วันแรกหลังจากพายุฝนหยุดตก อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปถึง 40 องศา
บนผิวน้ำเต็มไปด้วยศพที่ลอยอยู่ ซึ่งเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว มีปรากฏการณ์ “ยักษ์ลอยน้ำ” ให้เห็นทั่วไป ยุงบินว่อน อีกาท่วมท้องฟ้า
หลี่โม่ที่มองเห็นภาพข้างนอก สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ฐานะที่เคยเป็นหมอมาก่อน เธอรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
กู้หรานเห็นว่าฝนหยุดตกแล้ว เขาเริ่มมีความคิดอยากออกไปหาของ
เหวินเฉียนเองก็รู้สึกคันไม้คันมืออยู่เหมือนกัน หลังจากอยู่ในบ้านมานานก็อยากออกไปขยับร่างกายบ้าง
แต่…
“รออีกสักสองวัน” เหวินเฉียนยังคงปฏิเสธ “ช่วงสองวันนี้จะต้องมีคนออกไปหาของเยอะมาก ฉันไม่อยากไปเจอกับพวกเขา”
“ได้ งั้นรออีกสองวัน”
กู้หรานยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เหวินเฉียนและเหวินร่างสังเกตเห็น ทั้งสองสบตากันเล็กน้อย ก่อนที่เหวินร่างจะเดินเข้าไปหาเขาแล้วถามว่า
“เด็กผู้หญิงที่นายชอบ ยังไม่ได้ติดต่อมาหานายเลยเหรอ?”
ร่างของกู้หรานแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหัว
“ครั้งสุดท้ายที่ส่งข้อความหากันก็นานกว่าครึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้เครือข่ายการสื่อสารทั้งหมดถูกตัด ต่อให้ฉันอยากติดต่อเธอก็ทำไม่ได้”
เหวินเฉียนมองออกว่าเขาเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้นมาก ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขากินข้าวได้น้อยลง วันนี้ที่อยากออกไปข้างนอก อาจเป็นเพราะต้องการไปตามหาเธอ
เธอไม่อยากเห็นคนของเธอติดอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ จึงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า
“แบบนี้แล้วกัน บอกฉันว่าเธอชื่ออะไร อยู่หน่วยไหน เดี๋ยวฉันช่วยหาดู”
กู้หรานไม่คิดว่าเธอจะพูดแบบนี้ เขาทั้งตกใจและดีใจไปพร้อมกัน
“เธอมีวิธีอะไรเหรอ?”
“ไม่ต้องสนใจ แค่บอกข้อมูลมา เดี๋ยวฉันลองดู ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ฉันจะไปที่ฐานทัพกับนาย อย่างน้อยเราต้องรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ใช่ไหม?”
ถ้ายังมีชีวิต พวกเขาก็จะพยายามตามหา
แต่ถ้าตายไปแล้ว ก็ต้องตัดใจให้เร็วที่สุด ยังไงชีวิตของกู้หรานก็ยังอีกยาวไกล เขาจะต้องได้เจอคนอื่นอีกแน่นอน
เมื่อเหวินเฉียนพูดออกมา กู้หรานก็ไม่ลังเล บอกข้อมูลของหญิงสาวคนนั้นให้เธอรู้ ก่อนจะมองดูเธอเดินเข้าไปในห้อง
ในห้องนอน เหวินเฉียนเปิดลิ้นชักข้างเตียง มองกระดาษที่มีตัวอักษรดำบนพื้นขาวอยู่ข้างใน ก่อนจะถอนหายใจเงียบๆ
ถ้าเลือกได้ เธอไม่อยากติดต่อคนนี้เลยจริงๆ
เหวินร่างเหมือนจะเดาออกว่าเธอคิดจะทำอะไร จึงตามเข้ามาแล้วถามว่า
“คิดดีแล้วเหรอ? บุญคุณนี้วันหลังเธอต้องคืนเขานะ”
“ลองดูหน่อยเถอะ จะให้เขาเป็นแบบนี้ทุกวันก็ไม่ไหว”
พ่อแม่ของเขาตายไปแล้ว เด็กผู้หญิงที่ชอบก็หายสาบสูญ
ถึงกู้หรานจะทำเหมือนปกติดีต่อหน้าพวกเธอ แต่พวกเธอรู้ว่าเขาแอบร้องไห้คนเดียวหลายครั้ง
แม้แต่น้องสาวของเขายังรู้เลย วันหนึ่งเธอเคยเข้ามาในห้องของเหวินเฉียนแล้วพูดเสียงเบาๆ
“พี่คะ พี่ชายร้องไห้อีกแล้ว เขาคิดถึงพ่อกับแม่”
จากนั้นเธอก็โผเข้ามากอดเหวินเฉียน เม้มปากน้อยๆ ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาเป็นสาย
“หนูก็คิดถึงพ่อกับแม่ พวกเขาจะกลับมาอีกนานไหม?”
เหวินเฉียนไม่สามารถช่วยพวกเขาตามหาพ่อแม่ได้ แต่เด็กผู้หญิงคนนั้น อย่างน้อยเธอก็ต้องพยายามดู
เธอหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นมา กดโทรออกไปยังหมายเลขที่โม่หานเคยให้เธอไว้
เสียงเรียกสัญญาณดังอยู่ไม่กี่ครั้งก็มีคนรับสาย เหวินเฉียนได้ยินเสียงของอีกฝ่ายจึงกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ ฉันเหวินเฉียน ไม่ทราบว่าคุณคือ…”
แย่แล้ว ผู้ชายคนนี้ชื่ออะไรนะ? เธอไม่รู้
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจำเสียงเธอได้ จึงตอบกลับมา
“โม่หาน มีอะไรเหรอ?”
“อืม พอดีมีเรื่องอยากขอให้ช่วย คุณเก่งเรื่องตามหาคนไม่ใช่เหรอ? งั้นช่วยฉันหาคนหน่อยได้ไหม? เป็นคนในหน่วยรบพิเศษ”
เหวินเฉียนเข้าเรื่องตรงๆ
“ฉันจะไม่ให้คุณช่วยฟรี ฐานของคุณคงขาดแคลนเสบียงอยู่ใช่ไหม? ถ้าคุณช่วยฉันหาเจอ ฉันจะเอาของที่ได้จากคราวก่อนส่งไปให้เป็นค่าตอบแทน คุณว่ายังไง?”
อีกฝ่ายเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะตอบตกลงกับข้อตกลงนี้
"โอเค ถ้าฉันหาข้อมูลเจอแล้วจะติดต่อกลับ"
"ขอบคุณ! ฉันจะรอโทรศัพท์จากคุณ!"
เหวินเฉียนรีบส่งข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นให้เขาทันที ไม่นานนัก เพียงสิบนาทีต่อมา เธอก็ได้รับสายกลับจากเขา
เธอรู้ว่าเขาเป็นคนเก่ง แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะทำงานเร็วขนาดนี้ แค่สิบนาทีก็หาข้อมูลเจอแล้ว
"เจอแล้ว"เสียงเย็นชาของโม่หานดังมาตามสาย"แต่แน่ใจนะว่าคนที่คุณหาชื่อจางตัวตัว?"
เหวินเฉียนตอนแรกมั่นใจมาก แต่พอได้ยินคำถามนี้กลับรู้สึกลังเลขึ้นมา
"เดี๋ยวแป๊บนึงนะ"
เธอรีบวิ่งออกไปที่ห้องนั่งเล่น เพื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นกับกู้หรานอีกครั้ง
ทางฝั่งโม่หานที่ได้ยินเสียงสนทนาก็ถามขึ้นว่า"พวกคุณหาผู้หญิงคนนี้ทำไม?"
เหวินเฉียนกลับเข้ามาในห้อง กดเสียงให้เบาลงก่อนตอบว่า
"แฟนของเธออยู่กับฉัน เขาติดต่อเธอไม่ได้มานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว เป็นห่วงจนกินข้าวไม่ลง ก็เลย..."
ปลายสายเงียบไป เหวินเฉียนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
เธอคิดว่าอีกไม่นานคงได้ยินคำพูดอย่าง"เรื่องแค่นี้อย่ามารบกวนฉัน"และเธอก็เตรียมคำตอบไว้แล้วด้วย
"อะไรเรียกเรื่องเล็ก? ฉันให้เสบียงเป็นค่าตอบแทน นี่มันคือการแลกเปลี่ยน! ถ้าไม่อยากช่วยก็ไม่ต้องช่วย!"
ถ้าเขาโกรธขึ้นมา เธอจะเถียงกลับแบบนี้แน่นอน
แต่หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ ของความเงียบ เธอกลับได้ยินโม่หานพูดว่า
"จางตัวตัวกับแฟนของเธอ ตอนนี้อยู่ที่ฉัน พูดถึงแฟนเธอ นี่หมายถึงใคร?"
"?????"
เหวินเฉียนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในหัว
อะไรนะ?
เหยียบเรือสองแคม?
เธอใช้เสบียงกองโตเพื่อตามหาผู้หญิงแบบนี้เนี่ยนะ?
ให้ตายเถอะ! ตายไปกับภารกิจยังดีซะกว่า!
เหวินเฉียนชะงักไปชั่วครู่ ไม่รู้จะพูดอะไรดี สุดท้ายโม่หานเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
"เอาแบบนี้ไหม คุณมาที่ฐานสักรอบ มายืนยันให้แน่ใจว่าคนนี้ใช่คนที่คุณตามหา แล้วค่อยให้เสบียงฉัน ตกลงไหม?"
"ตกลงบ้าอะไรล่ะ ฉันอยากจะถอนตัวแล้วเนี่ย!"
เธอมั่นใจเกือบ 99% ว่าโม่หานไม่หาคนผิด แต่เธอก็หนีไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายรู้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ และที่สำคัญมันไม่ใช่วิธีการทำธุรกิจของเธอ
ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่เธอขอให้เขาช่วยแล้วกลับคำพูด วันหน้าถ้ามีเรื่องสำคัญจริงๆ จะให้เขาช่วยได้ยังไง?
ดังนั้นแม้ว่าเธอจะเจ็บใจแค่ไหน เธอก็ต้องกัดฟันตอบตกลง
"โอเค พวกเราจะไปถึงตอนสองทุ่ม"
หลังจากนัดเวลากับโม่หาน เธอก็วางสาย และเล่าเรื่องทั้งหมดให้เหวินร่างฟัง
หลังจากได้ยินจบ เหวินร่างก็มีปฏิกิริยาเหมือนเธอเป๊ะอยากด่าใครสักคน
"ทำไงดี? จะบอกกู้หรานไหม? นี่มันโคตรซวยเลยนะ หรือเราจะบอกเขาไปเลยว่าเธอตายแล้วดี?"
เหวินเฉียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนปฏิเสธ
"เมืองปินเฉิงไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เมืองเล็ก ถ้าสักวันพวกเขาบังเอิญเจอกัน เราก็ต้องบอกความจริงอยู่ดี สู้บอกตอนนี้ให้เขาเสียใจทีเดียวไปเลยดีกว่า"
เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เดินออกจากห้องไป
"อีกอย่าง แค่โดนทิ้งโดนนอกใจมันไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่! ในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องความรักมันไร้สาระ! ผู้หญิงมีแต่จะทำให้เขาฟันดาบได้ช้าลง!"
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผู้ชายก็มีแต่จะทำให้เธอฟันดาบช้าลงเหมือนกัน
ใครกันที่จะมานั่งอินเลิฟในยุควันสิ้นโลก? บ้าหรือเปล่า?