บทที่ 427: การรับเงินเดือนสองเท่า
บรรยากาศตึงเครียดในสนามรบระหว่างผู้จัดการโรงงานและรองผู้จัดการโรงงานกำลังจะปะทุขึ้นอยู่รอมร่อ
เฉินชิงซึ่งทำภารกิจของตนลุล่วงไปแล้วจึงได้แต่นั่งเท้าคางมองดูเรื่องสนุกอย่างผ่อนคลาย
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้มีเพียงการไปรับเงินเดือน หลังจากนั้นคือการไปร่วมงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของหลานสาวตัวน้อย
เฉินชิงเฝ้ามองชายวัยกลางคนทั้งสองจ้องตากันเขม็งเป็นเวลานานโดยไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมา ทำให้เธอรู้สึกมึนงงเล็กน้อยราวกับเวลาของเธอถูกหยุดไป
แต่ความเป็นจริงก็คือพวกเขายังคงจ้องตากันอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที ต้องนับถือในความสามารถของเหล่าผู้จัดการโรงงานจริงๆ! เฉินชิงได้แต่ส่งเสียงชื่นชมความอดทนของพวกเขาอยู่ภายในใจ
สุดท้ายเป็นเลขาธิการเติ้งที่ต้องออกมาทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ทำให้เรื่องราวความขัดแย้งนี้ถูกปัดผ่านไปอย่างแผ่วเบาอีกครา
การประชุมจึงสามารถดำเนินต่อไปได้ ตอนนี้เฉินชิงมีแก้วน้ำเคลือบส่วนตัวสำหรับใช้ดื่มชาแล้ว เมื่อรู้สึกกระหายขึ้นมา เธอก็ยกน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก รสชาติช่างเย็นชื่นใจเสียจริง!
เฉินชิงนั่งรอคอยอย่างใจเย็นจนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง เธอก็รีบก้าวเท้าเดินตามหลังหัวหน้าฝ่ายการเงินจินต้าจู้ไปทันที เพราะเธอตั้งใจจะไปรับเงินเดือน และที่สำคัญคือเป็นการรับถึงสองเท่า!
ส่วนหนึ่งเป็นของตัวเธอเอง และอีกส่วนเป็นของเฮ่อหย่วน จินต้าจู้ย่อมรู้ดีว่าเฉินชิงกำลังติดตามเขามาด้วยเหตุผลใด เขาจึงยิ้มพลางเอ่ยขึ้นว่า “หัวหน้าเฉิน วันนี้มีเรื่องน่ายินดีรอคุณอยู่นะ”
“จริงเหรอคะ อย่าหลอกให้ฉันดีใจเก้อล่ะ” เฉินชิงแสดงท่าทีจริงจังมากเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินเดือน
“ผมไม่หลอกคุณหรอกครับ”
จินต้าจู้พาเธอเดินมายังแผนกการเงิน ก่อนจะบอกให้เธอเข้าไปรับเงินเดือนในห้องบัญชี เฉินชิงจึงยื่นบัตรประจำตัวของเธอกับเฮ่อหย่วนให้กับพนักงานบัญชี พร้อมกับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความคาดหวัง
พนักงานคนนั้นตรวจสอบยืนยันตัวตนอย่างรวดเร็ว แล้วจึงส่งเงินปึกเล็กๆ กับซองจดหมายหนึ่งซองมาให้
“หัวหน้าเฉินคะ นี่เงินเดือนของคุณกับสามี พวกเราให้คนสองคนตรวจสอบนับซ้ำถึงสองรอบแล้ว รับรองว่าไม่มีผิดพลาด คุณค่อยกลับไปนับที่บ้านก็ได้นะคะ”
“ได้ค่ะๆ”
เฉินชิงตอบรับด้วยความยินดี ก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องประชุมที่ไม่มีคนอยู่เพื่อตรวจนับเงิน เงินเดือนในส่วนของเธอเป็นปกติดี แต่หลังจากที่เปิดซองจดหมายดู เธอก็พบว่าเงินเดือนของเฮ่อหย่วนกลับสูงถึง 300 หยวน!
ภายในซองยังมีกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งแนบมาด้วย เฉินชิงจึงเปิดอ่านข้อความนั้น “รางวัลสำหรับการเดินทางไปปฏิบัติงานของสหายเฮ่อหย่วน”
เฉินชิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่เธอก็รีบเก็บทุกอย่างเข้าที่อย่างรวดเร็ว ตั้งใจว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้วจะถามเฮ่อหย่วนให้รู้เรื่อง
ในใจของเธอกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องเงินก้อนนี้อย่างจดจ่อ จนไม่ทันได้สังเกตเลยว่า ภายในวันเดียวกันนี้ วังจื้อหงได้เดินวนเวียนผ่านหน้าเธอไปมาถึงห้าครั้งแล้ว
เฉินชิงรีบร้อนอยากกลับบ้านเต็มแก่ เมื่อกลับถึง เธอก็รีบนำเงินไปเก็บใส่กล่องเหล็กทันที หลังจากที่ซื้อบ้านและสำรองเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับค่าตกแต่งแล้ว ตอนนี้เงินเก็บของครอบครัวยังคงเหลืออยู่ 3,200 หยวน
เฉินชิงจัดการเก็บเงิน 400 หยวนเข้าที่อย่างดี ส่วนเงินที่เหลืออีก 35 หยวน เธอกันไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน
เธอหยิบเงินจำนวน 25 หยวน พร้อมกับตั๋วปันส่วนอาหารและตั๋วเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ไปยื่นให้เฮ่ออวี้เสียง “นี่ค่าครองชีพจ้ะ”
ค่าครองชีพที่ว่านี้ครอบคลุมทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าฟืน เฮ่ออวี้เสียงรับเงินและตั๋วเหล่านั้นไปตรวจนับดู ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปเก็บให้เรียบร้อย พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้บางครั้งเฉินชิงก็รู้สึกอยากจะชกหลานชายสักหมัดอย่างไม่มีเหตุผล
เฮ่ออวี้ถิงขี่รถสามล้อเด็กคันเล็กมาจอดเทียบตรงหน้าคุณน้าของเธอ “คุณน้าคะ หนูเตรียมของขวัญให้น้องสาวเสี่ยวเถียนเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ของขวัญอะไรเหรอจ้ะ”
“เป็นตุ๊กตาที่หนูซื้อต่อมาจากพี่ชายค่ะ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือ ตลอดยี่สิบวันนี้ หนูจะต้องฝึกภาษาอังกฤษเพิ่มอีกวันละครึ่งชั่วโมง”
เฮ่ออวี้ถิงพูดพลางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางของเธอดูร่าเริงเปี่ยมชีวิตชีวา “เดี๋ยวรอน้องสาวเสี่ยวเถียนโตขึ้น น้องก็จะรู้เองค่ะว่าหนูเป็นพี่สาวที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน”
“นั่นสินะ!” เฉินชิงยกนิ้วโป้งให้หลานสาว
เฮ่ออวี้ถิงจึงยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี
เหมาเหมาที่ฟังอยู่จึงพูดขึ้นบ้าง “งั้นผมให้เป็นเงินแล้วกันครับ”
เขามีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร
เฉินชิงพยักหน้า “เอาที่สบายใจเลยจ้ะ”
เฉินชิงสังเกตเห็นว่าผมของเหมาเหมาเริ่มยาวรุงรังแล้ว จึงเอ่ยปากถาม “เดี๋ยวน้าช่วยตัดผมให้เอาไหม ไม่อย่างนั้นมันจะทิ่มตาเอาได้”
เหมาเหมาแสดงความประหลาดใจ “คุณน้าตัดผมเป็นด้วยเหรอครับ”
“เป็นนิดหน่อยน่ะ” ที่ผ่านมาเฉินชิงไม่เคยพาสองพี่น้องไปร้านตัดผมเลย
แต่เธอจะเป็นคนจัดการตัดให้เองตลอด ทรงผมของเฮ่ออวี้เสียงนั้นตายตัวมาก โดยทั่วไปเขามักจะเลือกตัดสั้นเกรียนหรือไม่ก็โกนหัวไปเลย
ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าอยากประหยัดน้ำ ส่วนผมของเฮ่ออวี้ถิงก็ไม่ได้ยาวอะไร แค่เล็มปลายๆ ก็ใช้ได้แล้ว ง่ายดายมาก จะมีก็แต่ผมของเหมาเหมาที่ดูดีที่สุด ดังนั้นเฉินชิงจึงตั้งใจว่าจะตัดให้เขาออกมาดูหล่อเหลาเป็นพิเศษ
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เฮ่อหย่วนก็กลับมาถึงบ้านพอดี เขาเดินตรงไปยังห้องครัวตามความเคยชิน แต่เฉินชิงก็ตะโกนเรียกเขาไว้เสียก่อน “ที่รัก แวะมาที่ห้องกับฉันแป๊บนึง”
เฮ่อหย่วนจึงหันกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติแล้วเดินตามเธอเข้าห้องไป
เมื่อเข้ามาในห้อง เฉินชิงก็ถามข้อสงสัยทันที “ทำไมเงินเดือนของคุณครั้งนี้ถึงได้ตั้ง 300 หยวนล่ะ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยได้รางวัลไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เป็นค่าปิดปากน่ะ”
“อ๋อ...” เฉินชิงลากเสียงยาวเป็นเชิงเข้าใจ เธอกระจ่างใจแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้ให้เงินเยอะขนาดนี้
เฮ่อหย่วนจึงเสนอขึ้น “ตอนที่เราไปปักกิ่ง งั้นเราแบ่งเงินสัก 100 หยวนไว้ใช้เที่ยวเล่นกันดีไหม”
“โอเค” ในยามที่ไม่มีเงิน เฉินชิงอาจจะดูขี้เหนียวไปบ้าง
แต่เมื่อมีเงินแล้ว การใช้จ่ายของเธอก็ค่อนข้างเป็นไปตามปกติ ยิ่งเป็นการพาเด็กๆ ออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยาก การจะใช้เงินเพิ่มอีกหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เมื่อเฮ่อหย่วนเห็นว่าเธอตกลงแล้ว เขาจึงเดินกลับเข้าไปทำอาหารในครัวต่อ
ส่วนเฉินชิงก็ตั้งใจจะไปซื้อผ้าฝ้ายมาเตรียมไว้ให้เด็กสองคนก่อน เพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าหนาๆ กับรองเท้าอุ่นๆ ป้องกันไม่ให้พวกเขาต้องไปเจอกับอากาศหนาวที่ปักกิ่งแล้วจะพากันเป็นหวัด
เหมาเหมาสังเกตเห็นคุณน้ากำลังง่วนอยู่กับการทำเสื้อผ้า ไม่ได้วาดแบบเหมือนเคย เขาจึงเดินเข้ามาถามด้วยความสนใจ “คุณน้าครับ ทรงผมของคุณอาเป็นฝีมือคุณน้าตัดให้เหรอครับ”
“ใช่แล้ว ทำไมเหรอ”
“ผมอยากได้ทรงผมแบบคุณอาบ้างครับ มันเท่สุดๆ ไปเลย!”
“แหม ตาถึงเหมือนกันนะเรา!” เฉินชิงกล่าวชมก่อนจะแปะมือกับเขา
ในที่สุดก็มีคนมองเห็นรสนิยมอันยอดเยี่ยมของเธอเสียที! ย้อนกลับไปตอนที่เธอตัดผมให้เฮ่อหย่วน ด้วยความที่เธอตั้งอกตั้งใจตัดอย่างประณีตบรรจง เฮ่อหย่วนก็จะแสดงอาการรำคาญออกมานิดๆ
เพราะเขารู้สึกว่าผมของตัวเองแค่ตัดๆ ไปให้มันเสร็จๆ ก็พอแล้ว แต่ในความคิดของเฉินชิง ผมของผู้ชายถือเป็นสิ่งสำคัญมาก จะทำลวกๆ ส่งๆ ได้อย่างไร! เธอจึงต้องบังคับให้เฮ่อหย่วนนั่งนิ่งๆ แล้วค่อยๆ ตัดจนกว่าตัวเองจะพอใจ
ต่อมา เมื่อเธออยากจะตัดทรงเดียวกันนี้ให้เฮ่ออวี้เสียงบ้าง เจ้าหลานชายตัวดีก็ปฏิเสธเสียงแข็ง โดยให้เหตุผลว่ามันสระผมยุ่งยาก!
เฉินชิงจึงรู้สึกว่าอาหลานคู่นี้ช่างเป็นพวกผู้ชายที่ไม่รู้จักศิลปะเอาเสียเลย! และในที่สุด เหมาเหมาก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับคำยืนยันว่าทรงผมของเฮ่อหย่วนนั้นเท่จริงๆ
เฉินชิงรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก “เธอวางใจได้เลย เดี๋ยวน้าจะตั้งใจตัดให้สุดฝีมือ รับรองว่าเธอจะต้องเป็นเด็กที่หล่อที่สุดในชั้นเรียนอย่างแน่นอน”
“เฮะๆ ดีเลยครับๆ” เหมาเหมาตอบรับอย่างยินดี ก่อนจะเขย่งปลายเท้าเพื่อเหลือบมองออกไปข้างนอก เมื่อรู้สึกว่าเฮ่ออวี้เสียงน่าจะยังคงวุ่นอยู่ในครัว
เขาจึงใช้มือขวาป้องปาก แล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบกับคุณน้า “คุณน้าครับ ผมมีความลับอย่างหนึ่งจะบอก มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาสารภาพว่าชอบเฮ่ออวี้เสียง แถมยังอยากจะหมั้นหมายเป็นคู่ตุนาหงันวัยเด็กกับเขาด้วยล่ะครับ”
เฉินชิงถึงกับตกใจ เพราะต้องไม่ลืมว่าเฮ่ออวี้เสียงเพิ่งจะอายุ 8 ขวบเท่านั้น! ถึงแม้ว่าเขาจะสูงถึง 131 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นเด็กที่ตัวสูงมากเมื่อเทียบกับวัยเดียวกัน แต่เขาก็ยังอายุแค่ 8 ขวบอยู่ดี!
เมื่อเหมาเหมาเห็นคุณน้าแสดงท่าทีเหมือนจะไม่เชื่อ เขาจึงรีบเน้นย้ำ “เป็นเรื่องจริงนะครับ ผมเห็นเหตุการณ์กับตาตัวเองเลย”
“แล้วมันเป็นยังไงต่อล่ะ แล้วเฮ่ออวี้เสียงเขาว่ายังไงบ้าง” เฉินชิงรีบซักไซ้ต่อด้วยความสนใจใคร่รู้
เมื่อเหมาเหมาเห็นว่าเธอสนใจเรื่องนี้จริงๆ เขาจึงลดเสียงลงแล้วเล่าต่อ “ตอนนั้นเฮ่ออวี้เสียงก็ทำหน้าเฉยๆ แล้วตอบกลับไปว่า 'ฉันยังเด็กอยู่เลย ไม่มีเงินเลี้ยงภรรยาหรอก เธอไปหาคนอื่นเถอะ'”
คำตอบนั้นทำเอาเฉินชิงถึงกับพูดไม่ออก มันจะสมจริงสมจังขนาดนั้นเลยเหรอ
“แล้วเขาไม่มีอาการเขินอายหน้าแดงบ้างเลยเหรอ”
“ไม่มีเลยครับ!” เหมาเหมายืนยันหนักแน่น เขาอุตส่าห์สังเกตการณ์มาอย่างละเอียดแล้ว แต่กลับไม่พบอาการดังกล่าวเลยสักนิด
เฉินชิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “น่าเบื่อจริงๆ เลย”
เหมาเหมาพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสิครับ พวกเราถึงได้แอบเรียกเขาลับหลังว่า 'หัวหน้าห้องเฒ่า' กันหมด”
“ฮ่าๆๆๆ...” เฉินชิงถึงกับหัวเราะพลางปรบมือ ก่อนจะถามต่ออีกว่า
“แล้วเธอล่ะ มีเด็กผู้หญิงมาชอบบ้างไหม”
“ไม่มีหรอกครับ มีแต่เด็กผู้หญิงหลายคนที่อยากจะมาเป็นแม่ผมมากกว่า” เหมาเหมาเองก็ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนั้นอย่างไร
“คือ... เมื่อก่อนผมอาจจะยังเด็กไม่รู้ความ แต่ว่าตอนนี้ผมไม่รับใครเป็นแม่ง่ายๆ อีกแล้วล่ะครับ”
คำตอบนั้นทำให้เฉินชิงยิ่งหัวเราะไม่หยุด “ถ้าพูดแบบนั้นได้ ก็แสดงว่าเธอโตขึ้นจริงๆ แล้วสินะ”
“โธ่ คุณน้าอย่าหัวเราะสิครับ ผมพูดจริงจังนะ”
“โอเคๆ น้าไม่หัวเราะแล้ว” เฉินชิงต้องยกมือขึ้นมานวดแก้มของตัวเอง ก่อนจะถามต่อ
“ถ้าอย่างนั้น ลองสมมติว่ามีเด็กผู้หญิงมาบอกชอบเธอบ้าง เธอจะทำยังไงล่ะ”
“ผมก็ต้องดีใจสิครับ~”
เหมาเหมาหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
[จบบท]