บทที่ 564: แผนงานของแผนกต่างๆ
หัวหน้าแผนกเย็บผ้าซึ่งเฉินชิงเป็นผู้แต่งตั้งเองกับมือ คือสหายหญิงที่อาวุโสที่สุดในบรรดาผู้เข้าร่วมประชุม
แม้ว่าเส้นผมของเธอจะเริ่มมีสีเงินของวัยแซมประปราย ทว่ารูปร่างของเธอกลับยังคงตั้งตรงอย่างน่าชื่นชม เธอมองผ่านเลนส์แว่นสายตาสำหรับผู้สูงอายุขึ้นมา ก่อนจะเริ่มต้นรายงานแผนงานของเธออย่างชัดถ้อยชัดคำ
"ในเมื่อผู้จัดการโรงงานให้ฉันทำแผน ฉันก็กลับไปคิดมาอย่างจริงจังเลยค่ะว่าในอนาคตฉันจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง”
“ซึ่งหลักๆ ก็จะเน้นเรื่องประสิทธิภาพกับกระบวนการทำงาน โดยฉันเสนอให้จัดตั้งระบบควบคุมคุณภาพสามระดับเลยคือ ตรวจชิ้นงานแรก สุ่มตรวจระหว่างทำ แล้วก็เปรียบเทียบชิ้นงานสุดท้ายค่ะ"
"เราต้องไม่ปล่อยให้สินค้ามีตำหนิแม้แต่ชิ้นเดียวหลุดออกจากแผนกของเราไปได้เด็ดขาด"
"นอกจากนี้ ฉันขอเสนอให้ตั้ง 'กลุ่มเฉพาะกิจด้านเทคนิค' ขึ้นมา เพื่อใช้ศึกษาตัวอย่างแบบเสื้อผ้าที่ซับซ้อนจากต่างประเทศโดยเฉพาะ แล้วก็แก้ไขปัญหาด้านกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากต่างๆ ค่ะ"
เฉินชิงพยักหน้ารับฟัง ก่อนจะสอบถามถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ "ระบบควบคุมคุณภาพสามระดับเริ่มได้ทันทีเลยค่ะ แต่เรื่องกลุ่มเฉพาะกิจด้านเทคนิคนี่”
“ทั้งเรื่องงบประมาณ จำนวนคนที่จะดึงตัวมา แล้วจะไปหาตัวอย่างแบบจากที่ไหน หัวหน้าหวังได้เขียนรายละเอียดไว้บ้างรึเปล่าคะ"
หัวหน้าหวังมีคำตอบเตรียมไว้แล้ว
"เรื่องงบประมาณ คงต้องหารือกับหัวหน้าเถียนจากแผนกการเงินก่อนถึงจะได้คำตอบที่ชัดเจนค่ะ ส่วนจำนวนคนที่จะดึงตัวมา ฉันมีคนที่คิดไว้ในใจแล้ว ในแผนกเย็บผ้าของเรามีสหายหลายคนที่ทำผลงานได้ดีมาก”
“ทำงานไวแล้วก็เรียบร้อย แถมยังเรียนรู้เร็วกว่าคนอื่นด้วย ฉันคิดว่าถ้าเราต้องการพัฒนาในระยะยาว เราจำเป็นต้องสร้างบุคลากรเก่งๆ เอาไว้ค่ะ”
“ฉันเลยอยากจะแนะนำพวกเขา ส่วนเรื่องการจัดหาตัวอย่างแบบเสื้อผ้า...คงต้องพึ่งพางานมหรกรรมการค้ากวางเจาเท่านั้นค่ะ"
หัวหน้าหวังยื่นเอกสารรายชื่อและแผนการโดยละเอียดให้เฉินชิงดู เฉินชิงรับมาตรวจสอบ และพบว่าในรายชื่อพนักงานดีเด่นนั้นมีสามชื่อที่เธอค่อนข้างคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เพราะทั้งสามคนนี้คือกลุ่มคนที่กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อชิงตำแหน่งคนงานต้นแบบในช่วงปลายปีนี้นั่นเอง
พวกเธอแต่ละคนสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับคนสองคน ไม่เพียงแต่รวดเร็ว แต่ยังมีคุณภาพสูง เครื่องจักรของพวกเธอทำงานส่งเสียงดังตั๊กๆๆๆ แทบจะไม่มีการหยุดพักเครื่องเลย
"แผนนี้เรามาคุยในรายละเอียดกันได้ค่ะ เพราะการพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ ยิ่งโรงงานเสื้อผ้าของเราตัดเย็บแบบเสื้อผ้าได้หลากหลาย เราก็จะยิ่งทำเงินได้มากขึ้น"
"ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้นเลย" หัวหน้าหวังพยักหน้าอย่างจริงจัง
เฉินชิงจึงให้คนถัดไปนำเสนอ หัวหน้าแผนกตัดเย็บไม่ได้มีเนื้อหาอะไรใหม่มากนัก เนื่องจากปัจจุบันแผนกของเธอก็ประหยัดผ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่แล้ว
คนต่อมาคือสหายอู๋ฉางเจียงจากห้องรีด ซึ่งเขานับเป็นสหายชายอีกคนนอกเหนือจากเว่ยเจี้ยนผิงและเว่ยต้าเจียงที่อยู่ในห้องประชุมนี้
อู๋ฉางเจียงลุกขึ้นรายงานอย่างกระฉับกระเฉง "ผมวางแผนที่จะสร้าง 'บัตรมาตรฐานกระบวนการรีดผ้า' ครับ โดยจะกำหนดอุณหภูมิ แรงกด และเวลาที่เหมาะสมสำหรับเนื้อผ้าและรูปแบบที่แตกต่างกัน”
“เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และผมยังต้องการจัดทำโต๊ะตรวจสอบด้วยแสงไฟ โดยเสื้อผ้าทุกตัวที่รีดเสร็จแล้วจะต้องถูกนำมาตรวจสอบใต้แสงไฟ”
“เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเศษด้าย ไม่มีคราบสกปรก ไม่มีรอยเงา ไม่มีรอยไหม้ แต่จะต้องเรียบเนียนเหมือนกระจกครับ นี่เป็นวิธีของ...คนที่ผมรู้จักคนหนึ่ง ซึ่งจะรับประกันได้ว่าเสื้อผ้าของเราทุกตัวจะเรียบกริบและไม่มีตำหนิใดๆ เลยครับ"
เฉินชิงเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดที่ดูเหมือนมีความลับซ่อนอยู่ของเขา "ถ้าหัวหน้าอู๋มีวิธีที่ดีกว่าในการปรับปรุงคุณภาพการรีดผ้า ก็ดำเนินการได้เลยค่ะ หากจำนวนคนไม่พอ ก็ยื่นเรื่องขอรับสมัครคนงานเพิ่มได้"
"ครับ" อู๋ฉางเจียงตอบรับด้วยความยินดี ในที่สุดเขาก็ได้มีโอกาสแสดงความสามารถเล็กๆ น้อยๆ ในที่แห่งนี้เสียที ไม่เสียแรงที่เขาอุตส่าห์ใช้เวลาทำแผนงานนี้นานมาก
หลังจากนั้น เฉินชิงก็นั่งฟังข้อเสนอแนะจากหัวหน้าแผนกคนอื่นๆ ซึ่งมีทั้งแผนงานที่ดีและแผนงานที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไข คนที่ทำให้เธอรู้สึกประทับใจที่สุดกลับเป็นสหายเหลยซงเยว่ หัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน
ทันทีที่เหลยซงเยว่ลุกขึ้นยืน บุคลิกและท่วงท่าของเธอก็ดูสง่างามสมกับตำแหน่ง "สหายทุกคนคะ เกี่ยวกับการพัฒนาโรงงานโดยรวม ฉันขอพูดถึงสิ่งที่เราควรทำ”
“ข้อแรก เราจะศึกษานโยบายการส่งออกและพลวัตของตลาดต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง เช่น กระแสแฟชั่นที่กำลังเกิดขึ้นในต่างประเทศ”
“เราจะจัดการเรียนรู้เรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าแนวทางการผลิตและการออกแบบของโรงงานทั้งหมดจะไม่เบี่ยงเบนไปจากทิศทาง และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการค้าต่างประเทศของประเทศค่ะ"
เธอกล่าวต่ออย่างหนักแน่น "ในขณะเดียวกัน เราต้องควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เราต้องตอกย้ำจิตสำนึกที่ว่า 'คุณภาพคือภาพลักษณ์ของประเทศ' ให้ฝังลึกลงไปในหัวใจของคนงานทุกคน”
“ข้อสอง การแข่งขันการทำงาน 'ผู้บุกเบิกการสร้างรายได้' ประจำเดือน การประเมินเพื่อมอบธงแดงและยกย่องต้นแบบในทุกเดือน จะยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิม”
“แต่สิ่งสำคัญคือ เราไม่เพียงแต่จะให้รางวัลแก่คนที่ก้าวหน้าเท่านั้น แต่เรายังต้องช่วยเหลือคนที่ยังล้าหลังด้วย”
“เราต้องทำให้คนงานรู้ว่า ทุกฝีเข็มที่พวกเขเย็บนั้น กำลังช่วยเสริมสร้างการพัฒนาสังคมนิยม และการทำงานอย่างหนักของพวกเขา รัฐบาลรับรู้และมองเห็นค่ะ"
เฉินชิงฟังแล้วรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง นี่คือลูกน้องที่ช่วยแก้ปัญหาที่เธอหนักใจได้อย่างตรงจุดจริงๆ แต่เมื่อมองไปรอบๆ ที่ประชุม เธอก็เห็นว่าคนอื่นๆ ยังคงกังวลเกี่ยวกับแผนการที่เธอกำหนดไว้ก่อนหน้านี้
เฉินชิงจึงรวบรวมความคิดเห็นของพวกเขาเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มพูดถึงสามแผนงานที่เธอเคยเสนอไว้ ทุกคนในที่ประชุมต่างมองหน้ากันไปมา แล้วเริ่มตั้งใจฟังอย่างสงบเสงี่ยม
"เมื่อวานนี้ฉันได้ไปพบกับผู้อำนวยการสำนักงานการค้าต่างประเทศมาค่ะ ผลการหารือของเราคือ หากเราสามารถสร้างแผนพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อโรงงานเสื้อผ้าได้ ทางสำนักงานการค้าต่างประเทศก็จะอนุมัติเงินทุนก้อนหนึ่งให้กับโรงงานของเรา"
สิ้นคำพูดของเธอ ทุกคนในที่ประชุมก็แสดงความดีใจออกมาอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องกู้เงินแล้ว
"นั่นยอดเยี่ยมไปเลย" เถียนเมิ่งหย่าร้องออกมาอย่างโล่งอก
ในทางกลับกัน ความรู้สึกไม่สมดุลกลับก่อตัวขึ้นในใจของเว่ยเจี้ยนผิง เขากำลังคิดถึงคำกล่าวที่ว่ามังกรที่แข็งแกร่งก็ยากจะกดหัวงูเจ้าถิ่นได้ นี่เฉินชิงกำลังเยาะเย้ยเขาอย่างชัดเจนว่าไม่มีเส้นสายในพื้นที่นี้
คอยดูเถอะ เขาจะต้องเร่งสร้างเครือข่ายของตัวเองบ้างแล้ว เขาจะจัดการพบปะผู้คนให้มากขึ้น และสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ให้จงได้
ส่วนเรื่องเงินค่าอาหาร...ก็คงต้องให้ครอบครัวประหยัดรัดเข็มขัดไปอีกหลายเดือน รอให้เขาพัฒนาจนตั้งตัวได้ แล้วค่อยกลับไปมีชีวิตที่ดี
เฉินชิงไม่รู้เลยว่าเว่ยเจี้ยนผิงกำลังคิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น เหตุผลที่เธอประกาศข่าวนี้ออกมา ก็เพียงเพื่อต้องการให้ทุกคนรู้สึกสบายใจขึ้นเท่านั้น "ดังนั้น เรามาคุยรายละเอียดเกี่ยวกับสามแผนกที่ฉันเคยพูดถึงกันก่อนหน้านี้ดีกว่าค่ะ"
ทุกคนในตอนแรกก็รู้สึกว่าไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะนี่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และในตอนนี้ เมื่อมีแรงสนับสนุนจากรัฐบาลมาเกี่ยวข้อง ทุกคนก็ยิ่งตั้งใจฟังแผนการของผู้จัดการโรงงาน พลางพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแข็งขัน
เฉินชิงรู้สึกว่าพวกเขาดูเหมือนหุ่นยนต์ไปหน่อย เธอพูดอะไร พวกเขาก็พยักหน้าตามไปหมด เธอจึงตัดสินใจรวบรัด อ่านแผนการที่เธอเตรียมมาทั้งหมดรวดเดียวจบ และทุกคนก็ยังคงพยักหน้าเห็นด้วยเช่นเดิม
เฉินชิง "..." เอาเถอะ แบบนี้ก็ได้
"แผนงานฉบับสมบูรณ์ ฉันจะให้คนพิมพ์ดีดพิมพ์ออกมาอีกครั้ง เพื่อยื่นต่อสำนักงานการค้าต่างประเทศค่ะ"
ทุกคนต่างพยักหน้ารับคำอย่างพร้อมเพรียง ต่างก็ตื่นเต้นกับการที่จะได้เงินทุนโดยไม่ต้องกู้ยืม แต่เฉินชิงกลับยังคงคิดเรื่องการกู้ยืมอยู่...ไม่ใช่ตอนนี้
แต่ก็คงอีกไม่นาน เพราะเธอต้องการขยายขนาดโรงงาน และการรอเงินอนุมัติตามกระบวนการที่เชื่องช้าของสำนักงานการค้าต่างประเทศเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอแน่นอน
หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง เฉินชิงก็กลับมาทำงานที่ห้องทำงานของเธอ โดยหลักคือการจัดการกับแผนงานที่เหล่าหัวหน้าแผนกเสนอมา เพื่อดูว่าแผนไหนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและมีศักยภาพในการพัฒนาต่อ
วันเวลาในช่วงปลายปีผ่านไปราวกับติดล้อ มันหมุนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความยุ่งเหยิง เฉินชิงเกือบจะลืมเรื่องที่เธอเคยไหว้วานให้เมิ่งฮวนฮวนไปสืบมา
จนกระทั่งช่วงปลายเดือนมกราคม เมิ่งฮวนฮวนก็มาหาเธอ ทำให้เฉินชิงนึกขึ้นได้และรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา
"สืบมาได้หรือยัง"
"สืบมาได้แล้ว เธอเคยได้ยินเรื่องการสลับตัวเด็กบ้างหรือเปล่า"
"เคยได้ยินนะ"
"ผู้หญิงคนที่สลับลูกสาวออกไป ถูกพ่อสามีทุบตีอย่างหนัก ตอนที่เธอหนี ลูกสาวคนโตก็หนีไปกับเธอด้วย แล้วทั้งคู่ก็กลิ้งตกบันได”
“บันไดในตอนนั้นมีของวางสุมไว้เยอะมาก ลูกสาวคนโตของเธอเลยตกกระแทกจนเสียชีวิต ส่วนท้องของเธอก็ถูกแผ่นเหล็กแหลมคมแทงทะลุ หมอวินิจฉัยแล้วว่าเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกต่อไป"
เมิ่งฮวนฮวนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสลด "สามีของเธอก็อยากจะหย่า ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเหมือนคนสติแตก ร้องไห้ทุกวันอยู่แล้ว ต่อมาลูกสาวคนเล็กก็ไม่มีน้ำนมกิน กินไม่อิ่ม จนทำให้เป็นไข้ เป็นๆ หายๆ อยู่หลายครั้ง”
“ล่าสุดเพิ่งจะได้รับการวินิจฉัยว่าสมองอาจจะ...มีปัญหาเล็กน้อย ตอนนี้เธอก็เลยอยู่ในโรงพยาบาลในสภาพสติฟั่นเฟือนไปแล้ว"
"พ่อสามีของเธอเป็นบ้าอะไร ทำไมอยู่ๆ ต้องไปตีคนด้วย"
"ก็เพราะลูกสะใภ้ไปสลับตัวเด็กไง เขาเลยรู้สึกอับอายขายขี้หน้า"
"ฉันจำได้ว่าเถียนเมิ่งหย่าเคยบอกว่า บทลงโทษของเธอถูกกำหนดไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ว่ารอให้ลูกครบ 100 วันแล้วค่อยไปรับการดัดสันดานด้วยแรงงาน"
"ใช่ เป็นแบบนั้น แต่ว่า...ทำไมเธอถึงดูตื่นเต้น กับเรื่องนี้จังเลยล่ะ เฉินชิง" เมิ่งฮวนฮวนถามกลับอย่างช่างสังเกต
[จบบท]