บทที่ 377: การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของเหมาเหมา
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง เผลอๆ จะได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักด้วยซ้ำ
เพราะทุกคนพากันกลั้นหายใจเบาๆ ส่วนเหมาเจี้ยนกั๋ว ไม่ใช่แค่หายใจเบา แต่ตัวเริ่มหนาวสั่น
“คุณนี่มันใส่ร้ายกันชัดๆ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะ!”
เฉินชิงยิ้มมุมปากนิดๆ “อ้อเหรอคะ ใช่ ฉันมันคนใส่ร้าย เรื่องทั้งหมดคุณไม่ได้ทำเลยสักนิด”
เสียงของเฉินชิงยังคงเรียบๆ แต่ฟังแล้วขนลุก “คุณมันคนเก่งกาจ ปัจจุบันนี้ตำแหน่งก็ใหญ่โตเป็นถึงผู้อำนวยการสถาบันวิจัย ส่วนทาเลียเป็นใครล่ะ ไม่มีงานมีการทำเป็นหลักแหล่งด้วยซ้ำ”
“การที่ผู้หญิงคนนั้นได้แต่งงานมาเสวยสุขกับคุณ มันก็นับเป็นโชคดีแปดด้านของเขาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นน่าจะคุกเข่ากราบกราน ขอบคุณสำหรับรางวัลชิ้นใหญ่ที่คุณโยนให้”
เหมาเจี้ยนกั๋วชักหนาวสันหลังวาบ ถ้าปล่อยให้เฉินชิงพล่ามต่อไป มีหวังชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาได้ป่นปี้ไม่เหลือซากแน่ คิดได้แบบนั้นเขาเลยต้องรีบตะโกนขัด “คุณพอได้แล้วนะ!!!”
แต่ดูเหมือนเฉินชิงจะไม่คิดแบบนั้น มุมปากของผู้หญิงคนนั้นยกยิ้มขึ้นอีกนิด ก่อนที่มือจะไวเท่าความคิด คว้าขวดเหล้าบนโต๊ะแล้วขว้างใส่หน้าผากของเหมาเจี้ยนกั๋วเต็มๆ! ผลั๊วะ!
ร่างของผู้อำนวยการสถาบันวิจัยหงายเก๋งไปด้านหลังทันที แรงปะทะมันคงจะรุนแรงน่าดู เพราะเท้าทั้งสองข้างถึงกับลอยชี้ฟ้า ก่อนที่ด้านหลังศีรษะจะกระแทกผนังดังปังซ้ำอีกดอก
“อ๊า——” เสียงกรีดร้องดังระงมจากบรรดาไทยมุงที่เห็นเหตุการณ์ ต่างเอามือทาบอกตกอกตกใจกันยกใหญ่ เหมาเหมาเองก็ตกใจจนตัวสั่นเป็นลูกนก มีเพียงทาเลียคนเดียวที่ยังคงนั่งนิ่งประหนึ่งรูปปั้น
เฉินชิงไม่ปล่อยให้จังหวะเสียไป มือก็คว้าขวดเหล้าอีกขวดที่ยังตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่นอนกองกับพื้น สายตาที่มองลงมามันช่างเย็นชาเหลือเกิน
“ใครอนุญาตให้คุณพูดจากับฉันแบบนั้น หรือว่าปกติฉันดูเป็นคนใจดีพูดง่ายมากนักหรือไงคะ”
“คุณ... คุณ...” เหมาเจี้ยนกั๋วได้แต่ตัวสั่นงันงก เอามือกุมหน้าผากที่ปูดบวม หายใจหอบฟืดฟาด สายตาที่มองเฉินชิงมีทั้งความแค้นและความกลัวปนเปกันไปหมด พยายามถอยกรูดจนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับผนัง
เฉินชิงย่อตัวลงตาม จ้องหน้าเขาตรงๆ แล้วถามด้วยเสียงเรียบๆ
“ว่ายังไง ตอนนี้เรียนรู้วิธีพูดจาดีๆ กับคนอื่นเขาได้หรือยัง”
เหมาเจี้ยนกั๋วมองขวดเหล้าในมือเฉินชิงสลับกับใบหน้าสวยๆ นั่น เขาทั้งโกรธทั้งอายจนแทบกระอักเลือด แต่การประท้วงที่กล้าหาญที่สุดที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือ... การปิดปากเงียบ
บรรดาไทยมุงเริ่มซุบซิบกันว่าเฉินชิงนี่มันนักเลงชัดๆ นี่มันเป็นการข่มขู่บังคับให้เหมาเจี้ยนกั๋วต้องยอมจำนนนี่นา แต่ถึงจะคิดดังนั้น ก็ไม่มีใครยอมขยับหนีไปไหนสักคน
ทุกคนยังคงปักหลักเฝ้าดูละครฉากเด็ดตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ใครจะไปคิดล่ะว่าภาพลักษณ์ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเหมาผู้รักครอบครัวที่เห็นๆ กันอยู่ เบื้องหลังจะเป็นคนแบบนี้ไปได้ จุ๊ๆๆ คนเรานี่มันรู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ
เฉินชิงเมินเสียงนกเสียงกา หันไปกวักมือเรียกเหมาเหมาที่ยังยืนตัวแข็ง
“มานี่สิเหมาเหมา มาบอกพ่อของเธอดังๆ ว่าเธออยากเรียนดนตรี แล้วก็บอกเขาด้วยว่า ถ้าตัวเองไม่เข้าใจเรื่องอะไร ก็อย่ามาตะคอกสอนคนอื่น”
หัวใจดวงเล็กๆ ของเหมาเหมาเต้นไม่เป็นส่ำ สองขาก็แข็งทื่อก้าวไม่ออกเพราะยังกลัวคุณน้าไม่หาย แต่ทาเลียที่นั่งเงียบมานานก็สะกิดหลังลูกเบาๆ
“ไปเถอะลูก น้าของลูกไม่ทำอะไรลูกหรอก”
เหมาเหมาเลยสูดน้ำมูก เดินเข้าไปหาพ่อที่ยังนั่งแปะอยู่กับพื้น พูดเสียงสั่นเครือ
“พ่อครับ... ต่อไปผมจะเรียนร้องเพลง พ่ออย่าดุผมมั่วๆ ซั่วๆ อีกได้ไหมครับ”
เหมาเจี้ยนกั๋วได้ยินแล้วโกรธจนอกกระเพื่อมขึ้นลง แต่พอเหลือบไปเห็นขวดเหล้าในมือเฉินชิง ก็จำต้องขบกรามตอบ “เออ ได้”
เฉินชิงหันไปยิ้มให้หลานชาย “เห็นไหมล่ะ น้าทำตามสัญญาแล้วนะ”
ส่วนคนอื่นๆ ที่มุงดูอยู่นั้น ได้แต่ยืนเงียบกริบ สงสารก็แต่เด็กน้อยที่เกือบจะขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว
เหมาเหมาพยักหน้าหงึกๆ ปล่อยโฮออกมาแล้วโผเข้ากอดคุณน้า
“ขอบคุณครับคุณน้า ฮือๆ ผมจะตั้งใจเรียนนะครับ ต่อไปผมจะร้องเพลงให้คุณน้าฟัง”
เฉินชิงลูบหัวกลมๆ ที่ซุกอกเบาๆ “ดีมาก แต่จำไว้นะว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งที่เธอชอบ ขอแค่เธอมีความสุขกับมันก็พอแล้ว”
ผู้หญิงคนนั้นนึกถึงชีวิตชาติที่แล้วของเด็กน้อยที่แสนจะเก็บกด ชาตินี้ก็ขอให้มีความสุขกับเขาสักทีเถอะ
เหมาเจี้ยนกั๋วที่ถูกเมินเป็นอากาศธาตุมองภาพน้าหลานกอดกันกลมแล้วก็โกรธจนควันออกหู แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เมื่อเฉินชิงจัดการธุระเสร็จสิ้น ก็สะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไป ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ข้างหลัง
ผู้คนในบ้านสไตล์ตะวันตกยังไม่หายตกใจ ซุบซิบกันใหญ่ว่าเฉินชิงนี่มันดุจริงๆ แต่ลึกๆ แล้ว หลายคน
โดยเฉพาะบรรดาแม่บ้าน ต่างก็แอบอิจฉาทาเลียอยู่ไม่น้อย เป็นชาวต่างชาติตัวคนเดียว แต่ดันมีพี่น้องที่พึ่งพาได้อย่างเฉินชิง คอยดูสิ ต่อไปนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ต้องก้มหัวให้สามีอีกแล้ว
ทาเลียเองก็กำลังคิดเหมือนกัน ผู้หญิงคนนั้นดีใจจริงๆ ที่มีเฉินชิงเป็นเพื่อน และในขณะเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มนั่งทบทวนชีวิตแต่งงานของตัวเองกับเหมาเจี้ยนกั๋วอย่างจริงจัง
เหมาเจี้ยนกั๋วพอเห็นสายตาเย็นชาของภรรยา หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบโอดครวญทันที
“โอ้ย ผมเจ็บจะตายอยู่แล้ว เฉินชิงเล่นผมซะหนักเลย” แต่ทาเลียกลับนั่งนิ่ง ไม่สนใจไยดี
ผู้หญิงคนนั้นกำลังคิดวนเวียนอยู่กับคำถามเดียว ทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องไปซาบซึ้งใจคนที่หยิบยื่นความทุกข์มาให้ตัวเองด้วยนะ
สมัยสาวๆ ผู้หญิงคนนั้นรักเหมาเจี้ยนกั๋วมาก เพราะเขาเป็นคนตลก ทำให้ผู้หญิงคนนั้นยิ้มได้ แถมยังรักผู้หญิงคนนั้นสุดๆ
แต่มาตอนนี้ เขากลับเหลืออะไรบ้างล่ะ... นอกจากเงิน... ทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นเองก็ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงินมาก่อนเลยในชีวิต
เหมาเจี้ยนกั๋วเห็นท่าไม่ดี รีบแผดเสียงดังขึ้น “ที่รัก! ผมจะตายอยู่แล้วจริงๆ นะ!”
คราวนี้เหมาเหมาที่เห็นเลือดไหลซิบๆ ที่หัวพ่อก็ตกใจจริงๆ เลยวิ่งตื๋อไปเรียกคุณอาเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ให้มาช่วยพยุงพ่อไปโรงพยาบาล
ก่อนที่ประตูจะปิด เหมาเจี้ยนกั๋วหันกลับไปมองทาเลียที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นหินอยู่ที่เดิม หัวใจของเขาก็ค่อยๆ จมดิ่งลงไปในความมืด
พอไปถึงโรงพยาบาล ทำแผลเสร็จสรรพ เหมาเจี้ยนกั๋วก็เริ่มแผนสอง เขาดึงเหมาเหมามานั่งข้างๆ แล้วเริ่มบรรยายว่าถ้าพ่อแม่หย่ากัน
ชีวิตของลูกมันจะน่าสงสารรันทดแค่ไหน เหมาเหมาได้แต่เม้มปากแน่น ไม่รู้จะตอบกลับไปว่ายังไง ในสายตาเขา พ่อกับแม่ก็ดูรักกันดีหรอก แต่ทำไมก็ไม่รู้ ชอบทรมานจิตใจกันไปมาอยู่เรื่อย เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“พ่อครับ... พ่อรักแม่จริงๆ หรือเปล่าครับ”
“แน่นอนสิ!” เหมาเจี้ยนกั๋วตอบเสียงดังฟังชัด
“แต่ผมว่า... ความรักมันไม่น่าเป็นแบบนี้นะครับ” เหมาเหมาเริ่มเถียง
“เฮ่ออวี้ถิงเล่าให้ผมฟังบ่อยๆ ว่าคุณน้ารักคุณอามากแค่ไหน คุณอายกตัวอย่างได้เป็นร้อยเลย แต่พอผมนึกถึงว่าพ่อรักแม่ยังไง... ผมนึกไม่ออกสักอย่าง”
เด็กน้อยก้มหน้างุด เช็ดน้ำตาที่เริ่มไหลป้อยๆ เขาอยากให้พ่อแม่รักกันจริงๆ สักที
เหมาเจี้ยนกั๋วถึงกับจุก “มันไม่เหมือนกันน่า!”
“เหมือนกันสิครับ!” เหมาเหมาเถียงกลับทั้งที่ยังขยี้ตาปอยๆ เขาอยากจะอธิบายให้พ่อเข้าใจใจจะขาด แต่เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ พูดต่อไม่ออก
เหมาเจี้ยนกั๋วเลยเงียบไปบ้าง ในใจเขาก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเขารักทาเลีย รักมากจนยอมตายแทนได้เลยนั่นแหละ
หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลพร้อมผ้าพันแผลที่หัว เหมาเจี้ยนกั๋วก็เห็นทาเลียยังนั่งอยู่ที่เดิมเป๊ะ เขาใจไม่ดีเลย รีบเดินไปเปิดไฟจนสว่างจ้า
“ที่รัก...”
เหมาเหมามองแม่ตาแป๋ว
ขนตาของทาเลียไหวระริกนิดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหน้าลูกชาย “กินข้าวหรือยังลูก”
“ยังครับ”
“งั้นแม่ไปทำอะไรให้กินนะ” ว่าแล้วทาเลียก็ลุกไปเข้าครัวหน้าตาเฉย
เหมาเจี้ยนกั๋วยิ่งร้อนใจเป็นทวีคูณ เขารู้ดีว่าทาเลียสมัยนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ผู้หญิงคนนั้นจะไปยื่นเรื่องขอทำงานประจำกับองค์กรเมื่อไหร่ก็ได้
หรือถ้าแย่กว่านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็แค่รอให้ถึงงานมหรกรรมการค้ากวางเจาครั้งหน้า แล้วก็ชิ่งไปกับไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวที่ไหนสักคนที่พร้อมจะมอบยศถาบรรดาศักดิ์ให้ผู้หญิงคนนั้นก็ได้
พูดง่ายๆ คือ ทาเลียไม่ได้มีแค่เขาเป็นตัวเลือกเดียวในชีวิตอีกต่อไปแล้ว เมื่อก่อนน่ะรักกันดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้สิ... เหมาเจี้ยนกั๋วไม่อยากให้บ้านแตกเลยจริงๆ
แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ตอนที่สามคนพ่อแม่ลูกกำลังนั่งกินข้าวกันเงียบๆ ดันมีเพื่อนบ้านโผล่มาชวนเขาไปดื่มเหล้าซะงั้น
ทาเลียทำเป็นมองไม่เห็นอากาศธาตุตรงหน้า มีแต่เหมาเหมาที่เหลือบมองพ่อกับแม่สลับกันไปมาอย่างกังวล
เหมาเจี้ยนกั๋วรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ไปๆ วันนี้ฉันจะอยู่บ้านกับภรรยาแล้วก็ลูก”
“โธ่พี่!” ไอ้เพื่อนตัวดียังไม่ยอมไป
“ผมได้ยินเรื่องหมดแล้ว พี่โดนเฉินชิงยำมาเหรอ”
มันทำท่าเป็นผู้รู้ “ผมน่ะอยากจะบอกพี่ตั้งนานแล้ว พี่ไม่น่าปล่อยให้ภรรยาพี่ไปคบกับเฉินชิงเลย”
“พี่ก็ใจดีเกินเหตุ ถ้าเป็นเมียผมนะ ผมตบสักสองฉาดก็เชื่องเหมือนแมวแล้ว จะปล่อยให้มีเรื่องยุ่งยากแบบนี้ได้ยังไง”
มันพูดจาฉอดๆ สอนเหมาเจี้ยนกั๋วราวกับเป็นปรมาจารย์ด้านการปกครองภรรยา
เหมาเจี้ยนกั๋วเหงื่อแตกพลั่ก รีบห้ามเสียงหลง “เฮ้ย นายอย่าพูดมั่วซั่ว ผู้ชายเขาไม่ตีผู้หญิงกันหรอก”
“จุ๊ๆๆ” ชายคนนั้นยังไม่หยุด
“ผู้หญิงน่ะ ถ้าไม่โดนสักป้าบก็ไม่รู้สำนึกหรอกว่าใครเป็นเจ้านาย พี่น่ะทั้งหาเงินเก่ง ทั้งเป็นหผู้อำนวยการสถาบันวิจัย ใครๆ ก็อยากจะเข้าหาพี่”
“พี่น่าจะสั่งสอนภรรยาพี่สักทีนะ ไม่งั้นเดี๋ยวพี่ก็ได้เจ็บตัวอีกรอบหรอก”
มันพูดยังไม่แยแส แถมยังกล้าพูดจาหมาๆ แบบนี้ต่อหน้าทาเลียอีกต่างหาก
วินาทีนั้นเอง เหมาเหมาที่นั่งเงียบมานานก็เกิดอาการปรี๊ดแตก เด็กน้อยลุกพรวดพุ่งเข้าไปกระแทกชายคนนั้นจนหงายท้องตึง!
จากนั้นก็ไม่รอช้า รีบก้มลงไปจ่อปากที่ข้างหูของอีกฝ่าย แล้วเปล่งเสียงกรีดร้องออกมาสุดปอด “อ๊าาาาาาาาาาาาาาา!!!!!”
มันคือการโจมตีด้วยคลื่นเสียงโซปราโนขั้นเทพ! เป็นพลังทำลายล้างที่ช่างน่าอัศจรรย์ใจเสียนี่กระไร!
เสียงแหลมปรี๊ดนั้นดังทะลุทะลวงไปทั่วทั้งบ้านสไตล์ตะวันตก ทำเอาเพื่อนบ้านทุกคนต้องเอามืออุดหูวิ่งออกมาดูว่าเกิดเหตุอันใด
พอมาถึงหน้าบ้านเหมาเจี้ยนกั๋ว ก็เห็นภาพชายแปลกหน้านั่งนิ่งตาค้างอยู่กับพื้น ทุกคนเลยพากันสงสัยว่าเขาเป็นอะไรไป
ชายผู้โชคร้ายคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขาจบสิ้นแล้ว... หูของเขา... มันเหมือนจะ... ไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปแล้ว!
[จบบท]