงๆ แล้ว สหายอาวุโสส่วนใหญ่ก็ยังทำงานอุทิศตนในตำแหน่งต่างๆ กันอยู่
แต่ก็มีหลายท่านที่สุขภาพไม่อำนวย ไม่อยากเป็นภาระหรือรับเงินช่วยเหลือจากองค์กร ก็เลยสมัครใจกลับไปทำไร่ทำนาที่บ้านเกิดเงียบๆ
การที่พวกท่านยอมเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ อย่างแรกเลยคือสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่โรงงานมอบให้ เฉินชิงกับทีมฝ่ายบุคคลถึงกับโทรไปเรียนเชิญด้วยตัวเองทุกคน คอยถามไถ่สุขภาพและความสมัครใจ
แถมยังส่งจดหมายอธิบายข้อควรระวังต่างๆ ไปให้เป็นพิเศษ อย่างที่สองก็คือ บรรดาสหายร่วมรบเก่าเหล่านี้ก็อยากจะถือโอกาสนี้มาเจอกันให้หายคิดถึงด้วย
8 โมงเช้าเป๊ง ถนนสายหลักของโรงงานก็กลายเป็นสีแดงฉาน พนักงานหนุ่มสาว 200 คนยืนตั้งแถวเป็นกองเกียรติยศ ในมือถือสว่านเหล็กที่ผูกผ้าไหมสีแดงเอาไว้ สะท้อนแสงแดดเป็นประกายวับวาว
ตรงประตูทางเข้า มีป้ายขนาดใหญ่ที่ใช้เศษทองแดงจากโรงงานมาเรียงเป็นตัวอักษร 7 ตัวว่า 'ด้วยใจจริงต้อนรับสหายอาวุโส' บรรดาญาติๆ ที่ติดตามมาด้วยเห็นแล้วก็อดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้
ผู้จัดการเสิ่นคว้าลำโพงขึ้นมาเปล่งเสียงกึกก้อง "สหายทั้งหลาย! เราจะต้องใช้พิธีการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความกระตือรือร้นที่เต็มเปี่ยมที่สุด และความรู้สึกที่ลึกซึ้งที่สุด เพื่อการต้อนรับในครั้งนี้!"
"เฮ!!!" เสียงตอบรับดังกระหึ่ม
ไม่ไกลออกไป รถบรรทุกยี่ห้อเจี่ยฟ่าง 3 คันที่ประดับประดาอย่างสวยงาม ค่อยๆ ขับเคลื่อนเข้ามา หัวรถมีลูกบอลปักลายสีแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่
ส่วนข้างรถก็มีป้าย 'คารวะแด่กองทัพแดง' พอรถจอดสนิท เหล่าคนงานที่รออยู่ก็โบกธงแดงกรูเข้าไปทันที ผู้จัดการเสิ่นกับเลขาธิการพรรคหยางต้องรีบเดินขึ้นไปต้อนรับด้วยตัวเอง
เฉินชิงยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ห่าง เพราะสิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ ชาวบ้านแถวนี้พอรู้ข่าวว่าวีรชนของมณฑลจะมา ก็แห่กันเอาไข่ไก่บ้าง
อาหารกระป๋องบ้าง เท่าที่จะหาได้ ใส่ตะกร้ามามอบให้ พวกเขาตั้งใจมาขอบคุณเหล่าสหายอาวุโสที่ทำให้พวกเขามีชีวิตที่สงบสุขในวันนี้
"คุณตาทวด เดินช้าๆ นะครับ!"
"เฮ้ย! พ่อหนุ่มนั่นน่ะ พยุงเป็นไหม ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวป้าลุยเอง!"
"สหายนักปฏิวัติอาวุโส! จำผมได้ไหม ตอนเด็กๆ พวกท่านยังเคยช่วยชีวิตผมไว้เลย!"
ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ เบียดเสียดกันแน่นขนัดไม่ต่างอะไรกับงานตามดาราชื่อดัง เหล่าสหายอาวุโสเองก็ตะลึงกับความร้อนแรงนี้ไม่น้อย หลายคนถึงกับน้ำตาคลอ โบกมือทักทายมวลชนไม่หยุด
เฉินชิงต้องยกคุมสถานการณ์ผ่านลำโพง คอยให้สัญญาณมือกับพนักงาน 200 คนให้จัดแถวกันคน พยุงเหล่าสหายอาวุโสเดินไปยังหอประชุมใหญ่ แม้ว่าเวทีกลางแจ้งจะจุคนได้มากกว่า แต่เธอเป็นห่วงสุขภาพของคนแก่ๆ เลยตัดสินใจใช้หอประชุมใหญ่แทน
ขบวนพนักงานของโรงงานเดินตามมาเป็นพรวน ส่วนใหญ่จะจูงลูกจูงหลานมาด้วย เรียกว่าผู้ใหญ่หนึ่งคนต่อเด็กหนึ่งคน ทำเอาความจุของหอประชุมใหญ่แทบจะทะลักเป็นสองเท่า พวกเขาอยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้มาเห็นวีรบุรุษตัวจริง จะได้โตไปเป็นกำลังสำคัญในการสร้างชาติต่อไป
[จบบท]