บทที่ 45: ชายหนุ่มคู่ดูตัว
ความขุ่นเคืองสุมอยู่ในอกของเซวียชุนเถา อุตส่าห์ลงทุนลงแรงไปเสาะหาชายหนุ่มซื่อๆ โปรไฟล์ดีที่พร้อมจะอ้าแขนรับเด็กอีกสองชีวิตมาเป็นครอบครัว แต่แม่ตัวดียังกล้าทำเล่นตัวอีก!
คำบริภาษมากมายอัดแน่นอยู่เต็มท้อง แต่พอประสานสายตากับใบหน้างดงามหมดจดราวกับดอกบัวแรกแย้มของเฉินชิง คำพูดเหล่านั้นก็พลันสลายหายไปในลำคอ
หญิงสาววัยกลางคนสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังปะทุ พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไปเจอหน้าเขาก่อนแล้วกัน”
“ค่ะ” เฉินชิงรับคำสั้นๆ
ทั้งสองมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารของรัฐ ระหว่างทาง บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ตามมุมตึกและปากซอย ต่างพากันเอ่ยทักเมื่อเห็นเฉินชิงในชุดสวยงามราวกับได้พบเจอเรื่องอัศจรรย์
“อ้าว เสี่ยวชิง จะไปไหนเหรอ แต่งตัวซะสวยหยั่งกับนางฟ้าเชียว”
“ไปกินข้าวค่ะ”
เฉินชิงตอบตามความจริงอย่างหมดจด
เพราะหากการดูตัวครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า การนัดพบก็คงไม่ต่างอะไรกับการมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกันมื้อหนึ่งเท่านั้น
วันนี้เธอถึงกับเตรียมเงินติดตัวมาห้าหยวน เผื่อไว้ในกรณีที่ฝ่ายชายเข้าขั้นเลวร้ายจนรับไม่ไหว เธอจะได้ใช้เงินก้อนนี้จ่ายเป็นค่าผ้าที่เซวียชุนเถาเคยให้มา เป็นการตัดบัวไม่ให้เหลือใย ถือว่าจบสิ้นบุญคุณกันไป
แต่มีหรือที่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนจะหลงเชื่อคำพูดของเด็กสาว พวกเขาเบนความสนใจไปยังเซวียชุนเถาทันที
“นี่ชุนเถา เธอจะพาเสี่ยวชิงไปกินข้าวเฉยๆ แน่เหรอ ไม่ใช่ว่าแอบนัดใครให้เสี่ยวชิงไปดูตัวอยู่ล่ะสิ ฉันจะบอกอะไรให้นะ พวกเราเห็นเสี่ยวชิงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เธออย่าคิดรังแกแกเชียวนะ!”
อันที่จริงแล้ว เฉินชิงคือคนที่บรรดาผู้ใหญ่ในละแวกนี้เอือมระอาที่สุด ท่าทางไม่เรียบร้อย ไม่มีมาดของความเป็นหญิงสาวเลยสักนิด
แต่ก็น่าเจ็บใจที่เธอเกิดมาหน้าตาสะสวย แถมยังชอบทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งซอยมีแค่เฉินชิงคนเดียวที่ประพฤติตัวเช่นนี้ ป่านนี้พวกเขาคงได้ตั้งคำถามกับฮวงจุ้ยของย่านนี้ไปแล้ว
สำหรับเรื่องการดูตัวของเฉินชิง ป้าอวี๋รู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ในบรรดาหญิงวัยกลางคนของโรงงานเครื่องจักร ไม่มีใครหูตากว้างไกลเท่าเธออีกแล้ว!
ครั้งก่อนที่นำข่าวนี้ไปบอกหัวหน้าหยาง พอได้พบกันอีกรอบ เขายังใจดีมอบเงินให้เธอเป็นรางวัลหนึ่งหยวน!
ป้าอวี๋กลอกตาอย่างมีเลศนัย “จะไปร้านอาหารของรัฐกันสินะ พวกเราไม่ขวางเรื่องสำคัญของพวกเธอหรอกน่า ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็อย่าลืมมาเลี้ยงฉลองพวกเราบ้างล่ะ”
“ได้ค่ะ”
เซวียชุนเถายิ้มแก้มปริ ราวกับว่าคนที่กำลังจะได้ดูตัวคือเธอเอง ใบหน้าของเธอแดงปลั่งด้วยความยินดี
“ไปกันได้แล้วค่ะ” เฉินชิงเอ่ยเร่ง
เซวียชุนเถาชี้ไปยังเฉินชิงพลางหัวเราะร่า “ดูเด็กคนนี้สิ ท่าทางจะรีบร้อนน่าดู งั้นพวกคุณคุยกันไปก่อนนะคะ พวกฉันขอตัวก่อน ไว้ถ้าฉันว่างเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันใหม่”
เธอยังคงกล่าวคำอำลาอย่างยืดยาว ประหนึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่จำต้องลาจากเวทีอันเป็นที่รักของตนไปอย่างเสียไม่ได้
“เสี่ยวชิง เพื่อนบ้านของเธอน่ารักกันดีนะ ดูเป็นคนดีกันทั้งนั้นเลย”
“เหอะๆ”
เฉินชิงแค่นเสียงในลำคอ
แต่ละคนจ้องจะหาโอกาสเล่นงานเธออยู่ตลอดเวลา ช่างเป็นคนดีเสียจริง
หากไม่ใช่เพราะเจ้าของร่างเดิมมีนิสัยแข็งกร้าวไม่ยอมคน และตัวเธอเองก็ไม่ใช่ประเภทที่จะปล่อยให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ ป่านนี้บ้านคงถูกยึดไปแล้ว แม้แต่งานดีๆ ในคณะกรรมการโรงงานก็อย่าได้หวังว่าจะรักษาไว้ได้!
ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของเฉินชิง “ดูเหมือนพี่ชุนเถากับพวกเขาจะเข้ากันได้ดีนะคะ”
น้ำเสียงของเธอแฝงความนัย แต่เซวียชุนเถากลับยังคงเคลิบเคลิ้มอยู่กับการเป็นจุดสนใจเมื่อครู่
การที่ได้รับความนิยมมากกว่าเฉินชิงผู้เลอโฉม มันช่างเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ!
จะมีอะไรทำให้รู้สึกดีไปกว่านี้อีก!
ไม่มีอีกแล้ว!
เมื่อได้ยินคำถาม เซวียชุนเถาก็ตอบกลับไปโดยไม่ต้องไตร่ตรอง
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันกับพี่สาวเธอโตมาด้วยกัน เธอมักจะพูดถึงฉันในแง่ดีให้เพื่อนบ้านฟังอยู่เสมอ ส่วนฉันก็จะเล่าเรื่องราวของตัวเองให้พวกเขาฟังบ้าง คนแก่น่ะนะ แค่เรายอมสละเวลาคุยด้วย พวกเขาก็ปลื้มจะแย่แล้ว”
“คุยเรื่องอะไรเหรอคะ”
“ก็คุยว่าฉันรู้จักมัธยัสถ์มากกว่าพี่สาวเธอ เรียนเก่งกว่า ฐานะทางบ้านก็ดีกว่า…”
เซวียชุนเถาชะงักคำพูดกลางคัน
เธอเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาเย็นชาของเฉินชิง “ที่พี่พูดก็ถูกของพี่นี่คะ พี่รู้จักเก็บเงิน เพราะสามีของพี่ต้องส่งเงินเดือนทั้งหมดให้แม่ของเขา พี่เรียนเก่ง ก็เพราะลอกข้อสอบของพี่สาวฉัน ส่วนเรื่องฐานะดีก็จริง แต่ดูเหมือนว่าบ้านพี่จะชอบขายลูกสาวกินนะคะ”
เฉินชิงคลี่ยิ้มบางเบา
เซวียชุนเถาโกรธจนร่างสั่นเทา “เฉินชิง!”
“อะไรกันคะ โกรธเหรอ ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง พี่ชุนเถาเนี่ย พออายุมากขึ้นก็ชักจะล้อเล่นด้วยไม่ได้แล้วนะคะ”
รอยยิ้มของเฉินชิงสดใสไร้ซึ่งเงาเมฆหมอกใดๆ ทำให้เซวียชุนเถารู้สึกว่าตนเองไม่ต่างอะไรกับตัวตลกที่น่าสมเพช
ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในความคิด
เธอมั่นใจว่าเฉินชิงเปลี่ยนไป แต่จะให้ระบุว่าเปลี่ยนไปตรงไหน เธอกลับนึกไม่ออก
ภายใต้แสงแดดของเดือนเจ็ด บานประตูไม้สีแดงชาดของร้านอาหารของรัฐร้อนระอุจนแทบสัมผัสไม่ได้
หากจะว่าไปแล้ว เฉินชิงก็คุ้นเคยกับร้านอาหารแห่งนี้เป็นอย่างดี
คุ้นเคยเสียจนจำได้อย่างแม่นยำว่าภายในร้านมีโต๊ะสี่เหลี่ยมจัดวางอยู่ทั้งหมด 20 ตัว และทุกตัวล้วนติดหมายเลขกำกับไว้
เธอกับเซวียชุนเถาเดินเข้าไปด้านใน แต่เพราะยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น บนม้านั่งไม้ทาสีเขียวทหารจึงมีลูกค้านั่งอยู่เพียงบางตา
พัดลมเพดานหมุนควงส่งเสียงดังราวกับกงล้อไฟ คล้ายจะเกรงว่าผู้คนจะร้อนอบอ้าว ผนังร้านมีป้ายคำขวัญสีแดงสดเขียนว่า “พัฒนาเศรษฐกิจ ประกันอุปทาน” แสงแดดจัดจ้าจากภายนอกส่องลอดเข้ามาตกกระทบเป็นลายจุดเล็กๆ
เถียนกั๋วชิ่งกำลังรอคอยอย่างกระสับกระส่าย มือทั้งสองข้างของเขาลูบไล้ไปมาบนเนื้อผ้ากางเกงที่หัวเข่าไม่หยุด
คนแนะนำบอกว่าคู่ดูตัวของเขาคือเฉินชิง!
วินาทีแรกที่ได้ยิน เขารู้สึกเหมือนหูฝาดไป
เป็นที่รู้กันดีว่าชื่อเสียงของเฉินชิงนั้นย่ำแย่เพียงใด
แต่เธอก็เป็นสาวชาวเมืองโดยกำเนิด
แม้จะมีเด็กติดมาด้วยสองคน แต่พวกเขาก็มีเงินบำนาญเลี้ยงดู เฉินชิงเองก็มีบ้านหลังเล็กพร้อมสวน ซึ่งได้ยินมาว่ากว้างขวางพอสมควร
ตัวเธอยังทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการโรงงาน และที่สำคัญคือเธอสวยมากจนได้รับการยอมรับให้เป็นดาวเด่นของโรงงานอย่างไม่มีใครเทียบได้!
หากได้เธอมาเป็นภรรยา คงมีผู้ชายอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องอิจฉาเขา
ตามเหตุผลแล้ว ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้ ไม่น่าจะตกมาถึงมือเขาได้
ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ สามีของพี่ชุนเถาออกไปตกปลาจนดึกดื่น แล้วเผลอหลับไปจนพลัดตกลงไปในแม่น้ำ
ปกติแล้วเขาเป็นคนว่ายน้ำแข็ง แต่เพราะเพิ่งตื่นจึงยังตั้งสติไม่ได้ พอขยับตัวแรงๆ เข้าก็เกิดเป็นตะคริว ทำให้เขาสำลักน้ำและเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
โชคดีที่วันนั้นเขาเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่พอดี จึงได้ช่วยชีวิตสามีของพี่ชุนเถาเอาไว้ได้ทันท่วงที
เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ ทั้งสองจึงคิดหาภรรยาดีๆ ให้กับเขา
และหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเขาก็เลือกเฉินชิง
แต่ลึกๆ แล้ว เถียนกั๋วชิ่งก็อดหวั่นใจไม่ได้ หากเธอเกิดไม่พอใจขึ้นมาแล้วตบหน้าเขาสักฉาด เขาก็คง… ทำได้แค่ก้มหน้ารับมัน
การถูกภรรยาตบตีบ้างคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ขณะที่เถียนกั๋วชิ่งกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เขาก็เห็นร่างของเฉินชิงปรากฏขึ้นที่ทางเข้าร้าน
ความงามอันเจิดจ้าของเธอสะกดสายตาเขาในทันที และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวพลันมืดมนลง
เฉินชิงสังเกตเห็นสายตาที่จับจ้องเธออย่างไม่วางตาเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เธอเดินตรงเข้าไปหาเถียนกั๋วชิ่ง ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเป็นเอกลักษณ์ตามยุคสมัยด้วยท่าทีสง่างาม
รูปลักษณ์ของเขาสมกับชื่อ กั๋วชิ่ง ที่แปลว่าวันชาติ เขามีใบหน้าทรงสี่เหลี่ยม
ผมถูกตัดสั้นเป็นทรงเรียบง่าย
ดวงตาชั้นเดียว จมูกใหญ่โต เมื่อเทียบกับมาตรฐานความหล่อของผู้ชายในยุคนี้ เขาอาจจะไม่จัดว่าดูดี แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่ จัดอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไป
สามีของชุนเถาก็อยู่ที่นั่นด้วย เขามาเพื่อเป็นเพื่อนเถียนกั๋วชิ่ง แต่เมื่อได้เห็นเฉินชิงในระยะใกล้ เขาก็อดที่จะตกตะลึงในความงามของเธอไม่ได้
เซวียชุนเถากระแอมในลำคอ เป็นการส่งสัญญาณเตือนสามีให้สำรวมกิริยา ก่อนจะหันไปยิ้มให้เถียนกั๋วชิ่ง
“กั๋วชิ่ง นี่เฉินชิงไง ฉันไม่ได้โกหกใช่ไหมล่ะ เธอเป็นสหายหญิงที่สวยมากจริงๆ”
เถียนกั๋วชิ่งพยักหน้ารับอย่างขวยเขิน
เซวียชุนเถายิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อเถียนกั๋วชิ่งและเฉินชิงได้ลงเอยกัน ครอบครัวของเธอก็จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทนเขาไปได้มาก
“เสี่ยวชิง ดูสิ สหายเถียนเป็นคนดูซื่อๆ ใช่ไหมล่ะ เขาเป็นคนดีมากนะ ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่เคยมีเล่ห์เหลี่ยม แถมอายุเพิ่งจะ 19 ปี เท่ากับเธอเลย”
ดวงตาของเฉินชิงหดเกร็งลง
[จบบท]