เหวินเฉียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธ
“ไม่เอา พวกคุณให้คนอยู่รวมกันเป็นสิบๆ คนในหอพัก ฉันไม่ชิน”
“เราสามารถจัดห้องเดี่ยวให้คุณได้” โม่หานยอมอ่อนข้อให้
“ก็ไม่เอาอยู่ดี ที่นี่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ร้อนจะตาย”
ท่าทีเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจของเหวินเฉียนทำให้เย่ซิงฮวารู้สึกอึดอัดใจสุดๆ
สถานการณ์แบบนี้ แค่ได้พักอยู่ในฐานที่มั่นของทางการ มีเตียงให้นอนก็ถือว่าดีมากแล้ว
ทั้งฐานที่มั่นมีห้องพักเดี่ยวแค่สองห้อง ห้องหนึ่งเป็นของผู้บัญชาการสูงสุดของฐาน ซึ่งก็คือโม่หาน
อีกห้องหนึ่งเอาไว้ให้ผู้นำจากฐานอื่นที่มาพบปะเจรจา
แต่เด็กผู้หญิงคนนี้กลับยังกล้ารังเกียจแบบนี้ นี่มันไม่รู้คุณค่าเกินไปหรือเปล่า?
โม่หานคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ยืนยันจะให้เธออยู่ต่อ แค่ให้เย่ซิงฮวาตกลงเรื่องเวลาและจุดนัดพบในวันพรุ่งนี้ แล้วก็ปล่อยให้เธอไป
ตอนที่ทั้งสามออกจากฐาน ที่หน้าประตูยังมีประชาชนอีกมากที่รอคอยการตรวจรับเข้าอยู่
เฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่บนฟ้า ไม่หยุดยิงซอมบี้ที่อยู่รอบๆ แนวป้องกัน
เหวินเฉียนทั้งสามเดินเคียงไหล่กันออกไปด้านนอก พลางคุยกันเบาๆ
กู้หรานกล่าวว่า “วันนี้ต้องขอบคุณพวกเธอจริงๆ”
“พวกเดียวกันไม่ต้องมาพูดแบบนี้” เหวินร่างยกมือชกเบาๆ ไปที่ไหล่เขา “มาเถอะ เรามาคุยเรื่องสำคัญกัน”
เหวินเฉียนหยิบแผนที่ออกมา เป็นแผนที่ที่เย่ซิงฮวาเพิ่งให้เธอมา
เธอชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่แล้วพูดว่า
“พรุ่งนี้เช้า 6 โมง เราต้องไปเจอกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของฐานที่มั่นตรงนี้ แล้วทำงานร่วมกันเพื่อออกค้นหาคนที่หายไป ภารกิจครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับมา คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ลุยให้เต็มที่”
กู้หรานพยักหน้า จากนั้นก็ถามอย่างสงสัย “ทำไมฐานที่มั่นถึงเลือกเรามาร่วมงาน?”
“เพราะพวกเราฝีมือดีไง” เหวินเฉียนตอบแบบไม่ลังเล “ฉันบอกนายตั้งนานแล้วว่าฉันเก่ง นายก็เก่ง ตอนนี้เชื่อหรือยัง?”
ในโลกที่ความสามารถเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ถ้าพวกเขาไม่มีฝีมือ ต่อให้เหวินเฉียนฆ่าคนที่หน้าเมือง ฐานที่มั่นก็คงสั่งประหารเธอไปแล้ว
แต่เพราะเห็นว่าเธอยังมีประโยชน์ เลยยอมปล่อยไป
กู้หรานและเหวินร่างคิดตามก็เห็นด้วย
เหวินร่างถามขึ้นมา “ว่าแต่ เธอเคยเจอโม่หานมาก่อนเหรอ?”
“ไม่เคย”
เหวินเฉียนตอบตามตรง ในชีวิตก่อน ฐานที่มั่นของทางการเพิ่งถูกจัดตั้งขึ้นในปีที่ 3 หลังจากโลกถึงจุดจบ
สำหรับโม่หาน ไม่ต้องพูดถึงว่าเคยเจอ เธอแม้แต่ชื่อของเขาก็ไม่เคยได้ยิน
เธอหันกลับไปมองทางฐานที่มั่นอีกครั้งแล้วถามพวกเขาว่า
“พวกเธอสังเกตเห็นอะไรแปลกๆ ไหม จำนวนคนที่อยู่ที่นี่ดูไม่ปกติ”
กู้หรานรีบพยักหน้า “สังเกตเห็นแล้ว ฉันไม่เห็นพวกเด็ก คนแก่ หรือคนพิการเลย มีแต่คนวัยหนุ่มสาว”
“ฐานที่มั่นนี้ จริงๆ แล้วมันก็คือบังเกอร์ใต้ดินขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงมา”
“ภายนอกของบังเกอร์สร้างเป็นที่พักเพิ่มเติม แต่เพราะต้องรีบก่อสร้าง ตึกพวกนี้เลยไม่มีการตกแต่งอะไร ข้างในแต่ละห้องมีเตียงสามชั้นเรียงกันสิบเตียง หมายความว่าหนึ่งห้องต้องอยู่กันถึงสามสิบคน”
เหวินร่างก็เล่าสิ่งที่เขาสังเกตเห็นออกมา “มีหลายคนที่เห็นสภาพที่พักแล้วอยากกลับบ้านทันที”
“แต่ฐานที่มั่นมีหน้าที่แค่รับคนเข้ามา ไม่รับผิดชอบส่งกลับ”
เมืองปินเฉิงมีประชากรถึงสามสิบล้านคน แต่ฐานที่มั่นของทางการกลับรองรับได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบของจำนวนนั้น
ถึงแม้สภาพความเป็นอยู่จะแย่ไปหน่อย แต่ฐานที่มั่นก็ยังสามารถรับประกันความปลอดภัย รวมถึงที่พักและอาหารให้กับพวกเขา
เมื่อเทียบกับคนที่แม้แต่จะก้าวเข้าฐานที่มั่นยังทำไม่ได้ คนเหล่านั้นต่างหากที่น่าสงสารยิ่งกว่า
หลังจากทั้งสามออกจากเขตปลอดภัยของฐานที่มั่น ก็ต้องตั้งสติเต็มที่เพื่อฝ่าฟันทางกลับบ้าน
สองชั่วโมงกว่าให้หลัง พวกเขาเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีใครเป็นอะไร เหวินฉางหนิงและคนอื่นๆ ต่างก็โล่งอก
หลี่โม่รีบไปเตรียมอาหาร ส่วนเหวินฉางหนิงใช้จังหวะที่กู้หรานไปเล่นกับน้องสาว ดึงเหวินเฉียนออกไปคุยส่วนตัว
ที่จริงแล้ว ตอนเช้าหลี่โม่กับเขาแอบได้ยินบทสนทนาระหว่างเหวินเฉียนกับกู้หราน ทำให้พอเดาได้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
แต่เพราะกลัวจะกระทบกระเทือนศักดิ์ศรีของกู้หราน จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แกล้งทำเป็นไม่รู้
ตอนนี้เอง เหวินฉางหนิงจึงกดเสียงให้เบาลงก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง
“เจอผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า?”
“เจอแล้ว” เหวินเฉียนถอนหายใจ “กู้หรานคุยกับเธอจนชัดเจนแล้ว ต่อไปทั้งสองคนจะไม่มีความสัมพันธ์กันอีก ฉันเดาว่าหมอนั่นคงเสียเงินให้เธอไปไม่น้อย”
“ไม่เป็นไร คิดเสียว่าจ่ายเงินเพื่อซื้อบทเรียนละกัน ถ้าเจอคนแบบนี้อีก เขาคงไม่หลงกลแล้วล่ะ”
เหวินฉางหนิงไม่ได้คิดมากไปกว่านี้ เพราะเห็นว่ากู้หรานก็ปล่อยวางได้แล้ว
ระหว่างทานอาหาร เหวินเฉียนได้รู้ว่ามีผู้อยู่อาศัยบางส่วนกลับมาแล้ว
พวกเขาถูกส่งกลับเพราะไม่ผ่านเกณฑ์เข้าพักในฐานที่มั่น
ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมงที่พวกเขาออกไป มีหลายบ้านถูกงัดประตูเข้าไป ปล้นทรัพยากรไปจนหมด
แม้แต่บ้านของพวกเขาเองก็มีคนแอบเข้ามาหลายรอบ แต่เมื่อเห็นรั้วไฟฟ้าก็ต้องถอยกลับไปอย่างเสียดาย
เหวินเฉียนบอกหลี่โม่และเหวินฉางหนิงว่าพวกเธอจะต้องออกไปปฏิบัติภารกิจในวันพรุ่งนี้
จากนั้น เธอส่งปืนให้เหวินฉางหนิงหนึ่งกระบอก แล้วให้กู้หรานสอนเขาใช้
เมื่อถึงเวลาเข้านอน เหวินเฉียนกลับเข้าห้อง แล้วเข้าไปในมิติของตัวเอง
เธอตักน้ำจากบ่อน้ำมาเก็บไว้หลายสิบขวด สำหรับดื่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ก่อนหน้านี้เธอสังเกตเห็นว่าน้ำจากบ่อนี้ช่วยฟื้นฟูพลังงานได้ดีมาก เป็นของจำเป็นสำหรับการเดินทางไกล
หลังจากนั้น เธอไปเช็กจำนวนสินค้าที่ผลิตได้จากโรงงานในมิติ แล้วขายสต็อกออกไปครึ่งหนึ่ง
จากนั้นก็ใช้เหรียญในร้านค้าทั้งหมดแลกเป็นกระสุน
ตอนที่เธอกำลังจะปิดระบบร้านค้าและออกไปนอน จู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือนว่าเธอปลดล็อกความสำเร็จใหม่
【ขอแสดงความยินดี ปลดล็อกความสำเร็จขั้นต้นด้านการใช้จ่ายในร้านค้า ได้รับรางวัลเป็นชุดรบควบคุมอุณหภูมิสามชุด】
【หลังจากนี้ ชุดรบจะถูกเพิ่มเข้าไปในร้านค้า หากต้องการสามารถซื้อเพิ่มได้】