บทที่ 445: สัญญาวัยเยาว์
“ชอบค่ะ!”
วันนี้เฮ่ออวี้ถิงได้ที่อยู่ของพี่สาวที่เล่นสเก็ตด้วยกันมาเรียบร้อย ซึ่งหมายความว่าต่อไปเธอจะสามารถเขียนจดหมายติดต่อกับพี่สาวคนนั้นได้ หากนับแบบนี้แล้ว ตอนนี้เธอก็มีเพื่อนอยู่ที่เมืองหลวงถึง 2 คน
ฟู่อันหัวพอได้ยินเช่นนั้นก็ดูจะยินดีไม่น้อย “ถ้างั้นให้อาจับคู่หมั้นหมายวัยเด็กให้เธอกับพี่ฟู่ซูเยี่ยนเลยดีไหม ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อไปเธอก็จะได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวงเป็นการถาวรเลย”
“ไม่เอาค่ะ/ครับ!!!”
เสียงของ 3 สมาชิกในครอบครัวดังขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน
เฮ่อหย่วนเป็นคนพูดขึ้น “ฟู่อันหัว คุณอย่าพอโสดนานๆ แล้วก็เที่ยวได้ทำตัวเป็นพ่อสื่อจับคู่ให้คนอื่นแบบนี้สิครับ”
“เฮ้ยๆ นี่คุณพูดจาอะไรแบบนั้น ผมจริงใจมากเลยนะคุณลองคิดดูสิ เด็ก 2 คนนี้มีวาสนาต่อกันมากแค่ไหน แถมฐานะทางบ้านเราทั้ง 2 ครอบครัวก็ถือว่าคู่ควรกัน การหมั้นหมายกันไว้แต่เนิ่นๆ มันก็ดีออกจะตายไป”
ฟู่อันหัวยังคงพยายามพูดต่อ “ส่วนเรื่องสินสอด...”
“พอได้แล้วค่ะ!”
เฉินชิงหมดความอดทนที่จะฟังเรื่องนี้ต่อไป
ประเด็นที่ว่าฟู่ซูเยี่ยนชอบหยางอี้เหอนั้นคงต้องพักไว้ก่อน เพราะในเมื่อเธอเองก็ทะลุมิติมาอยู่ในโลกใบนี้แล้ว เรื่องราวต่างๆ ก็ย่อมไม่ได้ดำเนินไปในทิศทางเดิมที่ถูกกำหนดไว้อีกต่อไป
แค่ลองพิจารณาจากอายุของเด็ก 2 คนนี้ คนหนึ่งเพิ่งจะ 6 ขวบ ส่วนอีกคนก็ 8 ขวบ จะให้มาพูดคุยเรื่องแต่งงานกันตอนนี้ได้อย่างไร พวกเขาทั้งคู่ยังเด็กมาก อนาคตข้างหน้ายังเปลี่ยนแปลงได้อีกสารพัด
เมื่อฟู่อันหัวเห็นว่าเป็นเฉินชิงที่เอ่ยปากขัดจังหวะ เขาจึงไม่กล้าพูดประเด็นนี้ต่อ ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจให้กับลูกชายของตัวเอง
ในฐานะพ่อแท้ๆ เขาช่วยได้เพียงเท่านี้จริงๆ ส่วนอนาคตของลูกชายจะมีความสุขได้หรือไม่นั้น ก็คงขึ้นอยู่กับตัวของลูกชายเองทั้งหมดแล้ว
ฟู่ซูเยี่ยนกลับเป็นฝ่ายที่รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องพยายามให้เขาแต่งงานกับเฮ่ออวี้ถิงด้วย ทั้งๆ ที่เขาชอบเฮ่ออวี้ถิง ก็เป็นเพียงความรู้สึกชอบแบบพี่ชายที่มีต่อน้องสาวเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เฮ่ออวี้เสียงก็ดูเหมือนอยากจะฆ่าเขาให้ตายคามือเสียอย่างนั้น!!!
สมัยที่เขายังเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมของโรงงานเครื่องจักร เขาก็รู้ดีว่าเฮ่ออวี้เสียงนั้นดุมากเพียงใด ถึงขั้นเป็นที่เกรงขามของเพื่อนๆ ทั้งชั้นเรียน ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบอธิบายเพื่อรับประกันกับเฮ่ออวี้เสียง
“ทั้งหมดนั่นเป็นความคิดของพ่อฉันเองนะ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยจริงๆ”
ฟู่อันหัว “!!!”
เจ้าลูกชายคนนี้นิสัยไม่ดีเลย ตอนที่รับโทรศัพท์จากเฮ่ออวี้ถิงครั้งนั้น เขาก็เป็นคนรีบร้อนบอกเองไม่ใช่หรือว่าจะรับเฮ่ออวี้ถิงมาอยู่ด้วยทันที แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าตัวเองไม่ได้คิด!
เฮ่ออวี้เสียงจึงพูดสรุป “น้องสาวของผมเพิ่งจะ 6 ขวบเท่านั้นครับ พวกคุณคิดกันไปไกลเกินไปแล้ว”
เฉินชิงกลับรู้สึกว่าค่านิยมของประเทศจีนในยุคนี้ช่างมหัศจรรย์เสียจริง การยินยอมให้มีการหมั้นหมายกันตั้งแต่วัยเด็กกลับเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่การมีความรักในวัยเรียนกลับเป็นเรื่องต้องห้าม
ในขณะที่เฮ่ออวี้ถิงซึ่งเป็นศูนย์กลางของประเด็นกลับพูดขึ้นอย่างใจกว้าง
“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกค่ะ อาชีพของหนูคือแม่สื่อนะคะ เดี๋ยวหนูจะค่อยๆ เลือกคู่แต่งงานของหนูให้ดีที่สุดเอง พอถึงวันนั้นจริงๆ ทุกคนอย่าลืมมาดื่มเหล้าฉลองในงานแต่งของหนูด้วยนะคะ”
เธอพูดจบก็ยกแก้วน้ำของตัวเองขึ้น ซึ่งมีเพียงฟู่อันหัวเท่านั้นที่ยอมชนแก้วกับเธอ ส่วนสมาชิกที่เหลือในโต๊ะดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากไปร่วมงานเลี้ยงของเธอสักเท่าไหร่
เฮ่ออวี้ถิงจึงต้องเป็นฝ่ายเดินไปชนแก้วกับทุกคนทีละคนด้วยตัวเอง ก่อนจะกลับมานั่งกินเนื้อย่างอย่างมีความสุข
ฟู่อันหัวถึงกับเอ่ยปาก “เสี่ยวอวี้ เด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ”
เฮ่อหย่วนกลับเงียบไป เขากำลังรู้สึกเสียใจกับข้อตกลงที่ทำไว้กับฟู่อันหัวอยู่เล็กน้อย ข้อตกลงของพวกเขามีระยะเวลา 4 วัน โดย 2 วันแรกฟู่อันหัวจะเป็นคนพาลูกๆ ไปดูแล เพื่อให้เขากับเฉินชิงมีเวลาไปจัดการธุระเรื่องงานได้อย่างเต็มที่
ส่วน 2 วันหลัง พวกเขา 2 คนจะเป็นฝ่ายดูแลเด็กๆ เอง และฟู่อันหัวค่อยไปจัดการธุระของตัวเอง... แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นแบบนี้ เฮ่ออวี้ถิงยังต้องใช้เวลาร่วมกับฟู่ซูเยี่ยนอีกตั้ง 4 วันเต็ม
เฮ่ออวี้ถิงยังคงกินเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อยพลางเร่งให้คนอื่นๆ กินด้วย เธอเป็นคนที่ไม่คิดอะไรซับซ้อนจึงกินได้อย่างมีความสุข ผิดกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ บนโต๊ะที่ต่างก็มีความคิดในใจแตกต่างกันออกไป
หลังจากมื้ออาหารสิ้นสุดลง ฟู่อันหัวก็เอ่ยปากถาม “จะให้ผมไปส่งพวกคุณกลับที่พักไหมครับ?”
“ระยะทางมันไม่ไกลเท่าไหร่หรอกครับ พวกเราเดินกลับกันเองได้ วันนี้ต้องรบกวนคุณมากแล้ว”
“โอ๊ย เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมค่อยมารับ 2 พี่น้องไปใหม่ก็แล้วกัน”
ฟู่อันหัวจูงมือลูกชายเดินไปยังจุดจอดรถ ขณะที่ฟู่ซูเยี่ยนหันมาบอกลาเฮ่ออวี้ถิง “เสี่ยวอวี้ พรุ่งนี้เจอกันนะ”
เฮ่ออวี้ถิงตอบรับ “โอเค พรุ่งนี้เจอกัน”
จากนั้นฟู่ซูเยี่ยนก็หันไปพูดกับเฮ่ออวี้เสียงที่ยืนอยู่ข้างๆ “เฮ่ออวี้เสียง พรุ่งนี้เจอกันนะ”
เฮ่ออวี้เสียงเพียงแค่พยักหน้ารับ แต่ในใจเขากำลังรู้สึกไม่พอใจฟู่ซูเยี่ยนอยู่
ครอบครัว 4 คนก็เริ่มออกเดินกลับไปยังบ้านพักรับรองเช่นกัน ซึ่งในระหว่างทาง เฉินชิงก็อดไม่ได้ที่จะบ่นกับเฮ่อหย่วน “คุณว่าเขาไว้ใจได้แน่นะ?!”
ภาพลักษณ์ของฟู่อันหัวในนิยายต้นฉบับนั้นคือชายผู้กุมอำนาจใหญ่ เป็นคนที่ทั้งสุขุมเยือกเย็นและไว้ใจได้อย่างที่สุด ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ตอนนั้นก็เป็นเขาเองที่เรียกฟู่ซูเยี่ยนให้เดินทางไปยังมณฑลกวางตุ้งเพื่อภารกิจกำจัดเฮ่ออวี้เสียง
ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฟู่ซูเยี่ยนได้พบกับหยางอี้เหอ และนำไปสู่เรื่องราวต่างๆ อีกมากมายตามมา ในนิยายทุกครั้งที่ฟู่ซูเยี่ยนตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ก็ล้วนแต่เป็นฟู่อันหัวที่เข้ามาช่วยพลิกสถานการณ์และช่วยชีวิตลูกชายกลับมาได้เสมอ
เมื่อได้อ่านคำบรรยายในนิยาย ก็ย่อมรู้สึกว่าฟู่อันหัวจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่น่าเกรงขาม แต่พอได้มาสัมผัสตัวจริงในตอนนี้... มันช่างพูดลำบากเสียจริง
เฮ่อหย่วนตอบ “ถ้าว่ากันตามความเป็นไปได้ที่สูงที่สุด ผมว่าเขาคงไม่ถึงขั้นลักพาตัวเด็กๆ ไปขายหรอกครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ ผมก็ไม่กล้ารับประกันเหมือนกัน”
ทั้ง 2 คนทำได้เพียงมองหน้ากัน และต่างก็ถอนหายใจออกมา
ในขณะเดียวกัน ฟู่อันหัวที่กำลังจูงมือลูกชายเดินกลับไปนั้น เขาได้หันกลับไปมองภาพของครอบครัว 4 คนที่กำลังเดินกลับบ้านพักรับรองอย่างมีความสุข ท่าทีขี้เล่นก่อนหน้านี้ของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเฮ่ออวี้ถิงและเฮ่ออวี้เสียง เด็ก 2 คนนี้ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่มาเป็นอย่างดี อย่างน้อยที่สุด ความมั่นใจในตัวเองและความกล้าหาญที่เด็กทั้งสองแสดงออกมา ก็มีมากกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันอยู่มาก
ที่ฟู่อันหัวพยายามจะจับคู่ลูกชายของเขากับเฮ่ออวี้ถิง ก็เพราะเขามีความคิดว่าหากเด็ก 2 คนได้หมั้นหมายกันจริงๆ ในอนาคตหากเขาต้องไปปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงอันตราย เขาก็จะสามารถส่งลูกชายไปฝากไว้ที่มณฑลกวางตุ้งได้อย่างไร้กังวล
นี่คือความเห็นแก่ตัวที่ซ่อนอยู่ในใจของเขา แน่นอนว่า เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เขาก็พร้อมที่จะเป็นที่พึ่งพิงให้กับเฮ่อหย่วนและเฉินชิง ด้วยตำแหน่งหน้าที่ของเขาที่สูงกว่า 2 สามีภรรยานั่นอยู่มาก แม้จะไม่อาจการันตีอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้พวกเขาได้
แต่การช่วยปกป้องดูแลพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย เขาเชื่อว่า 2 สามีภรรยานั่นก็น่าจะเข้าใจจุดนี้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงปฏิเสธข้อเสนอเรื่องหมั้นหมายวัยเด็กอย่างไม่ลังเล นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นพ่อแม่ที่รักลูกอย่างแท้จริง
“ฟู่ซูเยี่ยน ลูกชอบครอบครัวของเฮ่ออวี้ถิงพวกเขาหรือเปล่า?”
“ก็ดีครับ”
“ครอบครัว 4 คนของพวกเขาดูมีความสุขกันมากเลยนะ ลูกไม่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้บ้างเหรอ?”
หลังจากที่ภรรยาเก่าของเขาจากไป ฟู่อันหัวเคยลองคบหาดูใจกับผู้หญิงอยู่ 2 คน แต่ความสัมพันธ์ก็ไปไม่รอด
เพราะฟู่ซูเยี่ยนไม่ชอบพวกเธอ และเนื่องจากจุดประสงค์ในการแต่งงานใหม่ของเขาเดิมทีก็เพื่อลูก เมื่อลูกชายไม่ชอบใจ เรื่องแต่งงานเหล่านั้นจึงต้องพับเก็บไป
ฟู่ซูเยี่ยนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากตอบ “แต่นั่นก็ไม่ใช่บ้านของผมนี่ครับ”
ในความรู้สึกของเขา พ่อดีกับเขามากอยู่แล้ว และคุณอาทหารเวรก็ดูแลเขาเป็นอย่างดีเช่นกัน ดังนั้น นอกจากเรื่องที่ไม่มีเพื่อนสนิทแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาครอบครัวของคนอื่นแต่อย่างใด
ฟู่อันหัวจึงพูดต่อ “ไม่อิจฉาก็แล้วไปเถอะ แต่ว่า เรื่องที่พ่อพูดเรื่องหมั้นหมายวัยเด็กเมื่อกี้นี้ ลูกจะลองเก็บไปคิดดูหน่อยไหม พ่อจะบอกอะไรให้นะว่า พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปแล้ว ก็ไม่รู้จะมีอีกเมื่อไหร่นะ”
“ลูกลองดูสิ น้าของเฮ่ออวี้ถิงสวยขนาดนั้น นั่นก็แปลว่าพอเฮ่ออวี้ถิงโตขึ้นก็ต้องสวยมากแน่ๆ แล้วไหนจะนิสัยดี แถมยังหัวไวฉลาดขนาดนั้น อนาคตต้องเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากแน่ๆ”
“แล้วลูกกับเธอก็อยู่กันคนละที่ พอถึงตอนนั้น คนอื่นๆ เขาก็คงลืมลูกไปหมดแล้ว ลูกก็จะไม่มีเพื่อนที่ชื่อเฮ่ออวี้ถิงคนนี้อีกต่อไปแล้วนะ”
“แต่ว่า... ถ้าผมต้องหมั้นหมายวัยเด็กกับเฮ่ออวี้ถิงจริงๆ พี่ชายของเธอต้องฆ่าผมแน่ๆ ครับ”
เขายังจำสายตาของเฮ่ออวี้เสียงได้ดี ภายในดวงตาที่ดูน่ากลัวคู่นั้น มันมีตัวอักษร 3 คำเขียนไว้ชัดเจนว่า ‘อยากซัดคน’ เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว ฟู่ซูเยี่ยนจึงรู้สึกว่าการรักษาชีวิตไว้สำคัญที่สุด
ฟู่อันหัวตำหนิ “ไม่กล้าเอาซะเลย ขี้ขลาดแบบนี้ ต่อไปในอนาคตก็หาภรรยาไม่ได้พอดีหรอก”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าในอนาคตผมหาภรรยาไม่ได้จริงๆ ผมก็จะขออุทิศตนเพื่อรับใช้ประเทศชาติต่อไป”
“ฮ่าฮ่าฮ่า สมแล้วจริงๆ ที่เป็นลูกชายของพ่อ”
คำตอบนี้ทำให้ฟู่อันหัวพอใจขึ้นมาอีกครั้ง 2 พ่อลูกจึงนั่งรถกลับบ้านด้วยกัน เมื่อกลับถึงบ้าน ฟู่ซูเยี่ยนก็เริ่มแกะห่อของขวัญที่เพื่อนๆ ส่งมาให้ พอเขาเห็นว่าเฮ่ออวี้ถิงเตรียมไม้เท้าไว้ให้เขาเป็นกองๆ ก็รู้สึกว่ามันช่างน่ารักเป็นพิเศษ
“พ่อครับ ดูนี่สิครับ เฮ่ออวี้ถิงเตรียมไม้เท้าที่ทำจากไม้หลายๆ แบบไว้ให้ผมเยอะแยะเลย”
“เหรอ งั้นลูกอยากจะกระดูกหักเพิ่มอีกสักรอบไหมล่ะ?”
“ขอบคุณครับ แต่ไม่ต้องดีกว่าครับ”
[จบบท]