เมื่อเหวินร่างกับกู้หรานเห็นการเปลี่ยนแปลงของเหวินเฉียน พวกเขาตื่นเต้นกันไม่น้อย
แต่เหวินเฉียนกลับมีท่าทางสงบนิ่ง เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองพัฒนาได้ ซอมบี้ก็พัฒนาได้เหมือนกัน
ซอมบี้ธรรมดาบนเกาะแทบไม่เหลือแล้ว ตอนนี้ที่ยังอยู่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นซอมบี้กลายพันธุ์ที่สูงสองถึงสามเมตร
เหวินร่างกับกู้หรานไม่สามารถใช้กระสุนยิงทะลุกะโหลกพวกมันได้อีกต่อไป ดังนั้นพอถึงวันที่สาม ทั้งสองคนก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ดาบถังสู้ประชิดแบบเดียวกับเหวินเฉียน
พอเป็นแบบนี้ ความเร็วในการฆ่าซอมบี้จึงช้าลงมาก
ทั้งสามคนทำงานกันหนักตลอดทั้งวัน ฆ่าซอมบี้ไปได้แค่ประมาณ 800 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่ตายด้วยน้ำมือของเหวินเฉียน
ส่วนเจ้าซอมบี้เด็กนั่นก็ยังไม่ปรากฏตัวอีก
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนมาถึงวันที่เจ็ด วันที่พวกเขาต้องเดินทางกลับ
เหวินเฉียนอารมณ์ไม่ดีเลย เพราะเธอยังหาซอมบี้หัวหน้าไม่เจอ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริง มันเป็นสิ่งมีชีวิตหายาก จะให้ฆ่ามันง่ายๆ ก็คงไม่ได้
แต่พอเหวินเฉียนตัดใจ เตรียมตัวกลับกันจริงๆ เจ้าซอมบี้เด็กนั่นก็โผล่มาต่อหน้าต่อตาเธออีกครั้ง!
ไม่เพียงเท่านั้น แขนที่เธอฟันขาดไปเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้มันกลับงอกขึ้นมาใหม่แล้ว!
เมื่อเห็นแบบนั้น เหวินเฉียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
เหวินร่างหันไปมองน้องสาวตัวเอง แล้วรู้สึกว่าดวงตาของเธอที่จ้องซอมบี้เด็กกำลังเป็นประกายวาววับจนดูน่ากลัว
จู่ๆ เขาก็ไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงฝั่งไหนกันแน่ที่ดูเหมือนตัวร้ายมากกว่า…
ไม่ได้เจอกันหลายวัน ซอมบี้เด็กที่เห็นเหวินเฉียนอีกครั้ง แสดงสีหน้าโกรธสุดขีด
เหวินเฉียนเองก็ไม่รู้ว่ามันโกรธที่เธอฟันแขนมันขาด หรือโกรธที่เธอฆ่าลูกน้องมันไปเยอะกันแน่
แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร เจ้าซอมบี้เด็กที่ยืนฮึดฮัดตรงหน้าก็ดันดูน่ารักขึ้นมาซะอย่างนั้น
ถ้าไม่ได้เคยเห็นกับตาตัวเองว่ามันเคยแอบนั่งบนต้นไม้กลางดึก ทำท่าหลอกหลอนคนเป็นผี เหวินเฉียนอาจจะมีความคิดแปลกๆ ขึ้นมา ว่าอยากจับมันมาคล้องสายจูงแล้วพากลับไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสักตัว
ซอมบี้เด็กแผดเสียงร้องแหลมลั่น และทันใดนั้น ฝูงซอมบี้ที่ล้อมรอบมันอยู่ก็พุ่งเข้าใส่พวกเหวินเฉียนทั้งสามทันที!
เหวินร่างกับกู้หรานเห็นแบบนั้นก็ตัดสินใจหันหลังวิ่งขึ้นเขาทันที
แต่ครั้งนี้ ซอมบี้กลายพันธุ์กลับไม่ยอมหยุดวิ่งอยู่แค่เชิงเขาเหมือนครั้งก่อน พวกมันไล่ตามทั้งสองขึ้นไปด้วย!
เหวินเฉียนมองแผ่นหลังของทั้งสอง แต่ไม่ได้ตามไป
เธอไม่สามารถอยู่ข้างพวกเขาได้ตลอดเวลา สักวันหนึ่งก็ต้องมีช่วงเวลาที่ต้องแยกกันไปทำภารกิจ
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองฝึกฝนตัวเองจนแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว ซอมบี้ไม่กี่สิบตัวอาจจะทำให้พวกเขาลำบาก แต่ก็ไม่ถึงตาย
หลังจากแน่ใจว่าเหวินร่างกับกู้หรานรับมือได้ เธอจึงละสายตา หันไปจ้องซอมบี้เด็กตรงหน้าแทน
ในอากาศคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเน่าเหม็นของปลาที่กำลังเน่าเปื่อย
ซอมบี้จากทุกทิศทุกทางกรูกันเข้ามาหาเหวินเฉียน แต่เมื่อโจมตีพลาดไปหลายครั้ง การเคลื่อนไหวของพวกมันก็เริ่มช้าลง ราวกับกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เหวินเฉียนเคลื่อนตัวหลบพวกมันอย่างง่ายดาย พร้อมกับฟันซอมบี้ไปทีละตัวสองตัว
เธอมองตรงไปที่ซอมบี้เด็กซึ่งหลบซ่อนอยู่ในฝูงซอมบี้ แล้วเอ่ยเสียงเย็นชา
"ไอ้เด็กเปรต วันนี้ใครหนีไป คนนั้นเป็นหลาน!"
ซอมบี้เด็กเหมือนจะฟังที่เธอพูดออก มันจ้องเธอด้วยสายตาเย็นยะเยือก ก่อนจะเงียบไปชั่วครู่ แล้วพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว
เหวินเฉียนตามหามันมาเกือบสัปดาห์เต็ม พอเห็นว่ามันเป็นฝ่ายโผล่มาเอง เธอก็เลยยืนนิ่งไม่ขยับ
เธอหมุนข้อมือไล่ความเมื่อยล้า และในเสี้ยววินาทีที่ซอมบี้เด็กกระโจนเข้ามา เธอก็ขยับตัวหายวับไปอยู่ด้านหลังมัน
แค่พริบตาเดียว แขนที่งอกขึ้นมาใหม่ของมันก็ถูกเธอฟันขาดลงพื้นอีกครั้ง
ซอมบี้เด็กแหงนหน้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่นาน แขนข้างนั้นก็กลับงอกขึ้นมาใหม่ และครั้งนี้ดูเหมือนจะใหญ่และแข็งแกร่งกว่าเดิมอีก
ถ้าเป็นคนทั่วไปมาเห็นฉากนี้ คงขาสั่นจนวิ่งไม่ออกไปแล้ว แต่สายตาของเหวินเฉียนกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นี่มันซอมบี้ที่มีพลังฟื้นฟูตัวเอง!
พลังฟื้นฟูเป็นหนึ่งในพลังที่หายากมาก และในแง่หนึ่ง มันแทบจะหมายถึงการมี "ชีวิตอมตะ"
เพราะตราบใดที่แข็งแกร่งพอ และสามารถฟื้นตัวได้เร็วพอ คำว่า "บาดแผลร้ายแรง " ก็คงไม่มีความหมายอีกต่อไป!
ซอมบี้เด็กที่แขนงอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ไม่ปล่อยให้เหวินเฉียนได้พัก มันเปิดฉากโจมตีเธออีกรอบทันที
แค่ไม่กี่วัน พลังของเหวินเฉียนก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น
ซอมบี้เด็กไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงแข็งแกร่งขึ้นจากคืนนั้นมากขนาดนี้ พอโจมตีไม่สำเร็จสักที มันก็เริ่มหงุดหงิด ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายเหมือนเด็กเอาแต่ใจจริงๆ
เหวินเฉียนเห็นมันพุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ใช้ดาบ แต่เลือกใช้มือคว้าข้อมือของมันแทน
ตอนที่มันอ้าปากกว้างโชว์ฟันแหลมคมหมายจะกัดเธอ เธอก็เหวี่ยงแขนของมันลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง
ตอนนี้พละกำลังของเหวินเฉียนสูงมาก ถ้าเป็นซอมบี้ธรรมดา เธอสามารถใช้มือเปล่าหักหัวมันออกมาได้เลย
เพราะงั้น พอโดนฟาดลงพื้นเต็มแรง หัวของซอมบี้เด็กก็กระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
มันนอนแน่นิ่งไปชั่วขณะ ราวกับสมองดับไปเลย
เมื่อรู้ว่าตัวเองสู้เหวินเฉียนไม่ได้ ซอมบี้เด็กก็คิดจะหนีอีกครั้ง
แต่เหวินเฉียนที่จับมันไว้แน่น จะปล่อยให้มันวิ่งหนีไปง่ายๆ ได้ยังไง?
ดวงตาของเธอเป็นประกาย มองตรงไปที่ลำคอของมัน
เธออยากรู้ว่าพลังฟื้นฟูของเจ้าซอมบี้เด็กนี่ จะถึงขั้นงอกหัวขึ้นมาใหม่ได้หรือเปล่า
ซอมบี้เด็กดิ้นรนสุดชีวิต แต่มันไม่มีทางสู้แรงของเหวินเฉียนได้
ทันใดนั้น มันก็ยกมืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระ กดลงไปที่หัวไหล่ของแขนที่โดนเหวินเฉียนจับอยู่ แล้วออกแรงกระชากสุดตัว
ฉึ่ก!
มันกระชากแขนของตัวเองจนขาด เพื่อหนีจากการควบคุมของเธอ!
เมื่อเป็นอิสระ มันไม่คิดสู้ต่อ รีบหันหลังวิ่งหนีไปทันที
แต่ไม่นานมันก็พบว่า…
ไม่ใช่แค่พละกำลังที่สู้เธอไม่ได้ แม้แต่ความเร็ว มันก็ยังสู้เธอไม่ได้เหมือนกัน!
เหวินเฉียน ไม่ให้โอกาสเจ้าปีศาจตัวน้อยหนีอีกต่อไป เธอยกมีดขึ้นแล้วฟันลงทันที ตัดหัวมันขาดสะบั้น มองดูร่างเล็กของซอมบี้ล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เธอรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
"เฮ้อ"
เหวินเฉียนถอนหายใจอย่างไม่พอใจ ก่อนจะก้มลงหยิบศีรษะของซอมบี้ขึ้นมา คิดจะเอากลับไปเป็นของขวัญให้ โม่หาน พร้อมกับหลอกเอาเสบียงเพิ่มอีกหน่อย
ศาสตราจารย์โรคจิตคนนั้นที่อยู่กับเขา น่าจะสนใจของแบบนี้แน่ๆ
แต่ก่อนที่เธอจะเอาหัวซอมบี้ใส่ถุงสุญญากาศ เธอก็เห็นลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นกลิ้งออกมาจากกะโหลกของมัน
เหวินเฉียนตาไวคว้าจับมันไว้ได้ทัน ขมวดคิ้วมองมันอย่างสงสัย
นี่มันอะไร? สมองเหรอ? เด็กนี่สมองใหญ่ขนาดนี้เลย?
ขณะกำลังงุน งง ก็ต้องคอยหลบการโจมตีจากซอมบี้ตัวอื่นไปด้วย พร้อมทั้งถอยร่นขึ้นไปบนภูเขาเพื่อหาที่ปลอดภัยสำหรับศึกษามันให้ละเอียด
ที่ไกลออกไป เสี่ยวไป๋ ที่กำลังต่อสู้กับซอมบี้อยู่ จู่ๆ ก็เหมือนจะได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่หอมยั่วยวน มันพุ่งตรงเข้าหาเหวินเฉียนทันที
เหวินเฉียนมัวแต่หลบซอมบี้ จึงไม่ได้สังเกตมัน พริบตาต่อมา เธอก็ถูกมันพุ่งชนเต็มแรงจากด้านหลัง จนล้มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ตอนที่อ้าปากจะด่า เธอกลับเผลอกัดลูกแก้วสีขาวเข้าเต็มๆ!
อยากจะอุทานว่า "เวรเอ๊ย!" ดันได้ลิ้มรสสมองซอมบี้แทน
เหวินเฉียนอยากจะคายออกมา แต่ไม่ทันแล้ว เพราะไอ้ของบ้านั่นละลายหายไปทันทีที่เข้าปาก
เธอยันตัวลุกขึ้น มองเสี่ยวไป๋ที่ทำตาใสซื่อ นางแทบอยากร้องไห้ออกมา
เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ไหม จึงไม่กล้าขยับตัวมั่วซั่ว
ขณะที่กำลังเครียดจัดจนอยากถอนขนเสี่ยวไป๋ให้หมดทั้งตัว จู่ๆ เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี โฮสต์ปลดล็อกพลังฟื้นฟู!"