บทที่ 90: บทลงโทษและรางวัล
เฉินชิงชะโงกหน้าออกมาจากแผ่นหลังกว้างของเฮ่อหย่วน เอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“คุณจะมาบังฉันไว้ทำไมกัน คนอย่างเขาเจ้าคิดเจ้าแค้นจะตาย เดี๋ยวก็ได้พาลมาลงที่คุณหรอก”
“เขาเริ่มมาสักพักแล้วล่ะครับ”
“ว่าไงนะคะ”
เสียงผู้คนจอแจรอบสถานีตำรวจกลบเสียงทุ้มต่ำของเขาจนแทบไม่ได้ยิน เฉินชิงจึงต้องเอ่ยถามซ้ำ
เฮ่อหย่วนส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีอะไรครับ”
ภาพที่เธอโผล่หน้าออกมาจากข้างตัวเขา ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆ ช่างดูน่ารักเสียจนทำให้เขานึกถึงรสชาติหอมหวานของลูกท้อที่เคยกินเมื่อนานมาแล้ว
ปลายนิ้วของเฮ่อหย่วนขยับไหว ความคิดอยากจะสัมผัสผิวนุ่มนั้นแวบเข้ามาในหัว แต่เขาก็ต้องรีบสะบัดมันทิ้งไปเพราะรู้ดีว่ามันเป็นการล่วงเกิน เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง
“แล้วเรื่องหัวหน้าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตกับป้าใหญ่ คุณจะจัดการยังไงต่อ”
เฉินชิงกลับมายืนตัวตรง เอามือเท้าสะเอวพลางใช้ความคิด “ฉันจะบีบให้หัวหน้าคนนั้นขยายเวลาเปิดน้ำให้บ้านพักเรา พร้อมกับยกเว้นค่าน้ำค่าไฟให้ฉันเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แล้วก็ต้องช่วยกระจายข่าวให้คนอื่นรู้ด้วยว่าผลของการรังแกครอบครัวทหารที่สละชีพเพื่อชาติมันเป็นยังไง สรุปง่ายๆ ก็คือ จะต้องไม่มีใครกล้ามายุ่งกับหลานๆ ของฉันอีก”
เธอกล่าวต่ออย่างมีแผนการ “ส่วนป้าใหญ่ ก็ให้มาทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้ฉัน ใครก็ตามที่กล้าพูดจาใส่ร้ายฉันลับหลัง ป้าใหญ่ต้องเป็นคนออกหน้าไปจัดการให้ก่อน ไม่อย่างนั้นฉันจะป่าวประกาศให้ทั่วว่าทั้งหมดเป็นฝีมือการยุยงของป้าใหญ่เอง แล้วก็ต้องจ่ายค่าทำขวัญมาอีกสิบหยวน เงินจำนวนนี้ถ้าเอาไปให้เฮ่ออวี้เสียง เจ้าเด็กนั่นคงดีใจจนเนื้อเต้นแน่”
กรณีของคนทั้งสองไม่ได้เลวร้ายเท่าเยวี่ยอวี้จูที่ขโมยผลงานวิจัยและจงใจทำลายชีวิตคู่ของคนอื่น ความผิดของพวกเขาแม้จะมีอยู่จริง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในถิ่นทุรกันดาร เฉินชิงจึงต้องคิดหาวิธีลงโทษในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกว่า
เฮ่อหย่วนหลุดยิ้มออกมาเบาๆ เขาเอ่ยชมความคิดของเธอ
“เป็นวิธีลงโทษที่ไม่เลวเลยนะครับ”
คำชมนั้นทำให้เฉินชิงอดที่จะยิ้มอย่างภาคภูมิใจไม่ได้ หางตาของเธอยกขึ้นอย่างมีเลศนัย “ใช่ไหมล่ะ บอกแล้วว่าฉันน่ะเก่งจะตาย”
มุมปากของเฮ่อหย่วนโค้งเป็นรอยยิ้มกว้างขึ้นอีก
“แล้วทำไมผมไม่เห็นคุณจัดการป้าอวี๋เลยล่ะ”
เฉินชิงกลอกตาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบ “ป้าอวี๋น่ะอายุมากแล้ว อาการปวดเอวของแกก็ดูจะหนักหนาเอาการ ถ้าเราไปเรียกค่าเสียหายจากแก คงต้องจ่ายอ่วมแน่ ฉันเลยต้องตีปี๊บให้ดัง ทำให้เรื่องมันดูใหญ่โต ให้แกเข้าใจผิดไปว่าฉันมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายได้ แค่บังเอิญลืมเรื่องของแกไปชั่วคราวเท่านั้น แกจะได้ไม่กล้าหืออีก”
“หัวหน้าทีมเฉินนี่ช่างมองการณ์ไกลจังนะครับ” เฮ่อหย่วนเอ่ยชมจากใจจริง
คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของเฉินชิงร้อนผ่าวขึ้นมา เธอแสร้งทำเป็นจ้องเขาเขม็ง
“นี่คุณกำลังแขวะฉันอยู่ใช่ไหมคะ”
“เปล่าเลยครับ” เฮ่อหย่วนรีบปฏิเสธ
เสน่ห์แรกที่ทำให้เขาประทับใจในตัวเฉินชิง ก็คือความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อคนที่เธอรักอย่างไม่ลังเล ความทุ่มเทแบบไม่คิดหน้าคิดหลังของเธอนั้น ทำให้เขารู้สึกว่าหากวันใดได้รับความรักจากผู้หญิงคนนี้ คงจะเป็นเรื่องที่โชคดีและมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เมื่อเห็นแววตาไม่เชื่อของเธอ เฮ่อหย่วนจึงเอ่ยต่อ “ผมชมคุณจริงๆ แล้วก็มีรางวัลให้ด้วยนะ”
“คะ รางวัลอะไรเหรอ” เฉินชิงถามด้วยความอยากรู้
“เตารีดไฟฟ้าครับ”
“จริงเหรอคะ แบบที่เสียบปลั๊กแล้วร้อนเลยน่ะเหรอ”
เฉินชิงเคยเห็นเตารีดที่คนในยุคนี้ใช้กัน มันยุ่งยากและต้องใช้ถ่านร้อนๆ แถมการจะซื้อได้แต่ละอันก็ต้องเก็บสะสมตั๋วปันส่วนสินค้าอุตสาหกรรมนานเป็นครึ่งปี เธอจึงถอดใจไปนานแล้ว แต่พอได้ยินคำว่า ‘เตารีดไฟฟ้า’ จากปากเขา ความหวังก็พลันสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
เฮ่อหย่วนพยักหน้ารับ “กลับถึงบ้านแล้วผมจะให้”
ดวงตาของเฉินชิงทอประกายสดใสราวกับดวงดาว
“นักวิจัยเฮ่อ คุณนี่สุดยอดไปเลยค่ะ”
เฮ่อหย่วนพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นยิ้มไว้ “ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ”
“แล้วมันราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายคืนให้”
“ไม่ต้องหรอกครับ” ริมฝีปากของเฮ่อหย่วนเม้มสนิทเป็นเส้นตรง เขาไม่ชอบความสัมพันธ์ที่ต้องคิดเล็กคิดน้อยเป็นตัวเงิน ยิ่งไปกว่านั้น เตารีดตัวนี้เขาตั้งใจประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
“ไม่ได้หรอกค่ะ ของใครของมัน ฉันให้ราคาตามท้องตลาดเลยดีไหม” เฉินชิงยังคงยืนกราน
เฮ่อหย่วนเลือกที่จะขยับตัวออกห่างเล็กน้อย เป็นการปฏิเสธคำตอบอย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมรับเงินจริงๆ เฉินชิงจึงได้แต่คิดในใจว่าจะหาของขวัญอะไรสักอย่างไปตอบแทนเขาในภายหลัง เพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าต้องเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว
เธอชะเง้อมองเข้าไปในสถานีตำรวจอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของหยางซิวจิ่น ทว่าสายตาหลายคู่รอบข้างกลับมองมาที่เธอกับเฮ่อหย่วนสลับกันไปมาด้วยแววตาลึกซึ้ง เฉินชิงจึงตวัดสายตากลับไปอย่างไม่พอใจ
“มองอะไรกันนักหนา ชายโสดหญิงโสดคุยกันมันแปลกตรงไหน เจ้าหน้าที่จากสหพันธ์สตรีก็อยู่ตรงนี้ ถ้าอยากจะฟ้องก็รีบเลยสิ”
คำพูดของเธอทำให้ทุกคนรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ยุคสมัยนี้ช่างอยู่ยาก แค่มองหนุ่มหล่อสาวสวยก็ยังโดนด่าได้ ช่างน่าเศร้าเสียนี่กระไร
เฉินชิงอุ้มเฮ่ออวี้ถิงขึ้นมาโยกเล่นแก้เบื่อ “รู้สึกว่าช่วงนี้จะตัวหนักขึ้นนะเรา”
“หนูมีแก้มยุ้ยๆ หรือยังคะคุณน้า” เด็กหญิงตัวน้อยใช้มือดึงแก้มของตัวเองให้ยืดออก
เฉินชิงก้มลงมองอย่างพินิจพิเคราะห์ “มีนิดหน่อยแล้วจ้ะ แต่ยังต้องขุนอีกเยอะเลยนะ รอน้าเงินเดือนออกสัปดาห์หน้า เราไปซื้อนมมอลต์สกัดกระป๋องใหม่กันดีไหม อยากดื่มหรือเปล่า”
“อยากค่ะ” เฮ่ออวี้ถิงกอดคอน้าสาวแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่
“คุณน้าของหนูใจดีที่สุดในโลกเลย”
เสียง ‘เหอะ’ ดังขึ้นจากด้านหลัง
ฉันต่างหากที่ดีที่สุดในโลก น้องสาวนี่มันจอมประจบจริงๆ เฮ่ออวี้เสียงเดินหน้ามุ่ยเข้าไปหาเฮ่อหย่วน ก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพ
“คุณอาครับ ขอบคุณสำหรับยาที่ให้มานะครับ”
ก่อนหน้านี้แก้มของเขาทั้งแสบทั้งร้อน แต่หลังจากทายาของเฮ่อหย่วนแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“ไม่เป็นไร” เฮ่อหย่วนตอบสั้นๆ
แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง
ทันทีที่หยางซิวจิ่นก้าวเท้าออกมาจากสถานีตำรวจ ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เขาเป็นตาเดียว
เขาเดินตรงมาที่เฉินชิงแล้วพูดอย่างเด็ดขาด “ทันทีที่คุณคืนเงินให้ผมครบ เรื่องระหว่างเราก็จะจบลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากนี้จะไม่มีใครกล่าวหาว่าคุณเป็นฝ่ายยั่วยวนผม แต่จะเป็นผมเองที่ยอมรับว่าวางแผนหลอกลวงคุณ”
เฉินชิงวางหลานสาวลงกับพื้น แล้วหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนสิบหกใบออกมานับต่อหน้าเขา
“ก่อนหน้านี้ฉันเป็นหนี้คุณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดหยวน คืนไปแล้วยี่สิบ ก็จะเหลือหนึ่งร้อยห้าสิบแปดหยวนพอดี ตอนนี้ฉันหวังว่าคุณจะกรุณาทอนเงินให้ฉันสองหยวนด้วย”
สีหน้าของหยางซิวจิ่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเจ็บปวด “คุณ...คุณไปเอาเงินเยอะขนาดนี้มาจากไหนกัน”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้ค่ะ เอาเป็นว่าเงินที่ฉันได้มามันสุจริตก็แล้วกัน หวังว่าหัวหน้าแผนกอย่างคุณคงจะไม่คิดเบี้ยวเงินแค่สองหยวนนะ”
แววตาและน้ำเสียงของเฉินชิงเย็นชาราวกับกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้า
ความเย็นชานั้นทิ่มแทงหัวใจของหยางซิวจิ่นจนเจ็บแปลบ เขม็งมองเธอราวกับอยากจะให้ร่างนั้นทะลุเป็นรู “คุณใจดำมาก”
“หุบปากซะ แล้วจ่ายเงินมา อย่ามัวแต่พร่ำเพ้อ เงินแค่สองหยวนยังจะมาเล่นบทดราม่าอีก” เฉินชิงสวนกลับอย่างไม่ใยดี
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากกลุ่มชาวบ้านที่มุงดูอยู่ พวกเขาอาจจะรู้สึกอับอายหากถูกด่าทอ แต่การได้เห็นคนใหญ่คนโตอย่างหยางซิวจิ่นต้องมาเสียหน้าแบบนี้ มันช่างเป็นเรื่องน่าสนุกเสียนี่กระไร
หยางซิวจิ่นแทบจะกระอักเลือดด้วยความโมโห เขาไม่ได้มีเจตนาจะเบี้ยวหนี้เสียหน่อย เธอไปอยู่กับเฮ่อหย่วนไม่นาน ก็กลายเป็นคนหน้าเงินไปเสียแล้ว
ความคิดเรื่องเฮ่อหย่วนทำให้หยางซิวจิ่นแค่นยิ้มออกมา
“คุณรู้หรือเปล่าว่าเฮ่อหย่วนมีเบื้องหลังเป็นใคร”
เฉินชิงทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
“คงไม่ใช่ปู่ทวดของคุณหรอกนะ เพราะฉันว่าเขาคงไม่อยากมีลูกหลานอกตัญญูแบบคุณไว้ในตระกูลแน่”
“เฉินชิง!”
“จ่ายเงินมา!!!”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดขึ้นมา
หยางซิวจิ่นกัดฟันกรอด “ได้ ผมให้คุณ แล้วสักวันคุณจะต้องเสียใจ”
“นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจ” เฉินชิงฉวยเงินสองหยวนจากมือเขาอย่างรวดเร็ว
หยางซิวจิ่นมองเธอด้วยสายตาขุ่นเคือง กำหมัดแน่นแล้วเดินกระแทกเท้าจากไป
หลังจากนั้นไม่นาน เรื่องของป้าใหญ่และหัวหน้าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตก็ได้รับการจัดการ ทั้งสองยอมรับบทลงโทษที่เฉินชิงเป็นคนกำหนดแต่โดยดี เพราะเมื่อเทียบกับการต้องถูกส่งไปใช้แรงงานที่เธอขู่ไว้ในตอนแรก ข้อเสนอนี้ถือว่าปรานีมากแล้ว
ป้าใหญ่ล้วงเงินสิบหยวนออกจากกระเป๋าด้วยสีหน้าเจ็บปวด “อ่ะ เอาไป”
เฉินชิงรับเงินมาแล้วกำชับเสียงเรียบ “แล้วก็จำไว้ให้ดีนะคะ ต่อไปนี้ถ้าได้ยินใครนินทาฉันเสียๆ หายๆ คุณป้าต้องไปจัดการด่ากลับแทนฉันด้วยนะคะ ถ้าฉันรู้เรื่องก่อนที่คุณป้าจะจัดการล่ะก็...เราได้เห็นดีกันแน่”
“แก” ป้าใหญ่ชี้หน้าเธอด้วยมือที่สั่นเทา
เฉินชิงจับมือนั้นกดลงเบาๆ “อย่าโมโหไปเลยค่ะคุณป้า เดี๋ยวอายุเยอะๆ แล้วเส้นเลือดในสมองจะแตกเอาได้ เห็นไหมคะว่าฉันเป็นห่วงคุณป้ามากแค่ไหน ช่างเป็นเด็กที่รู้จักเคารพผู้สูงอายุจริงๆ”
คำพูดนั้นทำให้ป้าใหญ่ถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความคับแค้นใจ
ป่านนี้สามีของเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน ถ้าเขายังอยู่ เธอคงไม่ต้องมาทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้
[จบบท]