บทที่ 483: แบ่งเงิน
"พ่อของยัยนั่นเป็นซะขนาดนั้น ทำไมยังกล้ามาโรงเรียนอีก"
"ไม่รู้เหมือนกัน พ่อแม่ฉันกำชับแล้วว่าให้อยู่ห่างๆ หยางอี้เหอไว้"
"ช่างไม่มียางอายเลย ถ้าเป็นฉัน ฉันอายจนไม่กล้ามาโรงเรียนแล้ว"
"ไล่ให้ยัยนั่นออกไปเลยก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นจะมาทำให้พวกเราซวยไปด้วยรึเปล่า"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าเพื่อนร่วมชั้นดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ ไม่มีการหลบเลี่ยงเจ้าของชื่ออย่างหยางอี้เหอแม้แต่น้อย ดวงตาของเด็กๆ ที่ยังคงใสซื่อบริสุทธิ์กลับฉายแววความมุ่งร้ายที่ปราศจากความซับซ้อนใดๆ
หยางอี้เหอเพียงยืนนิ่ง ไม่ได้เอ่ยคำโต้แย้งใดๆ
เธอรู้ดีอยู่แล้ว
ว่านี่คือเรื่องปกติ
กลับเป็นเฮ่ออวี้ถิงกับเหมาเหมาต่างหากที่ทนไม่ไหว วิ่งเข้าไปเถียงแทนหยางอี้เหอด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
หยางอี้เหอมองภาพนั้น เธอคิดว่าเฮ่ออวี้ถิงกับเหมาเหมานั่นแหละคือคนที่ไม่ปกติ
"เสี่ยวอวี้ เหมาเหมา พวกเธอตามฉันไปที่ดาดฟ้าหน่อยสิ ฉันมีของขวัญเตรียมไว้ให้"
"ของขวัญอะไรเหรอจ๊ะ" เฮ่ออวี้ถิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หยางอี้เหอหันไปมองเฮ่ออวี้เสียงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ "นายก็ไปด้วยกันสิ"
"ฉันไม่ไปหรอก" เฮ่ออวี้เสียงปฏิเสธทันควัน
หยางอี้เหอจึงว่า "งั้นก็ตามใจ"
เธอพาเฮ่ออวี้ถิงกับเหมาเหมาให้หยิบกระเป๋านักเรียนติดตัวขึ้นไปยังดาดฟ้าของโรงเรียน ซึ่งพื้นที่ดาดฟ้าแห่งนี้ปกติแล้วสงวนไว้สำหรับนักเรียนรุ่นพี่เท่านั้น
เด็กเล็กๆ ทั่วไปไม่มีสิทธิ์ขึ้นมา แต่ด้วยอานิสงส์ที่เฮ่ออวี้ถิงกับเหมาเหมาเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ทั้งสองจึงมักถูกพวกรุ่นพี่ใจดีพาขึ้นมาเล่นด้วยบ่อยๆ
ในช่วงแรกที่ได้ขึ้นมา ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นราวกับได้ค้นพบดินแดนลึกลับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกนั้นก็จางลง เพราะดาดฟ้าแห่งนี้มีเพียงพื้นปูนสีเข้ม มีท่อประปาขนาดใหญ่วางระเกะระกะ
ทั้งว่างเปล่าและสกปรก ยิ่งในตอนนี้ที่เป็นเดือนพฤษภาคม อากาศค่อนข้างชื้นแฉะ บริเวณขอบราวจับจึงเต็มไปด้วยตะไคร่สีเขียว บางจุดที่ความชื้นสะสมมากๆ ถึงกับมีเห็ดดอกเล็กๆ ขึ้นเรียงกันเป็นแถว
บนดาดฟ้ายังมีห้องหลังคาเล็กๆ ทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่ แต่บันไดทางขึ้นถูกคุณครูถอดออกไปแล้ว ทั้งสามคนจึงเดินเลี่ยงไปยังพื้นที่ว่างด้านหลังห้องเล็กๆ นั้นแทน
หยางอี้เหอกอดกระเป๋าของตัวเองไว้แน่นพลางสอดส่ายสายตามองซ้ายขวา "เหมาเหมา นายช่วยดูต้นทางให้หน่อยนะ อย่าให้ใครเห็นเข้าล่ะ"
"หา? เราก็แค่มาให้ของขวัญกันไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้ด้วย" แม้เหมาเหมาจะไม่เข้าใจเหตุผล แต่เขาก็ยอมทำตามแต่โดยดี
หยางอี้เหอหันมาพูดกับเฮ่ออวี้ถิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เสี่ยวอวี้ เปิดกระเป๋าของเธอหน่อยสิจ๊ะ"
"ได้เลย" เฮ่ออวี้ถิงตอบรับและเปิดกระเป๋าอย่างว่าง่าย
หยางอี้เหอหยิบธนบัตรต้าถวนเจี๋ยปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าของเธอ ก่อนจะแบ่งมันออกเป็น 13 กอง กองละหนึ่งพันหยวน
"ของเธอหกพันนะ ส่วนของเหมาเหมาเจ็ดพัน เพราะเหมาเหมาเขาบาดเจ็บ เดี๋ยวต่อไปอาจจะต้องไปหาหมอฟัน คงต้องใช้เงินเยอะ ตกลงตามนี้นะ"
"ไม่ตกลงเด็ดขาด" เฮ่ออวี้ถิงรีบรูดซิปปิดกระเป๋าของตัวเองทันควัน เธอมองหยางอี้เหอด้วยแววตาตื่นตระหนก พลางกระซิบเสียงเบา
"เสี่ยวเหอ เธอไปขโมยเงินใครมารึเปล่า เด็กๆ ขโมยของไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นจะโดนคุณอาตำรวจจับตัวส่งสถานีตำรวจ"
หยางอี้เหอรีบส่ายหน้า "ฉันไม่ได้ขโมยมา นี่เป็นเงินของพ่อฉันเอง ฉันได้เจอพ่อแล้ว พ่อรู้สึกละอายใจกับเรื่องที่ทำลงไปมากๆ เลยอยากจะให้เงินก้อนนี้เพื่อชดเชยให้พวกเธอ”
“ฉันหวังว่าพวกเธอจะรับมันไว้นะ แบบนั้น... ต่อให้พ่อจากไปแล้ว พ่อจะได้นอนตายตาหลับ"
เฮ่ออวี้ถิงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันไปหาเหมาเหมา "เหมาเหมา เดี๋ยวฉันไปดูต้นทางให้เอง"
"ไม่เอาๆๆ เรื่องดูต้นทางให้เป็นหน้าที่ฉันจัดการดีกว่า" เหมาเหมาเองก็สับสนไม่รู้ว่าจะตอบหยางอี้เหออย่างไรดี
หยางอี้เหอกระชับกอดกระเป๋าแน่น ขอบตาของเธอเริ่มแดงก่ำขึ้นทีละน้อย "เสี่ยวอวี้ นี่เธอก็คิดว่าฉันเป็นคนไม่ดีเหมือนคนอื่นๆ ใช่ไหม"
"ไม่ใช่นะ ไม่ใช่เลย" เฮ่ออวี้ถิงโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน เธอไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ
หยางอี้เหอจึงพูดต่อ "งั้นเธอก็รับไว้เถอะนะ พ่อของฉันทำผิดไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่พ่อควรจะชดใช้ให้พวกเธอ"
"แต่... แต่นี่มันเยอะมากเกินไปนะ" เฮ่ออวี้ถิงแย้ง เธอมั่นใจว่าแม้แต่คุณน้ากับคุณอาของเธอก็ยังไม่มีเงินมากขนาดนี้
"ไม่เป็นไรหรอก นี่เป็นเงินที่พ่อใช้สำหรับไถ่บาป พ่อทำความผิดร้ายแรงเอาไว้ เลยอยากจะได้รับการให้อภัยบ้าง"
หยางอี้เหอเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าของเฮ่ออวี้ถิงไว้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงพยายามขัดขืน น้ำตาหยดใสก็ร่วงหล่นลงมา
เฮ่ออวี้ถิงนิ่งไป ชะงักมือที่ยื้อยุดไว้
หยางอี้เหอจึงฉวยกระเป๋าของเธอมาได้สำเร็จ ก่อนจะเริ่มยัดปึกธนบัตรเหล่านั้นเข้าไป
กระเป๋าของเหมาเหมาก็ถูกยัดด้วยเงินทีละปึก ทีละปึก จนกระทั่งหมด
เมื่อหยางอี้เหอส่งมอบเงินทั้งหมดออกไปจนหมดแล้ว เธอถึงได้รู้สึกพึงพอใจขึ้นมา
"จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว เรากลับห้องกันเถอะ"
เฮ่ออวี้ถิงกับเหมาเหมาต่างกอดกระเป๋านักเรียนของตัวเองไว้แนบอก ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงจากดาดฟ้าอย่างเชื่องช้า
พอหยางอี้เหอเห็นท่าทางนั้น อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวของเธอก็พลันสว่างไสวขึ้นมาเล็กน้อย "ไม่เป็นไรหรอกน่า ก็แค่ทำเป็นว่าไม่เคยมีของขวัญพวกนี้อยู่ก็พอแล้ว ไปกันเถอะ"
แต่เฮ่ออวี้ถิงกับเหมาเหมาไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เงินก้อนนี้มันใหญ่เกินไปจริงๆ ใหญ่เกินกว่าที่เด็กอย่างพวกเขาจะจินตนาการไหว
ถ้ามันถูกขโมย หรือถูกปล้นไปจะทำอย่างไร ในหัวของทั้งสองขาวโพลนไปหมด คิดได้เพียงอย่างเดียวว่าต้องรีบกลับบ้านไปแจ้งให้ผู้ใหญ่รับทราบ
ทั้งสามคนลงมาช้ากว่าเวลาเข้าเรียน เมื่อมาถึงห้องจึงพบว่าคุณครูเริ่มสอนไปแล้ว ทั้งหมดจึงถูกดุไปหนึ่งชุด ซึ่งทั้งสามก็ก้มหน้ารับคำตำหนิอย่างว่าง่าย
คุณครูโบกมือ "รีบกลับไปนั่งที่ของตัวเองได้แล้ว"
ทั้งสามจึงรีบกลับไปนั่งประจำที่ เหมาเหมานั่งลงข้างเฮ่ออวี้เสียงในสภาพที่จิตใจยังคงล่องลอยอยู่นอกห้องเรียน เฮ่ออวี้เสียงสังเกตเห็นจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย "นายเป็นอะไรไป"
เหมาเหมาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนข้อความภาษาอังกฤษลงบนเศษกระดาษ "ตอนอยู่บนดาดฟ้า หยางอี้เหอให้เงินฉันเจ็ดพันหยวน แล้วก็ให้เสี่ยวอวี้หกพัน ตอนนี้เงินทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าฉัน"
เฮ่ออวี้เสียงจ้องมองข้อความบนกระดาษ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง เจ็ดพันหยวน
ของขวัญที่หยางอี้เหอพูดถึง คือเงินสดจำนวนมหาศาลนั่นเอง
เมื่อครู่ ดูเหมือนหยางอี้เหอจะเอ่ยปากชวนเขาขึ้นไปด้วย...
ตัวเขากำลังรู้สึกสับสนกับหยางอี้เหออย่างมาก จึงได้ปฏิเสธคำชวนนั้นไป
ใครจะคิดว่าเธอจะพาสองคนนั้นขึ้นไปแบ่งเงินกันบนนั้น
เหมาเหมาเขียนข้อความเพิ่ม "จะทำยังไงดีล่ะ เราจะรับเงินก้อนนี้ไว้ไม่ได้แน่ๆ"
เฮ่ออวี้เสียงตอบกลับไป "ฉันก็ไม่รู้"
"เฮ่ออวี้เสียง เหมาเหมา พวกเธอตั้งใจเรียนหน่อย" เสียงคุณครูที่ดังมาจากหน้าชั้นเรียน พร้อมกับการเคาะกระดานดำเป็นการเตือน
ทั้งสองจึงรีบหันกลับไปตั้งใจมองกระดาน
ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของวัน ทั้งเฮ่ออวี้ถิงและเหมาเหมาต่างก็นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง ไม่ยอมลุกไปไหน แม้จะมีคนมาชวนไปเล่น ทั้งสองก็ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า "เราต้องทบทวนบทเรียน"
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ พอเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาถึงต้องทบทวนบทเรียนในช่วงพัก แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมไปกินข้าวด้วยเล่า การเรียนมันสำคัญขนาดนั้นเชียว
ในอีกด้านหนึ่ง เฉินชิงกำลังถือแฟ้มเอกสารสารพัดบุกเข้าไปในห้องทำงานของผู้นำคณะกรรมการการวางแผนมณฑล
"การอนุมัติขั้นสุดท้ายมันมาหยุดชะงักอยู่ที่พวกคุณตลอดเวลาเลยนะคะ ถ้าพวกคุณพิจารณาแล้วเห็นว่าเงื่อนไขการอนุมัติของฉันมันไม่ผ่านจริงๆ งั้นพวกคุณก็ต้องจัดการคืนเงินตราต่างประเทศหนึ่งล้านหยวนให้กับทางมาคัส”
“พร้อมกันนั้นก็ต้องอนุมัติเงินทุนอีกก้อนให้เราเพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงงานด้วยค่ะ"
หัวหน้าคณะกรรมการการวางแผนมณฑลผู้นี้แซ่จาง โดยทั่วไปทุกคนมักจะเรียกเขาว่าหัวหน้าจาง
หัวหน้าจางได้สั่งการให้คนจากแผนกรักษาความปลอดภัยมาคอยเฝ้าสังเกตการณ์เฉินชิงไว้นานแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเธอใช้วิธีไหนบุกเข้ามาถึงห้องทำงานของเขาได้
"สหายเฉินครับ เรื่องเงินตราต่างประเทศที่คุณหามาได้ รวมถึงคุณูปการอันใหญ่หลวงที่คุณสร้างไว้ให้กับประเทศ พวกเราทุกคน..."
"ช่วยพูดเรื่องที่มีประโยชน์หน่อยได้ไหมคะ ฉันยังมีงานอย่างอื่นต้องไปทำอีกเยอะมาก" เฉินชิงไม่มีอารมณ์มาเสวนาเรื่องไร้สาระ
หัวหน้าจางถึงกับชะงักเมื่อถูกพูดแทรกขึ้นมา เมื่อเห็นท่าทีที่พร้อมจะปะทะเต็มที่ของเธอ เขาก็ทำได้เพียงเอ่ยต่อไปว่า
"คุณเองก็น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า พื้นที่โรงงานที่เราจัดสรรไว้ให้นั้นอยู่ใกล้กับโรงงานเสื้อผ้าแห่งที่สาม แต่ประเด็นคือทางโรงงานเสื้อผ้าแห่งที่สามเพิ่งจะยื่นเรื่องเสนอเข้ามาว่าพวกเขาต้องการสร้างหอพักพนักงานแห่งใหม่..."
"นั่นหมายความว่าคุณกำลังคิดว่าโรงงานของฉันควรจะต้องหลีกทางให้กับการสร้างหอพักใช่ไหมคะ”
“และถ้าฉันไม่ยอมทำตามนั้น พนักงานของโรงงานเสื้อผ้าแห่งที่สามก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย พอพวกเขาไม่มีบ้านอยู่ ฉันก็สมควรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้แทนอย่างนั้นใช่ไหมคะ"
"เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียว..."
"แต่วิธีการที่คุณกำลังทำอยู่มันก็เป็นแบบนั้น" เฉินชิงแค่นเสียงตอบกลับอย่างเย็นชา
"ฉันให้เวลาพวกคุณมานานมากพอแล้วนะคะ ถ้าพวกคุณยังไม่คิดจะดำเนินการตามแผนที่ฉันวางไว้ให้ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะยื่นเรื่องขอย้ายไปสร้างโรงงานที่เซี่ยงไฮ้แทนหรอกค่ะ"
[จบบท]