บทที่ 74: ตำแหน่งที่ไม่ได้อยากเป็น
การแข่งขันประลองฝีมือของโรงงานเครื่องจักรกลที่ได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมานานหลายปี
แต่เรื่องที่จะได้ลงในคอลัมน์ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักพิมพ์ ที่จะต้องเปรียบเทียบกับกิจกรรมวันกองทัพของโรงงานอื่นๆ ด้วย โดยปกติแล้วแค่เพียงได้พื้นที่ข่าวเล็กๆ ใต้หัวข้อหลักของหน้าหนึ่ง ก็ถือว่าบรรลุภารกิจที่ตั้งไว้แล้ว
แต่การที่เฉินชิงสามารถคว้าพื้นที่พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งมาได้นั้น เรียกได้ว่าเกินความคาดหมายไปไกลโข!
ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อหาในสุนทรพจน์เปิดงานที่เธอเอ่ยยกย่องคณะกรรมการปฏิวัติ รวมถึงการกล่าวชื่นชมเหล่าช่างฝีมืออาวุโส ก็ถูกนำมาตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์อย่างครบถ้วนทุกถ้อยคำ
แน่นอนว่าส่วนที่กล่าวถึงคณะกรรมการปฏิวัติถูกทุกคนพร้อมใจกันมองข้ามไป แต่ส่วนที่เธอชื่นชมเหล่าช่างฝีมืออาวุโสนั้น กลับกลายเป็นต้นแบบให้โรงงานอื่นๆ นำไปปรับใช้ จนกลายเป็นธรรมเนียมที่ขาดไม่ได้ในงานวันกองทัพปีต่อๆ มา
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนส่วนใหญ่กลับเป็นภาพของหญิงสาวแสนสวยคนนั้น
ภาพของเธอยืนสงบนิ่งอยู่บนเวทีด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและไม่หวั่นไหว เส้นสายตั้งแต่ลำคอจรดหัวไหล่ดูสง่างาม บุคลิกโดดเด่นเหนือใคร จากภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ สามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีความสง่างามและความองอาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
เพียงภาพเดียวก็สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นอย่างมิอาจลืมเลือน
คนในโรงงานเครื่องจักรกลต่างรู้ดีว่าเฉินชิงคือนางฟ้าประจำโรงงานอย่างไม่มีข้อกังขา แต่จำนวนคนที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเธอนั้นกลับมีไม่มากนัก หลายคนเมื่อเห็นหญิงสาวที่งดงามก็มักจะหลีกเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อมีหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ทุกคนจึงได้ยลโฉมเธออย่างเต็มตา
ใบหน้าของเธอมีโครงหน้าที่เรียบเนียนและองค์ประกอบที่ดูกลมกลืนกันอย่างลงตัว เพียงแรกเห็นก็ทำให้หัวใจเต้นแรง แต่ในขณะเดียวกันก็กลับรู้สึกอบอุ่นและสบายใจอย่างน่าประหลาด
บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในโรงงานต่างก็เอ่ยชมว่าเฉินชิงมีราศีจับ โดยเฉพาะนัยน์ตาคู่นั้นที่เปรียบดั่งสารทฤดูที่กระจ่างใสและสงบนิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง
คิ้วโก่งงามดุจขุนเขาในม่านหมอก หากจะใช้คำพูดของคนโบราณก็คงต้องบอกว่า เธอเป็นคนที่มี ‘พลังชีวิต’ เปี่ยมล้น
“เฉินชิงนี่สวยจริงๆ เลยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ นางฟ้าประจำโรงงานของเราเลยนะ เพื่อนร่วมชั้นเก่าของฉันยังมาไถ่ถามเรื่องราวของเธอเลย”
“อย่าว่าแต่คนอื่นเลย เฮ้อ ลูกชายฉันที่เรียนมัธยมปลายน่ะสิ มาถามว่าพอจะแนะนำให้รู้จักกับเฉินชิงได้ไหม ดูสิเจ้าเด็กคนนี้ ไม่เจียมตัวเลย”
“ฮ่าๆๆๆ พอหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกมา นางฟ้าประจำโรงงานของเราก็ดังเป็นพลุแตกแล้วล่ะ คราวนี้คนที่มาทาบทามสู่ขอต้องต่อคิวกันยาวเหยียดแน่!”
***
ขณะที่คนในโรงงานเครื่องจักรกลกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส คนแรกที่ได้เห็นข่าวของเฉินชิงกลับไม่ใช่เฮ่อหย่วน ไม่ใช่หยางซิวจิ่น หรือแม้กระทั่งตัวเฉินชิงเอง แต่เป็นเยวี่ยอวี้จู!
เยวี่ยอวี้จูแทบจะขบกรามจนแหลกละเอียด
เช้านี้ทันทีที่รู้ข่าว เธอก็รีบวิ่งไปยังที่ทำการไปรษณีย์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนปกติ เมื่อมองผ่านตู้กระจกใสของสหกรณ์การค้าและการตลาด เธอก็ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หนานฟางรึเป้า
หนังสือพิมพ์ถูกติดไว้จนเต็มกระดานประชาสัมพันธ์ ทำให้กระดานข่าวที่ดูธรรมดากลับดูมีสีสันขึ้นมาในพริบตา และที่ตรงนั้น...ที่จริงแล้วมันควรจะเป็นของเธอ!
“สหาย จะรับหนังสือพิมพ์ไหมคะ” เสียงของพนักงานขายปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ ขณะที่คนข้างหลังก็เริ่มส่งเสียงเร่งเร้า
เยวี่ยอวี้จูรีบควักเงินออกมาด้วยท่าทีลนลาน ก่อนจะคว้าหนังสือพิมพ์แล้วรีบกลับบ้านไป
“ทำไมกัน?”
เยวี่ยอวี้จูกุมศีรษะของตัวเอง พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดของตัวเองในกระจก เธอตกใจสุดขีดจนเผลอปัดกระจกตกลงสู่พื้น
‘เพล้ง!’
กระจกแตกละเอียดเป็นลายใยแมงมุม ภาพสะท้อนอันบิดเบี้ยวของเยวี่ยอวี้จูในเศษกระจกยิ่งทำให้เธอดูน่าสมเพช เธอมองภาพนั้นด้วยลมหายใจที่หอบกระชั้น ก่อนจะระบายความโกรธทั้งหมดลงบนหนังสือพิมพ์ ฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับหิมะโปรย!
เมื่อสามวันก่อนคืองานประลองฝีมือ แต่เมื่อสองวันก่อนเธอกลับถูกตรวจสอบและพบว่างานวิจัยของเธอไม่ได้มาตรฐาน จนถูกลดขั้นให้กลับไปทำงานในแผนกผลิต คำสั่งย้ายนั้นถูกเขียนขึ้นโดยเฮ่อหย่วนด้วยตัวเอง มันสร้างความเจ็บปวดให้หัวใจของเธอราวกับถูกควักออกมาทั้งเป็น
ในช่วงเวลาที่เธอตกต่ำที่สุด นักข่าวคนนั้นก็ราวกับตาบอดสนิทที่ปล่อยให้เฉินชิงได้เฉิดฉายขึ้นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง ทั้งที่เธอก็เป็นพิธีกรในงานนั้นเช่นกัน แต่กลับถูกรัศมีความงามของเฉินชิงบดบังจนกลายเป็นอากาศธาตุไปเสียอย่างนั้น!
“อ๊าาาาาาาา!!!!”
เยวี่ยอวี้จูกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ในห้องของตัวเอง
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนหยิบยื่นโอกาสให้เฉินชิงเองกับมือ คนที่ได้อยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในวันนี้ก็ต้องเป็นเธอ! ทำไมคนที่เคยยอมให้เธอรังแกได้ตามใจชอบถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้!
“อวี้จู! ตะโกนโวยวายอะไรของแก! ได้เวลาไปทำงานแล้วนะ! อุตส่าห์ได้เป็นนักวิจัยดีๆ ก็รักษาไว้ไม่ได้ ต้องกลับไปอยู่แผนกผลิตให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะ ยังไม่รีบไปทำตัวให้ดีๆ อีกหรือไง อยากจะตกงานใช่ไหม?!”
เสียงตวาดของผู้เป็นพ่อดังมาจากนอกห้อง เยวี่ยอวี้จูได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินลงมาอาบแก้ม
เมื่อมาถึงโรงงาน เสียงชื่นชมที่ทุกคนมีต่อเฉินชิงก็ยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอ โดยเฉพาะเมื่อมีคนนำเธอไปเปรียบเทียบกับเฉินชิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำราวกับจะลุกเป็นไฟ
คอยดูเถอะ...เธอจะเอาคืนอย่างสาสม!
เมื่อเฉินชิงเดินทางมาถึงโรงงาน หัวหน้าหลิวก็ตรงเข้ามาลากตัวเธอไปอบรมทันที
เฉินชิงพยักหน้ารับคำไปอย่างนั้น ขณะที่ในมือก็ยังคงแทะมันเทศหวานไปด้วย เธอยังหักชิ้นเล็กๆ ส่งให้เถียนเมิ่งหย่าที่เดินผ่านมา
“ลองชิมดูสิ มันเทศล็อตนี้เพิ่งมาส่งใหม่ๆ หวานอร่อยมากเลยนะ”
“จ้ะ” เถียนเมิ่งหย่ายิ้มรับ ก่อนจะชูหนังสือพิมพ์ในมือขึ้นมา
“รูปของเธอสวยมากจริงๆ”
“เฮะๆ ฉันก็ว่าอย่างนั้น” เฉินชิงเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ พลางยกยิ้มสดใส
“ชอบหรือเปล่าล่ะ?”
แก้มและใบหูของเถียนเมิ่งหย่าก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา
“พูดจาไร้สาระ”
“ได้ยินไหมล่ะ เขาว่าเธอพูดจาไร้สาระ! ต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวบ้าง อย่าทำตัวเป็นอันธพาลไปทั่ว เถียนเมิ่งหย่าเขาเป็นผู้หญิงนะ ไปแกล้งเขาทำไม!”
เส้นเลือดบนหน้าผากของหัวหน้าหลิวเต้นตุบๆ
เฉินชิงสวนกลับหน้าตาเฉย “ฉันว่าหัวหน้าก็แค่อิจฉาที่ฉันมีมันเทศกินนั่นแหละ”
หัวหน้าหลิวถึงกับควันออกหู
“ฉันจะอิจฉาเธอทำไมกัน! บ้านฉันมีทั้งเส้นหมี่ทั้งไข่ให้กินทุกวัน ชีวิตดีกว่าเธอตั้งเยอะ!”
“งั้นฉันไปกินข้าวบ้านหัวหน้าได้ไหมคะ!”
หัวหน้าหลิว “เธอ...เธอ...”
ขณะเดียวกัน ผู้จัดการเสิ่นที่กำลังเดินขึ้นมาจากชั้นหนึ่งเพื่อไปยังห้องทำงานก็บังเอิญเห็นภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคยนี้เข้าพอดี เขาจึงหันไปเอ่ยถามเลขานุการที่เดินตามมา
“นายเอาคำสั่งของฉันไปให้หัวหน้าหลิวแล้วใช่ไหม”
เลขานุการตอบรับ “ให้เรียบร้อยแล้วครับ”
“ดีมาก”
ผู้จัดการเสิ่นพยักหน้าอย่างพอใจแล้วเดินขึ้นบันไดต่อไป
เขาเองก็ได้อ่านหนังสือพิมพ์แล้วเช่นกัน สำหรับเขาแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของเฉินชิงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินของเธอ
เป้าหมายของเขาคือการเข้าไปมีตำแหน่งในคณะกรรมการปฏิวัติ และเหตุการณ์ครั้งนี้ของเฉินชิงก็ช่วยผลักดันให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายนั้นไปอีกขั้นหนึ่ง เรื่องน่ายินดีขนาดนี้จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
เมื่อลูกน้องสร้างผลงานที่น่าพอใจ การให้รางวัลตอบแทนก็เป็นเรื่องธรรมดา
ตำแหน่งหัวหน้าทีมในคณะกรรมการโรงงานที่ว่างอยู่นั้น เฉินชิงเหมาะสมที่สุดแล้ว
หัวหน้าหลิวที่เพิ่งได้รับคำสั่งแต่งตั้งมาสดๆ ร้อนๆ จึงได้ลากตัวเฉินชิงมาเพื่อแจ้งข่าว “เธอรู้เรื่องที่จะได้เป็นหัวหน้าทีมแล้วใช่ไหม?”
เฉินชิงถึงกับสำลัก “เรื่องอะไรนะคะ?”
ข่าวที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวนี้เกือบจะทำให้มันเทศติดคอเธอตาย
หัวหน้าหลิวมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย
“คือว่า...เรื่องงานประลองฝีมือที่ผ่านมาเธอทำได้ดีมาก ทางโรงงานเลยตัดสินใจมอบตำแหน่งหัวหน้าทีมที่ว่างอยู่ในคณะกรรมการโรงงานให้เธอ”
“ฉันไม่เอาค่ะ!”
เฉินชิงปฏิเสธเสียงแข็งในทันที
ตำแหน่งหัวหน้าทีมในคณะกรรมการโรงงานน่ะหรือ? นั่นมันตำแหน่งกระโถนท้องพระโรงดีๆ นี่เอง งานก็หนักที่สุด โดนด่าก็บ่อยที่สุด เพื่อเงินพิเศษแค่ไม่กี่หยวน มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด
หัวหน้าหลิวกระทืบเท้าอย่างขัดใจ
“ไม่เอาก็ต้องเอา!”
“เดี๋ยวก่อนสิคะ นี่พวกหัวหน้าจะมาเนรคุณกันแบบนี้เหรอคะ อย่างน้อยฉันก็สร้างชื่อเสียงให้โรงงานไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อะไรกัน ให้ฉันไปเป็นหัวหน้าทีม เงินเดือนเพิ่มขึ้นกระจิริด แต่งานเพิ่มขึ้นเป็นภูเขา ถ้าฉันยอมรับก็เท่ากับว่าสมองฉันโดนลาเตะมาน่ะสิคะ”
“นี่เธอพูดจาภาษาอะไรของเธอ” หัวหน้าหลิวยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม
หัวหน้าทีมจากแผนกอื่นๆ พอได้ยินว่ามีเหยื่อรายใหม่กำลังจะถือกำเนิด ก็พากันออกมามุงดูอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นท่าทีปฏิเสธอย่างแข็งขันของเฉินชิง พวกเขาก็แสร้งทำเป็นเข้ามาไกล่เกลี่ยด้วยรอยยิ้ม
“เฉินชิง อย่าไปเถียงกับหัวหน้าหลิวเลยนะ”
“ใช่ๆ ต้องรู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่สิ”
“เป็นหัวหน้าทีมก็มีข้อดีเยอะแยะนะ ทั้งตั๋วปันส่วนเนื้อสัตว์ ตั๋วผ้า ตั๋วอุตสาหกรรมที่ได้เพิ่มทุกเดือน ไหนจะตั๋วสารพัดอย่างอีก”
“พอถึงสิ้นปี เธอก็ยังได้ส่วนแบ่งโบนัสก้อนใหญ่อีกด้วยนะ มันไม่ดีตรงไหนกัน!”
ทุกคนต่างมองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความสนุกสนาน
เฉินชิงเหลือบมองพวกเขาด้วยหางตาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะก้มลงกัดมันเทศในมือคำโตอย่างไม่ใส่ใจ
หัวหน้าหลิวโบกมือไล่พวกหัวหน้าทีมขี้แซวกลุ่มนั้นไป ก่อนจะหันมาเกลี้ยกล่อมเฉินชิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“เอาเป็นว่า การเป็นหัวหน้าทีมมันก็มีข้อดีอยู่บ้างนะ”
[จบบท]