เหวินเฉียนบอกข่าวดีนี้กับเหวินร่าง จากนั้นเธอก็โทรหาหลี่โม่
เมื่อสายเชื่อมต่อ เสียงของหลี่โม่ที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงก็ดังขึ้น
“เฉียนเฉียน ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน?”
“กำลังไปโรงพยาบาล แม่ไม่ต้องกังวล หนูกับพี่อยู่ด้วยกัน คาดว่าน่าจะกลับถึงบ้านช่วงดึกมากๆ แม่กับพ่อห้ามออกไปข้างนอก และอย่าเปิดประตูให้ใคร เรามีกุญแจ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะเปิดเอง”
หลังจากกำชับหลี่โม่เรียบร้อย เหวินเฉียนก็วางสาย แล้วก้มลงดูแผนที่ที่หลี่โม่วาดให้
บนแผนที่มีการทำเครื่องหมายที่ตั้งของเป้าหมายอย่างชัดเจน
เมื่อมาถึงที่หมาย ครั้งนี้เหวินเฉียนไม่ได้รีบให้เหวินร่างเข้าไปในมิติ เธอหาที่เหมาะๆ ก่อนจะเก็บรถเข้าไปในมิติ แล้วทั้งสองก็กางร่มเดินเข้าไปในโรงพยาบาล
ที่นี่ก็โดนผลกระทบจากฟ้าผ่าเหมือนกัน ไฟฟ้าดับ แต่แหล่งพลังงานสำรองของโรงพยาบาลสามารถเริ่มทำงานได้ภายในสิบวินาที และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 95 ชั่วโมง ดังนั้นแทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก
ทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นของห้องผ่าตัด ด้านนอกห้องผ่าตัดยังมีญาติของผู้ป่วยนั่งรออยู่
เหวินเฉียนกับเหวินร่างสบตากันพอดี แล้วก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังออกมาจากข้างใน
“อ๊าก!!!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ทำให้เหวินเฉียนตื่นตัวขึ้นมาทันที
หรือว่า…?!
หมอหลายคนวิ่งหนีออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยความแตกตื่น หน้ากากที่พวกเขาสวมใส่เปื้อนเลือดไปหมด พวกเขาวิ่งไปพลางตะโกนไปพลาง
“โทรแจ้งตำรวจ! เร็วเข้า! โทรแจ้งตำรวจ! คนไข้เกิดอาการคลุ้มคลั่งแล้วกัดคุณหมอฉินตายไปแล้ว!”
พอได้ยินแบบนั้น เหวินเฉียนก็รีบจะคว้าตัวเหวินร่างไว้ แต่เขาหลบได้ทัน
“ถ้าเธอกล้าโยนฉันเข้าไป ฉันจะหักมือนี้ของเธอแน่”
เหวินร่างมองเหวินเฉียนด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตอนนี้เป็นช่วงที่พวกมันอ่อนแอที่สุด ถ้าฉันกลัวแม้กระทั่งพวกมันในสภาพนี้ แล้วตอนที่พวกมันกลายพันธุ์ไปไกลกว่านี้ ฉันจะอยู่รอดได้ยังไง?”
เขาไม่สามารถใช้ชีวิตโดยให้เธอปกป้องเขาไปตลอดได้ ในทางกลับกัน เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้องเธอ
เหวินเฉียนชะงักไปชั่วครู่ เพราะสิ่งที่เขาพูดมันถูกต้อง
ช่วงแรกของวันสิ้นโลก เป็นช่วงที่ซอมบี้อ่อนแอที่สุด
เหวินเฉียนกัดฟัน ก่อนพูดว่า“งั้นก็ตามฉันมา อย่าอยู่ห่างจากฉัน”
เหวินร่างแค่นหัวเราะ แล้วพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
เหวินเฉียนเป็นฝ่ายผลักประตูใหญ่เข้าไปก่อน เดินเข้าสู่ทางเดินของห้องผ่าตัด
และตรงหน้าของเธอ คือคนไข้ที่เพิ่งจะรับการผ่าตัดไปเมื่อครู่ แต่กลับกลายพันธุ์เป็นซอมบี้ไปแล้ว
เขาเป็นคนงานก่อสร้าง เนื่องจากพายุฝนที่เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้เหล็กเส้นที่ถูกลมพัดปลิวเสียบทะลุท้องของเขา เขาจึงถูกส่งมารับการผ่าตัดฉุกเฉิน
เหวินเฉียนมองตาขาวซีดและท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเขา ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาถูกติดเชื้อจนไม่เหลือโอกาสรอดแล้ว
เธอหยิบดาบจากมิติขึ้นมา ในชั่วพริบตาที่เงื้อดาบขึ้น ซอมบี้ตัวนั้นก็ถูกตัดหัวกระเด็นลงพื้น
เหวินร่างยืนอยู่ข้างหลังเธอ แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาชะงักก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
น้องสาวของเขา… ฆ่าคน… ไม่สิ ฆ่าซอมบี้ตัวหนึ่ง
แถมเธอยังทำมันได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีความลังเลหรือหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว
เหวินเฉียนเหลือบมองเขาที่ดูเหมือนจะตกใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็หันกลับเข้าไปในห้องผ่าตัดที่ยังไม่ถูกปนเปื้อน
เธอเก็บอุปกรณ์ผ่าตัดสามชุดเข้าไปในมิติ ก่อนจะออกมาอีกครั้ง ตอนนั้นเหวินร่างก็ดูเหมือนจะปรับตัวได้บ้างแล้ว
เขามองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แล้วพูดว่า“เอาไม้เบสบอลให้ฉันหน่อย”
เหวินเฉียนหยิบไม้เบสบอลจากมิติแล้วโยนให้เขา จากนั้นทั้งสองก็รีบวิ่งไปยังห้องไอซียู
ตลอดทาง ทุกชั้นของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง แม้แต่ห้องเก็บศพก็ยังมีเสียงดังออกมา
ที่นี่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวันสิ้นโลก โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
เหวินเฉียนเก็บอุปกรณ์เฝ้าระวังของห้องไอซียู จากนั้นก็รีบไปที่ห้องเก็บยาในโรงพยาบาล
ช่วงเวลานี้ ห้องยาเลิกงานไปแล้ว ประตูถูกล็อกสนิท
เหวินเฉียนเห็นแบบนั้น ก็เหมือนจะคาดการณ์ไว้แล้ว เธอก้าวไปข้างหน้า แล้วเริ่มลงมือสะเดาะกุญแจ…
เหวินร่างคิดว่าเธอแค่พูดเล่น แต่ไม่ถึงสิบวินาที ประตูก็ถูกเปิดออก
เธอพุ่งเข้าไปกวาดเอายาทั้งหมดจากชั้นวางเข้าไปในมิติของตัวเอง จากนั้นเหวินเฉียนก็ดึงเหวินร่างให้วิ่งออกจากโรงพยาบาล
ระหว่างทาง พวกเขาเจอซอมบี้อยู่บ้าง
แต่เหมือนกับตอนอยู่ในห้องผ่าตัด เหวินเฉียนใช้มีดฟันอย่างเฉียบขาด ไม่ให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้เธอ รวมถึงไม่ให้เหวินร่างได้มีโอกาสออกแรงช่วยเลย
"อ๊าก!! ฆ่าคนแล้ว!!!"
มีคนเห็นเหวินเฉียนฟันหัวซอมบี้จนขาด จึงกรีดร้องด้วยความตกใจ
แต่เหวินเฉียนไม่สนใจ รีบมุ่งหน้าไปยังทางออกของโรงพยาบาล
โรงพยาบาลทั้งแห่งถูกซอมบี้ยึดไปแล้ว ลานจอดรถตรงทางออกก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
โชคดีที่ก่อนหน้านี้เธอเก็บรถเข้าไปในมิติไปแล้ว เธอจึงลากเหวินร่างวิ่งฝ่าสายฝนไปยังตรอกเล็กๆ ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนจะนำรถออกมาอีกครั้ง
เหวินร่างเงียบขณะขับรถออกไปเป็นระยะๆ ก็แอบหันไปมองเหวินเฉียนที่นั่งอยู่ข้างๆ
เหวินเฉียนก็ไม่พูดอะไร หากเลือกได้ เธอเองก็ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกลายเป็นคนเย็นชาและโหดเหี้ยมขนาดนี้
ในใจของเขา เขาคงชอบตัวเธอในอดีตมากกว่าสินะ?
ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ผู้หญิงที่ฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา
เหวินเฉียนหัวเราะเยาะตัวเอง ก่อนจะยอมรับความจริงอย่างสงบ
"พี่ขับรถกลับไปก่อนเถอะ ฉันยังมีเรื่องต้องทำ"
"พี่ไปด้วย" เหวินร่างปฏิเสธทันที "เธอบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
"ไม่เป็นอะไร"
เหวินร่างกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะหันมามองเธออีกครั้ง
"พี่กลัวอยู่บ้าง แต่ไม่ได้กลัวเธอ เธอก็รู้ว่าดูอะไรแบบนี้จากทีวีกับเห็นจริงๆ มันไม่เหมือนกัน ถึงพี่จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่...พวกมันน่าขยะแขยงมากจริงๆ พี่คงต้องใช้เวลาปรับตัว"
เขาหวนคิดถึงภาพเหวินเฉียนฟาดฟันซอมบี้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะถอนหายใจแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ยิ้มอะไรน่ะ?" เหวินเฉียนจับได้ว่าเขายิ้ม จึงอดถามไม่ได้
"ยิ้มให้กับความเก่งกาจของน้องสาวฉันไง ถ้าตาเด็กแซ่จางข้างล่างได้เห็นเข้า คงกลัวจนฉี่ราดแน่ๆ "
เหวินเฉียนลองจินตนาการภาพจางจื่อหยางฉี่ราด แล้วก็อดขำขึ้นมาไม่ได้
ระหว่างทางกลับบ้าน เหวินเฉียนยังแวะศูนย์ป้องกันโรคและห้างสรรพสินค้าอีกสองแห่ง กวาดเอาทุกอย่างที่หาได้เข้าไปในมิติของเธอ
รวมถึงร้านขายเหล้าและบุหรี่ระหว่างทาง เธอเก็บไปแล้วเกือบสิบร้าน
ตอนตีสามครึ่ง ในที่สุดทั้งสองก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย และภารกิจจำกัดเวลาของระบบก็สำเร็จลุล่วง
ภายในบ้าน เหวินฉางหนิงกับหลี่โม่ไม่ได้หลับทั้งคืน
ไฟในบ้านก็ดับ ทั้งสองจึงเปิดไฟฉายแบบชาร์จแบตไว้นั่งรออย่างกระวนกระวาย ส่วนเสี่ยวไป๋ก็นอนเฝ้าพร้อมกับลูกหมาอีกสี่ตัว
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ทั้งสองรีบลุกขึ้นไปที่ประตูทันที พอเห็นพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย หลี่โม่ก็โล่ง อก จนร้องไห้ออกมา
โชคดีที่พวกเขาไม่เป็นอะไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง!
"ไม่เป็นอะไรแล้วแม่ อย่าร้องเลย"
เหวินเฉียนเปลี่ยนชุดที่เปื้อนเลือดตั้งแต่ข้างนอกแล้ว เธอเดินเข้าไปกอดหลี่โม่ ลูบหลังปลอบโยน
"ฝนตกหนักมาก หลายที่มีน้ำขัง รถติดหนัก เราเลยกลับมาช้านิดหน่อย"
เหวินร่างเดินไปดึงหลี่โม่ให้เข้าบ้าน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่
"แม่อย่าร้องเลย ถ้ารู้ว่าวันนี้ลูกสาวแม่ทำเรื่องใหญ่แค่ไหน รับรองว่าร้องไม่ออกแน่ๆ "
เหวินเฉียน: ...
ทำไมฟังดูไม่เหมือนคำชมเลยล่ะ?