บทที่ 501: ฟู่ซูเยี่ยนมา
เฮ่ออวี้ถิงค่อยๆ โก้งโค้งตัวเล็กๆ ของเธอ ลอดผ่านกลุ่มลุงป้าน้าอาที่กำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ เมื่อเดินอ้อมมาจนถึงหน้าบ้านของอ่ายเจี่ยวหู่ เธอก็กวักมือเรียกเด็กสาวอีกคนที่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น
"เยี่ยนเยี่ยน มานี่หน่อยสิ"
เฉียนเยี่ยนเฟินเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่แห่งนี้ด้วยความรู้สึกสับสนและไม่คุ้นชิน ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกคนหนึ่งในบ้านยังเป็นอ่ายเจี่ยวหู่ เด็กชายที่เปรียบเสมือนตัวป่วนประจำชั้นเรียนของเธอ
นั่นยิ่งทำให้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นเทาไปหมด ขณะนี้อ่ายเจี่ยวหู่กำลังตะโกนโหวกเหวกโวยวายลั่นมาจากในบ้าน
เสียงของเขาดังแหลมราวกับเสียงหมูที่กำลังจะถูกนำไปเชือดไม่มีผิดเพี้ยน สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความกลัวในใจเธอจนไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปในบ้านหลังนั้น
ทว่า ทันทีที่เฉียนเยี่ยนเฟินเหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมชั้นผู้คุ้นหน้าคุ้นตา เธอก็รีบวิ่งตรงไปหาเฮ่ออวี้ถิงในทันใด
"เสี่ยวอวี้ เธอก็พักอยู่แถวนี้เหรอ แล้วบ้านเธออยู่ตรงไหนจ๊ะ"
"ฉันอยู่บ้านหลังเล็กที่อยู่ถัดจากบ้านพักรวมตรงปากซอยนั่นแหละ"
เฮ่ออวี้ถิงดึงเพื่อนให้ออกมาจากหน้าประตู ก่อนจะกระซิบถามด้วยความสงสัย "อ่ายเจี่ยวหู่เขาเป็นอะไรไปน่ะ"
เฉียนเยี่ยนเฟินตอบเสียงเบาหวิว "เขาอยากไปหาแม่น่ะ พ่อเขาก็เลยตี"
"อีกแล้วเหรอ" เฮ่ออวี้ถิงถอนหายใจออกมาเบาๆ
"แล้วทีนี้จะทำยังไงกันดีล่ะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
อันที่จริง เฉียนเยี่ยนเฟินกับเฮ่ออวี้ถิงรู้จักกันมาเกือบสองปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงกับสนิทสนมกันมากนัก อาจเป็นเพราะช่องว่างระหว่างวัย
เธออายุเก้าขวบแล้ว ในขณะที่เฮ่ออวี้ถิงเพิ่งจะหกขวบเท่านั้น ในช่วงแรกเริ่ม พวกเธอจึงไม่ได้เล่นด้วยกัน และเมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ก็ยังคงเป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้น
"เสี่ยวอวี้ มาเล่นรบกันเถอะ วันนี้ฉันให้เธอเป็นทหารเลย" เสียงเด็กคนหนึ่งตะโกนเรียกมาจากลานกว้าง
เฮ่ออวี้ถิงโบกมือปฏิเสธ "วันนี้ไม่เล่นนะ ฉันมีธุระน่ะ"
เด็กหญิงยืนเท้าคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉียนเยี่ยนเฟิน หลังจากคิดอยู่นาน เธอก็ส่ายหน้าเบาๆ "ฉันก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำยังไงดี"
เฉียนเยี่ยนเฟินนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก็จริงอย่างที่คิด เฮ่ออวี้ถิงเพิ่งจะหกขวบ การที่จะนึกวิธีแก้ปัญหาซับซ้อนของผู้ใหญ่ไม่ออกก็เป็นเรื่องธรรมดา
"งั้นเดี๋ยวฉันกลับบ้านไปหาคุณน้าให้ช่วยก่อนนะ ไว้เจอกัน" เฮ่ออวี้ถิงพูดทิ้งท้าย
เฉียนเยี่ยนเฟินยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำใด เด็กหญิงตัวเล็กก็หันหลังวิ่งกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว
เฮ่ออวี้ถิงวิ่งตรงไปหาคุณน้าของเธอทันทีที่ถึงบ้าน "คุณน้าคะ อ่ายเจี่ยวหู่โดนพ่อตีอีกแล้วค่ะ เราจะทำยังไงดีคะ"
"ทำไมถึงโดนตีอีกล่ะ"
"เขาบอกว่าเขาอยากไปหาแม่ค่ะ" เฮ่ออวี้ถิงรายงานตามที่ได้ยินมา
เฉินชิงนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ "แล้วตอนนี้เขายังโดนตีอยู่หรือเปล่า"
เฮ่ออวี้ถิงส่ายหน้า
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินชิงจึงบอกหลานสาว "งั้นเดี๋ยวหนูเอาเครื่องดื่มไปให้เขาสักขวดนะ จะได้ไม่เจ็บคอ แล้วก็ฝากบอกเขาไปด้วยว่า แม่ของเขากำลังทำผิด เลยต้องไปรับการอบรมอยู่ พอบทเรียนความคิดของเขาผ่านเกณฑ์แล้ว ก็จะได้กลับมาเจอกัน"
"อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เองเหรอคะ ได้ค่ะ"
เฮ่ออวี้ถิงรับคำ แล้ววิ่งไปขอเครื่องดื่มจากพี่ชาย ซึ่งเฮ่ออวี้เสียงก็อนุมัติแต่โดยดี เด็กหญิงจึงอุ้มขวดเครื่องดื่มกลับไปยังบ้านของอ่ายเจี่ยวหู่
อ่ายตงกวามีท่าทีที่เป็นมิตรกับเฮ่ออวี้ถิงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยรู้ดีว่าคุณน้าของเด็กหญิงคนนี้เป็นถึงผู้ใหญ่ในโรงงานเครื่องจักร การได้เกี่ยวดองเป็นเพื่อนเล่นกับลูกหลานผู้บริหารย่อมมีแต่ผลดี เขาคงไม่โง่พอที่จะกีดกันปฏิสัมพันธ์นี้
เขาเปิดประตูห้องของอ่ายเจี่ยวหู่ พลางกำชับเฮ่ออวี้ถิงด้วยรอยยิ้ม "เดี๋ยวถ้าเขาแกล้งหนู บอกลุงได้เลยนะ ลุงจะจัดการเขาให้"
เฮ่ออวี้ถิงพยักหน้าหงึกหงักรับคำอย่างว่าง่าย
ในขณะเดียวกัน เฉียนเยี่ยนเฟินยังคงยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่ธรณีประตู รูปร่างผอมบาง คิ้วจาง จมูกเล็กรับกับใบหน้า ผมของเธอถูกรวบเป็นหางม้าตึงแน่นจนเห็นไรผมที่ชี้ฟูเล็กน้อยบริเวณขมับ
ซึ่งเมื่อต้องแสงไฟในบ้านก็สะท้อนเป็นสีน้ำตาลจางๆ จนทำให้พวกชาวบ้านที่มุงดูอยู่พากันเรียกเธอว่า "ยัยหนูผมเหลือง" แต่ถึงแม้จะถูกล้อเลียนหรือถูกมองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
เธอก็ยังยืนยันที่จะไม่เข้าไปอยู่ในห้องเดียวกับอ่ายเจี่ยวหู่ เพราะสำหรับเธอแล้ว เด็กชายคนนี้น่ากลัวเกินไป
อ่ายเจี่ยวหู่กำลังนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ในห้องมืดๆ เขายังคงไม่เชื่อว่าแม่จะทำร้ายเขาได้ถึงเพียงนี้ เขาอยากไปถามแม่ให้รู้เรื่องว่าทำไมถึงเกลียดเขามากนัก
แม้จะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่เด็กดีที่น่ารักอะไร แต่เขาก็มั่นใจว่าที่ผ่านมาเขาให้ความร่วมมือกับแม่มาโดยตลอด แล้วทำไมแม่ถึงต้องโยนความผิดเรื่องการแท้งลูกมาให้เขาด้วย
เขาร้องไห้คร่ำครวญขอให้พ่อพาไปหาแม่ แต่พ่อก็ไม่ยอม อ่ายเจี่ยวหู่จึงระบายอารมณ์ด้วยการทุบประตูโครมคราม
แต่แล้ว เมื่อประตูเปิดออก คนที่ปรากฏตัวกลับเป็นเฮ่ออวี้ถิงที่อุ้มขวดน้ำอัดลมยี่ห้อเป่ยปิงหยางมาด้วย เด็กชายจึงหยุดการกระทำทุกอย่างลง
"เสี่ยวอวี้ เธอเอาเครื่องดื่มมาให้ฉันเหรอ"
"ใช่จ้ะ นี่คุณน้าของฉันฝากมาให้" เฮ่ออวี้ถิงตอบพลางเดินเข้าไปในห้อง เธอใช้ขวดน้ำอัดลมเคาะกับขอบโต๊ะอย่างชำนาญ ฝาขวดก็เปิดออก
"คุณน้ากลัวว่านายจะร้องไห้จนเจ็บคอ ดื่มสิ แล้วก็...คุณน้าบอกว่าแม่ของนายกำลังไปรับการอบรมความคิดอยู่น่ะ รอให้เขาอบรมเสร็จ ก็จะได้เจอกันแล้ว"
อ่ายเจี่ยวหู่รับขวดไปดื่มอึกๆ รสชาติหวานซ่าของน้ำอัดลมทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เฮ่ออวี้ถิงเอียงคอเกาหัวแกรกๆ เธอนึกสงสัย ไม่ใช่ว่าเขากำลังเสียใจมากหรอกหรือ
อ่ายเจี่ยวหู่ดื่มไปเกือบครึ่งขวดจึงหยุดพัก หันมาพูดกับเฮ่ออวี้ถิง "คุณน้าของเธอเป็นคนดีจริงๆ งั้นฉันจะรอให้แม่ฉันอบรมความคิดสำเร็จก่อน แล้วค่อยไปเจอก็ได้"
"อะ...อ้าว...เหรอ...อื้ม" เฮ่ออวี้ถิงถึงกับประหลาดใจเล็กน้อย
แท้จริงแล้ว อ่ายเจี่ยวหู่เพียงแค่รู้สึกน้อยใจและต้องการคนปลอบโยน หากพ่อของเขาเพียงแค่กอดและปลอบเขาดีๆ เขาก็คงไม่เสียใจมากมายขนาดนี้ แต่พ่อกลับเลือกที่จะตีเขาซ้ำเติม
เขาจึงยิ่งอยากจะทำตัวต่อต้าน ยิ่งพ่อไม่อยากได้ยินชื่อแม่ เขาก็จะยิ่งตะโกนเรียกหา แต่การมาถึงของเฮ่ออวี้ถิง พร้อมกับขวดน้ำอัดลมแห่งมิตรภาพ ทำให้เขาอายเกินกว่าจะร้องไห้ต่อหน้าเธอ เด็กชายจึงตัดสินใจว่า คืนนี้ค่อยแอบร้องไห้เงียบๆ คนเดียวก็ได้
"งั้นเราไปเล่นกันเถอะ" เฮ่ออวี้ถิงเอ่ยชวน
"ไปสิ"
อ่ายเจี่ยวหู่อุ้มขวดน้ำอัดลมยี่ห้อเป่ยปิงหยางเดินออกจากห้องอย่างภาคภูมิ เขาไม่ลืมที่จะหันไปแยกเขี้ยวใส่พ่อและแม่เลี้ยงคนใหม่ พอเห็นเฉียนเยี่ยนเฟินยืนอยู่ เขาก็ชูกำปั้นขึ้นข่มขู่ทันที
"ถ้าเธอกล้าแย่งห้องนอนฉัน ฉันจะอัดเธอให้เละเลย"
เฉียนเยี่ยนเฟินตกใจจนต้องรีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของเฮ่ออวี้ถิง
เฮ่ออวี้ถิงจึงกางแขนทั้งสองข้างออกเพื่อปกป้องเพื่อนใหม่ ทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยจำเป็น "เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันนะ คุณครูเคยสอนว่า เราต้องสามัคคีรักใคร่กัน"
อ่ายเจี่ยวหู่ยกขวดน้ำอัดลมขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ ท่าทางกร่างเหมือนกำลังดื่มเหล้า ก่อนจะสวนกลับเสียงดัง "ฉันไม่เห็นจะได้ยิน"
"ช่างเถอะน่า พวกเราไปเล่นกันดีกว่า" เฮ่ออวี้ถิงไม่ต่อความยาว เธอจูงมือเฉียนเยี่ยนเฟินเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กคนอื่นๆ ในซอยอย่างรวดเร็ว
หลังจากเล่นสนุกอยู่พักใหญ่จนเหนื่อย เฮ่ออวี้ถิงก็กลับเข้าบ้าน เฉินชิงจึงเรียกเธอไว้ "เสี่ยวอวี้ มานี่เร็ว น้ามีอะไรจะให้"
"อะไรเหรอคะ" เด็กหญิงวิ่งเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น
"ปืนไรเฟิลซุ่มยิงกระดาษยังไงล่ะ" เฉินชิงโชว์ผลงานชิ้นโบแดงของเธอ
"น้าพับเองกับมือเลย ดูสิ สวยไหม"
เฮ่ออวี้ถิงเป็นเด็กที่ชอบเล่นบทบาทสมมติแนวบุกตะลุยยิงปะฉะดะ เฉินชิงจึงตั้งใจว่าจะทำปืนกระดาษให้หลานสาวมานานแล้ว แต่เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ยุ่งวุ่นวายกับงานตลอด
จนกระทั่งเย็นวันนี้ที่เธอพอมีเวลาว่าง จึงได้ลงมือทำมันจนสำเร็จ แบบปืนกระดาษนี้เธอได้คำแนะนำมาจากหม่าอ้ายอิง
ทั้งยังตั้งใจเลือกใช้วัสดุอย่างดี ทำให้มันมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ตกพื้นก็ไม่พัง ขอเพียงแค่เก็บให้ห่างจากน้ำ ก็จะสามารถเล่นได้อีกนาน
"ว้าว คุณน้าเก่งที่สุดเลย" เฮ่ออวี้ถิงร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายขณะโอบรับปืนกระดาษนั้นไว้
"หนูชอบมากที่สุดเลยค่ะ"
เฉินชิงยิ้มอย่างอ่อนโยน ลูบหัวหลานสาวเบาๆ "ชอบก็ดีแล้ว รีบไปอาบน้ำเถอะจ้ะ"
"ค่ะ"
เฮ่ออวี้ถิงนำปืนกระดาษสุดที่รักไปเก็บไว้ใน "กล่องสมบัติ" ของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเดินฮัมเพลงไปเลือกเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ
หม่าอ้ายอิงที่มองดูอยู่เงียบๆ อดคิดไม่ได้ว่าเฉินชิงกับเฮ่อหย่วนนั้นค่อนข้างตามใจเด็กๆ อยู่พอสมควร สองสามีภรรยาดูจะมีความสุขกับการประดิษฐ์ของเล่นต่างๆ ให้เฮ่ออวี้ถิงเสมอ
เธอยังเคยแอบเห็นกล่องเครื่องประดับส่วนตัวของเด็กหญิง ซึ่งภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยกิ๊บติดผมและยางรัดผมสารพัดสีสันและลวดลาย
ซึ่งทุกชิ้นล้วนเป็นแบบที่ไม่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป ทำเอาเธอซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วยังอดที่จะรู้สึกอิจฉาเฮ่ออวี้ถิงขึ้นมาไม่ได้
เมื่อเฮ่ออวี้ถิงอาบน้ำสระผมเสร็จเรียบร้อย เธอก็รีบนำปืนกระดาษกระบอกใหม่ไปอวดพี่ชายทันที "พี่จ๋าดูสิคะ สวยไหม"
"อื้ม สวย"
เมื่อช่วงเย็น คุณน้าก็ถามเขาเช่นกันว่าอยากได้ปืนแบบไหน และเขาได้เลือกปืนพกไป
เฮ่ออวี้เสียงหยิบปืนพกกระดาษของเขาออกมาให้ย้องสาวดูบ้าง "แล้วอันนี้ล่ะ สวยไหม"
"เท่มากเลยค่ะ"
ดวงตาของเฮ่ออวี้ถิงเปล่งประกายระยิบระยับ
ปืนพกในมือพี่ชายดูเท่มาก และพี่ชายที่ถือปืนพกก็ดูเท่มากเช่นกัน
เฮ่ออวี้เสียงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามปกติ "เดี๋ยวถ้าหนูอยากเล่น พี่ให้ยืมได้คะ"
"ได้เลย งั้นพี่ก็จะให้น้องยืมกระบอกนี้เหมือนกัน"
หลังจากสองพี่น้องทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนของเล่นกันเรียบร้อยแล้ว เฮ่ออวี้ถิงก็กลับห้องไปนอนหลับฝันดี
เฮ่ออวี้เสียงก็นอนเช่นกัน เขาตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปซื้อเนื้อที่สหกรณ์การค้าและการตลาด เขาซื้อมาทั้งหมด 2 จิน แบ่งเป็นหมูสามชั้น 1 จิน สำหรับทำเมนูหมูตุ๋นเหมยไช่กาน และมันหมูแข็งอีก 1 จิน เพื่อนำมาเจียวทำน้ำมันหมูเก็บไว้ใช้
ทว่า ในขณะที่เฮ่ออวี้เสียงกำลังถือห่อเนื้อเดินกลับบ้าน เขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นร่างของคนผู้หนึ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบที่นี่
ฟู่ซูเยี่ยน
[จบบท]