บทที่ 418: คุณูปการของหัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน
หลิวกว่างเซิงยืดคอจนตึง เขาพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองออกมาทางจมูก ก่อนจะชี้นิ้วไปยังเฉินชิง
"ช่วงนี้ผมทนคุณมาตลอดนะ คุณอย่าได้พยายามได้คืบจะเอาศอก อีกอย่าง ตั้งแต่ที่คุณขึ้นมาเป็นหัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน คุณได้ทำเรื่องที่มันน่าทึ่งอะไรในโรงงานเครื่องจักรแห่งนี้บ้าง? คุณไม่มีเลย! ก็แค่อาศัยคุณูปการเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำไว้ในอดีต มาเดินวางท่าอวดดีอยู่ในที่นี่เท่านั้น"
คำพูดนั้นทำให้เฉินชิงชะงักไปเล็กน้อย "ผู้จัดการหลิวคะ คำพูดของคุณนี่ มันเหมือนกับกำลังตำหนินักรบคนหนึ่งว่า 'คุณก็แค่เคยตายในสนามรบมาครั้งเดียวไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นนายพลแล้ว ทำไมไม่ลองกลับไปตายอีกสักครั้งให้ผมดูหน่อยล่ะ?'"
"คุณอย่ามาเล่นสำนวน!"
"ฉันเล่นสำนวนเหรอคะ? คณะกรรมการโรงงานเป็นผู้กวาดล้างบรรยากาศที่ไม่ดีในองค์กร ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ทั้งยังช่วยยกระดับความคิดความอ่านของพนักงาน ไม่ว่าโรงงานเครื่องจักรจะมอบหมายภารกิจอะไรลงมา คณะกรรมการโรงงานของพวกเราก็ทำสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ”
“นี่ไม่นับเป็นคุณูปการหรือยังไง? ในฐานะที่ฉันเป็นหัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน ฉันนำพาทุกคนให้ตั้งใจทำงาน นี่ไม่นับเป็นคุณูปการอีก! หรือว่าฉันจะต้องทำเหมือนเมื่อก่อน”
“ที่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง ไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น เพื่อไปทำเรื่องที่คนธรรมดาทั่วไปเขาทำไม่ได้ ต้องอาศัยการกระทำแบบนั้นเท่านั้น เฉินชิงคนนี้ถึงจะมีคุณสมบัติพอจะยืนในตำแหน่งหัวหน้าคณะกรรมการโรงงานได้ ใช่ไหมคะ?!"
แววตาของเฉินชิงทอประกายลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ "การบริหารจัดการผู้ใต้บังคับบัญชาในคณะกรรมการโรงงาน ถือเป็นงานในหน้าที่ของฉัน ฉันฝึกฝนพวกเขา คอยส่งเสริมให้พวกเขาได้แสดงจุดแข็งของตัวเองออกมาให้มากที่สุด”
“ฉันเชื่อว่าฉันทำหน้าที่นี้ได้ดีมากแล้ว ฉันรับเงินเดือนเท่านี้ ฉันไม่รู้สึกละอายต่อมวลชน แล้วก็ไม่รู้สึกละอายต่อพรรค หากใครยังมีข้อข้องใจ ก็จงยืนขึ้นมาให้ฉันได้เห็นหน้าชัดๆ หน่อยสิ ว่าตัวคุณเองน่ะ ได้ไปทำเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินอะไรมาบ้าง"
สีหน้าของหลิวกว่างเซิงแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ
ภายในห้องทำงานพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด
ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างก็รู้สึกว่า การที่หลิวกว่างเซิงหยิบยกเรื่องการทำงานของคณะกรรมการโรงงานมาใช้เป็นประเด็นโจมตีเฉินชิงนั้นเป็นการกระทำที่โง่เขลาอย่างยิ่ง คนที่เคยผ่านการเป็นผู้นำมาก่อนย่อมเข้าใจดีว่า การบริหารจัดการผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ไม่ได้ง่ายดายไปกว่าการที่คนคนหนึ่งต้องลงมือทำแผนงานหรือดำเนินงานตามแผนด้วยตัวเองเลยแม้แต่น้อย
คณะกรรมการโรงงานนั้นประกอบไปด้วย 6 แผนกย่อย ซึ่งแต่ละคนก็ย่อมมีแนวคิดที่แตกต่างกัน การที่เฉินชิงสามารถจัดการพวกเขาให้อยู่ในร่องในรอย ทั้งยังสามารถกระตุ้นให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าได้ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่บรรยากาศภายนอกค่อนข้างตึงเครียด ทุกโรงงานต่างก็หวาดกลัวว่าการศึกษาแนวคิดของ ผู้จัดการโรงงานตนเองจะไม่ผ่านเกณฑ์ ทว่าโรงงานเครื่องจักรกลับไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนี้เลย
นั่นก็เพราะเฉินชิงได้ส่งรองหัวหน้าของเธอไปกวดขันเรื่องการปลูกฝังแนวคิดตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเวลาเพียง 3-4 เดือนเท่านั้นที่เฉินชิงเข้ามาบริหารงานในคณะกรรมการโรงงาน การที่เธอสามารถควบคุมหน่วยงานนี้จนทุกคนเชื่อฟังได้เป็นอย่างดี ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่า ภาวะผู้นำของเธอนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
รองผู้จัดการโรงงานเถียนจึงต้องรีบกล่าวกลบเกลื่อนขึ้นมา "เอ่อ... เรื่องการสร้างหอพักของพวกเรา เอาไว้ค่อยหารือกันทีหลังก็ได้นะครับ ภารกิจหลักของพวกเราในครั้งนี้ ก็คือการคัดเลือกผู้จัดการและรองผู้จัดการของโรงงานสาขา"
เรื่องนี้ทำให้หลายคนนึกย้อนไปถึงครั้งก่อนที่เฉินชิงเคยถูกเสนอชื่อให้เป็นรองผู้จัดการโรงงาน แต่เธอกลับปฏิเสธไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนั้น หลิวกว่างเซิงยังพูดจาโอหังแนะนำเฉินชิงว่า: จงอดทนต่อความยากลำบาก และจงกล้าที่จะต่อสู้ ซึ่งเฉินชิงก็โกรธจนด่ากลับไป เรื่องนั้นถึงได้ระงับไปชั่วคราว
บัดนี้ เมื่อมีการหยิบยกเรื่องเก่าขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้ง สายตาของทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบแลไปทางเฉินชิงเพียงแวบหนึ่ง พวกเขาเห็นเพียงใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเธอ ทุกคนจึงรีบละสายตากลับไปพูดคุยกันเรื่องรายชื่อผู้สมัครที่ตนแนะนำมาทันที
หลิวกว่างเซิงรู้สึกเหมือนถูกทุกคนมองข้าม เขาเสียหน้าอย่างรุนแรง เขารู้สึกว่าตนเองอุตส่าห์ให้ความเคารพเฉินชิงมากพอแล้ว เขาเพียงแค่อาศัยชื่อเสียงของเธอมาแสวงหาผลประโยชน์ให้กับโรงงานเครื่องจักรเท่านั้น มันไม่ดีตรงไหนกัน? เธอไม่ควรจะรู้สึกภูมิใจกับเรื่องนี้หรอกหรือ?
แล้วยังมีเรื่องตำแหน่งรองผู้จัดการโรงงานอีก เขาอุตส่าห์เสนอชื่อเธอให้เป็นรองผู้จัดการโรงงาน รองผู้จัดการโรงงานที่อายุเพียง 21 ปี! หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มันจะน่าทึ่งขนาดไหน แต่ผลลัพธ์คือเฉินชิงกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ราวกับว่าเขาตั้งใจจะไปทำร้ายเธออย่างนั้นแหละ! ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักสำนึกดีชั่วเลยจริงๆ
ขณะที่ในที่ประชุมกำลังพูดคุยกันจอแจ ต่างคนต่างแสดงความคิดเห็นของตนเอง เฉินชิงก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่ากลับเป็นการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงประชุม
"ฉันขอคัดค้านผู้สมัครสำหรับตำแหน่งผู้จัดการโรงงานสาขาค่ะ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเขาเป็นญาติของผู้จัดการหลิวเท่านั้น แต่ตัวเขายังไม่มีทั้งความสามารถ ไม่มีทั้งประวัติการทำงาน และไม่มีแม้กระทั่งประสบการณ์ที่มากพอ”
“คุณสมบัติของเขายังห่างไกลจากคำว่าผู้จัดการโรงงานมากนัก ถ้าหากที่ประชุมยังยืนยันให้เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงงานสาขา ฉันก็จะไปยื่นเรื่องรายงานการกระทำของทุกคนที่ลงมติเลือกเขาค่ะ"
บรรยากาศการอภิปรายที่กำลังคึกคักเมื่อครู่พลันเงียบกริบลง เหมาเจี้ยนกั๋ถึงกับต้องยกมือกุมหัวใจ เขาอยากจะหอบหายใจออกมาแรงๆ ให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอคิดจะแข็งข้อกับผู้จัดการโรงงานต่อหน้าทุกคนอีกแล้วเหรอ ทำไมการประชุมใหญ่ทุกครั้งมันถึงได้น่าหวาดหวั่นขนาดนี้!
หลิวกว่างเซิงโกรธจัดจนแทบควันออกจมูก "เฉินชิง! คุณอย่าเหิมเกริมให้มันมากนักนะ!"
เฉินชิงจ้องมองเขาตอบโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มของเธอกลับยิ่งดูสดชัดเจนยิ่งขึ้น "ผู้จัดการหลิวคะ ทำไมคุณถึงได้คิดไปว่า ฉันจะเป็นคนประเภทที่ยอมยืนนิ่งๆ ให้คนอื่นทุบตีและด่าทอได้ตามใจชอบด้วยล่ะคะ?"
เธอหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเตรียมจด ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องประชุม "ทุกคนมาลงมติกันเลยดีกว่าค่ะ ใครที่ยินดีจะเลือกญาติของผู้จัดการหลิว ก็ขอให้เงียบไว้ ส่วนคนที่ไม่ยินดี ก็โปรดกล่าวรับรองมติของฉันได้เลย"
หลิวกว่างเซิงโกรธจนร่างสั่นสะท้าน ตำแหน่งผู้จัดการโรงงานสาขาที่เขาอุตส่าห์ตัดสินใจไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังตระเตรียมปูทางเอาไว้จนหมดสิ้น ผู้นำคนอื่นๆ ในโรงงานเครื่องจักรต่างก็พร้อมที่จะยอมให้หน้าเขาอยู่แล้ว แต่เพียงเพราะถูกเฉินชิงเข้ามาก่อกวนแค่ครั้งเดียว ตำแหน่งนั้นก็หลุดลอยไปอย่างแน่นอน!
ในทางกลับกัน รองผู้จัดการโรงงานเถียนกลับรู้สึกราวกับเลือดในกายกำลังสูบฉีดอย่างแรงกล้า เฉินชิงยังคงยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน เธอสามารถตัดแผนการที่หลิวกว่างเซิงวางเอาไว้แรมเดือนทิ้งไปได้ในพริบตา ดูท่าเดี๋ยวหลิวกว่างเซิงคงได้โกรธจนกระอักเลือดออกมาแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า! เวลาที่ได้เห็นเฉินชิงพุ่งเป้าโจมตีศัตรูของเขาแบบนี้ รสชาติของมันช่างสะใจเสียจริง!
หัวหน้าหลิน: "รับรอง!"
เติ้งเหม่ยฮวา: "รับรอง!"
หูเถี่ยซาน: "รับรอง!"
จินต้าจู้: "รับรอง!"
...
เสียงรับรองดังขึ้นสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง รองผู้จัดการโรงงานเถียนแสร้งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะพูดเป็นคนสุดท้ายว่า "รับรองครับ"
หลิวกว่างเซิงโกรธจนต้องหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เลขานุการของเขารู้หน้ารีบส่งยาให้ทันที นิ้วมือของเขาสั่นเทาขณะชี้ไปยังเฉินชิง
เฉินชิงยังคงยิ้ม "การที่ฉันช่วยขัดขวางผู้จัดการโรงงานที่พยายามใช้อำนาจบาตรใหญ่ และฉวยโอกาสใช้อำนาจหน้าที่ เพื่อเลื่อนขั้นญาติที่ไร้ความสามารถของตัวเองขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ... แบบนี้ พอจะนับเป็นคุณูปการของหัวหน้าคณะกรรมการโรงงานอย่างฉันได้ไหมคะ?"
รองผู้จัดการโรงงานเถียนต้องใช้แรงทั้งหมดหยิกต้นขาของตัวเองไว้ เพื่อไม่ให้เผลอหลุดหัวเราะออกมา:นับสิ! แบบนี้มันต้องนับอย่างยิ่งเลย! แต่ทว่าสีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
"เฮ้อ... ผู้จัดการครับ ดูสิครับว่าเรื่องมันกลายเป็นยังไงไปแล้ว ทางที่ดี เราควรให้หัวหน้าคณะกรรมการโรงงานไปเรียกพนักงานฝ่ายบุคคลของพวกเขามาช่วยกันคัดเลือกกลุ่มผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการและรองผู้จัดการโรงงานสาขาก่อนดีกว่าไหมครับ พอได้รายชื่อแล้ว พวกเราค่อยมาลงมติกันอีกที"
เฉินชิงตอบรับ "ฉันไม่มีข้อโต้แย้งอะไรค่ะ ก็อย่างที่บอกไป ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน ฉันก็ต้องสร้างคุณูปการให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว"
หลิวกว่างเซิงรู้สึกถึงรสชาติคาวเลือดที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ เขาเกือบจะพ่นเลือดก้อนใหญ่ออกมาตรงนั้นจริงๆ
เติ้งเหม่ยฮวาเห็นว่าสีหน้าของหลิวกว่างเซิงนั้นดูไม่ดีเอามากๆ จึงรีบกล่าวตัดบท "ผู้จัดการดูเหมือนร่างกายจะไม่ค่อยสบายนะคะ เรื่องในวันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องการคัดเลือกผู้นำของโรงงานสาขา ก็คงต้องรบกวนหัวหน้าเฉินช่วยใส่ใจดูแลเป็นพิเศษด้วยนะ"
เฉินชิงพยักหน้า "เป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำอยู่แล้วค่ะ"
หลังจากที่การประชุมสิ้นสุดลง เหล่าผู้นำโรงงานยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด ส่วนใหญ่เป็นการพูดถึงหลิวกว่างเซิงที่ดูเหมือนจะใจร้อนอยากเห็นผลสำเร็จเร็วเกินไป
การที่เขาอยากจะผลักดันญาติของตัวเองให้ขึ้นเป็นผู้จัดการโรงงานสาขานั้นเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่การที่เขาพยายามจะดึงเฉินชิงให้ย้ายไปที่โรงงานสาขาด้วยนั้น มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขารู้ดีว่าญาติของตัวเองนั้นไร้ความสามารถ และอยากจะให้เฉินชิงไปช่วยทำงานแทน
พอเฉินชิงแสดงท่าทีคัดค้าน เขาก็เอาแต่พุ่งเป้าโจมตีเธอไม่เลิก... เฮ้อ...
เรื่องนี้ทำให้หลายคนหวนนึกถึงอดีต ในตอนที่เฉินชิงยังเป็นเพียงหัวหน้าทีมตัวเล็กๆ เธอยังกล้าที่จะยืนหยัดต่อกรกับคนทั้งที่ประชุม แล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เธอเป็นถึงหัวหน้าคณะกรรมการโรงงานแล้ว เธอจะไปกลัวผู้จัดการโรงงานตัวเล็กๆ อีกหรือ? หลิวกว่างเซิงช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักประเมินสถานการณ์เอาเสียเลย
จินต้าจู้หันไปคุยกับจ้าวโส่วหยาง "แต่ถ้าจะพูดกันอีกแง่ เฉินชิงนี่ก็ช่างแข็งแกร่งจริงๆ นะครับ ดอกไม้งามแห่งโรงงานของเรานี่แข็งยังกับเหล็กกล้าเลย"
จ้าวโส่วหยางยิ้มพลางพยักหน้า "ใช่ไหมล่ะครับ ในบรรดากลุ่มผู้นำรุ่นนี้ของโรงงานเรา เฉินชิงนี่ถือว่าดุที่สุดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เราสองคน ทั้งฝ่ายการเงินกับฝ่ายพลาธิการก็คงไม่มีโอกาสได้เลื่อนขั้นขึ้นมาหรอก”
“แต่ว่า... ถ้าหากเรื่องการคัดเลือกผู้จัดการโรงงานสาขา รองผู้จัดการ รวมถึงตำแหน่งหัวหน้าวิศวกรแผนก ต้องให้เฉินชิงเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดล่ะก็ เฉินชิงคงต้องโดนรบกวนหนักอีกแน่ๆ"
จินต้าจู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมา "คุณหมายถึงเรื่องการติดสินบนใช่ไหม? เรื่องนั้นมันต้องมีอยู่แล้วล่ะ แต่เท่าที่ผ่านมา เฉินชิงก็แสดงออกว่าเธอเที่ยงธรรมไม่ลำเอียงมาโดยตลอดนะ"
...
ในความเป็นจริงแล้ว การที่ต้องมารับมือกับคนที่พยายามจะยัดเยียดของมาติดสินบนนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้เฉินชิงรู้สึกเจ็บปวดมาก!
แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รักเงินตราและอำนาจ เฉินชิงเองก็รักมันมากเช่นกัน เธอกลับมาถึงที่ทำการคณะกรรมการโรงงาน นั่งลงได้ไม่ถึงสองวินาทีด้วยซ้ำ ยังไม่ทันที่จะได้เรียกหวงซินเผิงเข้ามาเพื่อประชุมภายในเลย ก็มีคนมาเรียกเธอออกไปข้างนอก เพื่อเสนอทองคำแท่งแลกกับตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน
เฉินชิง: "..."
ทำไมต้องเอาของแบบนี้มายื่นทดสอบความอดทนของเธอกันด้วย!
พวกเขาคิดว่าเธอเป็นคนตงฉินที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดยั่วจริงๆ หรืออย่างไรกัน?!
ไม่เลย—
เธอแค่เป็นคนขี้ขลาดเกินกว่าจะไม่กล้ารับมันมาต่างหาก
[จบบท]