ก่อนหน้านี้ ตอนที่เหวินร่างบอกว่าจะติดตั้งเรือนกระจกและตาข่ายกันขโมย เหวินเฉียนคิดว่าตาข่ายน่าจะอยู่ด้านนอกของกระจก
ปกติแล้ว ทุกคนก็ติดตั้งกันแบบนั้น
แต่เธอไม่คิดเลยว่า เขาจะให้ช่างติดตั้งตาข่ายไว้ด้านในแทน
เหวินเฉียนขยับเข้าไปใกล้เหวินร่าง แล้วถามเบาๆ ว่า “ทำไมตาข่ายถึงอยู่ข้างในล่ะ?”
เหวินร่างตอบด้วยท่าทางมั่นใจสุดๆ
“ก็เธอบอกว่าในอนาคตสภาพอากาศจะเลวร้าย ฉันกลัวว่าจะมีฝนกรดอะไรแบบนั้นมาทำให้มันผุกร่อน”
เหวินเฉียนไม่ได้พูดอะไร แต่จากสีหน้าของเธอ เหวินร่างก็รู้ว่าเขาคิดถูกแล้ว
เหวินเฉียนถอนหายใจ แม้เธอจะไม่อยากยอมรับ แต่พี่ชายของเธอฉลาดมาตั้งแต่เด็ก ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกคัดเลือกเข้าเรียนที่สถาบันเทคนิคอาชีพอู่เต้าได้
เสียงติดตั้งเรือนกระจกดังไปทั่วจนเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารเข้ามาสนใจ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยโทรหาเหวินฉางหนิง บอกว่าสิ่งที่พวกเขาทำเป็นการดัดแปลงผิดกฎหมายและต้องรื้อถอน
เหวินฉางหนิงสบถในใจ แต่สีหน้ายังคงยิ้มแย้มตอบกลับไปว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เพื่อนบ้านไปแจ้งความสิ ถ้ามีคนแจ้งแล้วเรื่องสำเร็จ ฉันจะรื้อถอนเอง นายไม่ต้องลำบากใจนะ นายก็ไปแจ้งความซะเลยสิ!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย งง เป็นไก่ตาแตก ก่อนจะวางสายไป เขาไม่เข้าใจเลยว่าท่าทีของเหวินฉางหนิงเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี
แต่ก็ไม่มีทางเลือก เขาจึงทำตามที่เหวินฉางหนิงบอก
แต่การแจ้งเรื่องพวกนี้มันต้องใช้เวลา กว่าขั้นตอนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นอย่างเร็วสุดก็ปาไปครึ่งเดือน
และถึงตอนนั้นจะยังมีใครสนใจมาจัดการหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หลังจากใช้เวลาครึ่งวัน เรือนกระจกก็ถูกติดตั้งเสร็จเรียบร้อย
บนหลังคาติดตั้งม่านบังแดดแบบรังผึ้งที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้เอง ด้านทิศใต้ทำเป็นหน้าต่างกระจกแบบบานเลื่อน เพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ในช่วงฤดูร้อน
บริเวณที่เปิดหน้าต่างได้ ยังติดตั้งตาข่ายกันยุงแบบโปร่งใสพิเศษ
แค่เปิดหน้าต่าง จากนั้นดึงตาข่ายจากกล่องเก็บที่อยู่ด้านบนลงมายึดกับขอบหน้าต่างด้านล่างก็ใช้งานได้ทันที
เหวินร่างจ่ายเงินเพิ่มไปอีกหนึ่งหมื่นหยวนเพื่อระบบตาข่ายนี้โดยเฉพาะ
เหวินเฉียนมองเรือนกระจกที่ติดตั้งเสร็จด้วยความพึงพอใจ ทันทีที่ช่างติดตั้งออกจากบ้าน ในวินาทีต่อมา เสียงของระบบที่ห่างหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง
“ติ๊ง! เปิดใช้งานระบบป้องกันวันสิ้นโลก!”
【ขอแสดงความยินดีที่ทำภารกิจอัปเกรดการป้องกันสำเร็จ ได้รับรางวัลเป็นการอัปเกรดระบบป้องกัน อุณหภูมิภายในพื้นที่ป้องกันคงที่ตลอดเวลา และได้รับสิทธิ์เพิ่มเจ้าหน้าที่เทคนิค 1 คน!】
อัปเกรดการป้องกัน? อุณหภูมิคงที่? เจ้าหน้าที่เทคนิค?
เหวินเฉียนชะงักไป ยังไม่ทันเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่เทคนิคหมายถึงอะไร เธอก็เห็นว่าเรือนกระจกที่เพิ่งติดตั้งเสร็จเกิดการเปลี่ยนแปลง
ความหนาของกระจกเพิ่มขึ้นจนถึงระดับกันกระสุนแบบมืออาชีพ นอกจากนี้ ภายในสามารถมองเห็นภายนอกได้ตามปกติ แต่จากข้างนอกจะไม่สามารถมองเข้ามาเห็นอะไรเลย
ไม่ใช่แค่กระจกของเรือนกระจกเท่านั้น แม้แต่กระจกหน้าต่างของตัวบ้านก็ถูกอัปเกรดไปพร้อมกัน
“โว้ย! อะไรกันเนี่ย!”
เสียงเหวินร่างดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน
ปกติเขาแทบไม่เคยสบถ หูของเหวินเฉียนกระตุก รีบวิ่งไปหาเพราะคิดว่าเกิดเรื่องขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
เหวินร่างหันมามองเธอ ก่อนจะชี้ไปที่ประตูบ้าน
ตอนแรกเขากำลังจะติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอยู่ดีๆ แต่จู่ๆ ประตูหน้าบ้านก็เปลี่ยนไปหมด ทำให้เขาตกใจแทบช็อก
เหวินเฉียนมองประตูบ้านที่ตอนนี้กลายเป็นประตูนิรภัยระดับเดียวกับธนาคารแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เธอมองอุปกรณ์ในมือของเหวินร่าง แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้
"เจ้าหน้าที่เทคนิค"... ที่ว่าหมายถึงพี่ชายของเธอเองสินะ?
เหวินเฉียนรีบดึงเหวินร่างเข้ามาด้วยกัน และในพริบตาเดียว ทั้งสองก็เข้าสู่มิติของเธอ
ภาพตรงหน้าที่เปลี่ยนไปกะทันหัน ทำให้หัวใจของเหวินร่างเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขายืนนิ่งอยู่กับที่ชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มหันไปมองรอบๆ
“นี่คือ… มิติของเธอเหรอ?”
“ใช่ เดี๋ยวฉันจะผูกข้อมูลของพี่ไว้ พี่ลองเดินดูตามสบายเลย”
บนแผงข้อมูลที่เหวินร่างมองไม่เห็น แสดงรายละเอียดของเขาขึ้นมาครบถ้วน
ชื่อ:เหวินร่าง
เพศ:ชาย
อายุ:24 ปี
ส่วนสูง:185 ซม.
กรุ๊ปเลือด:B
อาชีพ:โปรแกรมเมอร์
ความสัมพันธ์:พี่น้อง
ค่าความภักดี:ไม่มีวันทรยศ
เหวินเฉียนรีบผูกข้อมูลของเหวินร่างเข้ากับระบบ จากนั้นก็ไปหาเขา
เหวินร่างกำลังอยู่ในบ้านพักตากอากาศ และเมื่อเห็นว่าน้องสาวจัดห้องนอนของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
ดี อย่างน้อยก็ยังมีจิตสำนึกบ้าง ไม่ได้ให้เขานอนในกรงหมา
“ใช้ได้เลยใช่ไหม?” เหวินเฉียนพิงอยู่ตรงกรอบประตู มองเขาแล้วยิ้ม ก่อนจะชี้ไปที่เตียงของเขา “เตียงไฟฟ้าเลยนะ ราคาตั้งสี่หมื่นกว่า!”
“ไม่เลว” เหวินร่างเดินเข้ามา แล้วดีดหน้าผากเธอเบาๆ “อย่าบอกเรื่องมิตินี้ให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้น ฉันจะระเบิดหัวเธอแน่”
“สบายใจได้ ฉันรู้”
เหวินเฉียนเข้าใจถึงความโหดร้ายของโลกหลังล่มสลายดีกว่าใคร
เมื่อครู่เหวินร่างลองทดสอบดูแล้ว ถ้าไม่มีเหวินเฉียนนำทาง เขาไม่สามารถออกจากที่นี่เองได้ และก็คงเข้าเองไม่ได้เช่นกัน
ซึ่งก็หมายความว่า ไม่มีใครสามารถเข้ามาขโมยของจากน้องสาวของเขาแล้วออกไปได้โดยไม่มีเธออยู่ด้วย
แค่นี้ก็ทำให้เขาโล่งใจไปเยอะ
ไม่อย่างนั้น ถ้าของที่เหวินเฉียนสะสมมาด้วยความลำบากถูกขโมยไปหมด เธอคงร้องไห้จนตายแน่ๆ
เหวินร่างไม่อยากให้เหวินเฉียนทำงานเกษตร ถึงแม้ตัวเขาเองจะไม่เคยทำมาก่อนเลยก็ตาม
แต่สุดท้ายก็ไปช่วยเธอปลูกพืชและกำจัดวัชพืช
ทั้งสองรู้สึกว่าพื้นที่เพาะปลูกของพวกเขาจะต้องขยายขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน สุดท้ายจึงตัดสินใจออกไปหาซื้อเครื่องจักรเกษตร
พวกเขาออกไปหาซื้อเครื่องหว่านเมล็ด เครื่องพ่นยา เครื่องเก็บเกี่ยว เครื่องบด เครื่องสีข้าว และอุปกรณ์อื่นๆ
ทั้งสองใช้เวลาค้นหาอยู่นาน จนในที่สุดก็เจอโรงงานผลิตเครื่องจักรเกษตรแห่งหนึ่งในพื้นที่ พวกเขาจึงโทรนัดหมายเพื่อนัดพบในวันรุ่งขึ้น
หลังจากนั้น เหวินร่างก็กลับไปติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่อ ส่วนเหวินเฉียนก็ตัดสินใจออกไปข้างนอกอีกครั้ง
เธอมีลางสังหรณ์แปลกๆ รู้สึกว่าโลกหลังล่มสลายอาจมาถึงเร็วกว่าที่คาด
เธอลงลิฟต์ไปยังที่จอดรถใต้ดิน และไม่คาดคิดว่าจะเจอจางจื่อหยางอีกครั้ง
เขากำลังเดินไปข้างหน้า พร้อมคุยโทรศัพท์ไปด้วย โดยที่ไม่รู้เลยว่าเหวินเฉียนอยู่ด้านหลัง
จางจื่อหยางพูดว่า “ฉันบอกแล้วไงว่างานเลี้ยงรุ่นฉันต้องไปแน่นอน! แถมจะพาแฟนไปด้วย! ทำไมไม่เชื่อกันวะ? … แฟนฉันคือใครเหรอ? เหวินเฉียนไง! นอกจากเธอแล้วจะเป็นใครได้อีก? … ฮ่าๆ ใช่ เธอจีบยากอยู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจีบ ถ้าเป็นฉันล่ะก็ ยังไงเธอก็ต้องตกลงอยู่แล้ว ฉันตัดสินใจแล้วนะว่าหลังเรียนจบ ฉันจะจดทะเบียนกับเธอเลย! … หน้าตาฉันก็ดี บ้านฉันก็มีฐานะ เธอจะปฏิเสธทำไมล่ะ? ยังไงสุดท้ายก็ต้องแต่งงานอยู่ดี”
เหวินเฉียนเดินตามหลังเขาไป พลางพยายามอดกลั้นไม่ให้เตะเขากระเด็นออกไป เธอหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดอัดเสียงต่อไป
จางจื่อหยางยังพูดต่อ “ใช่ พวกเราจะขับรถไปเอง … รถอะไรน่ะเหรอ? ก็พอร์ชคาเยนไง ฉันคุยกับเธอไว้แล้ว พอแต่งงานกันอีกสองปี รถคันนี้ก็ต้องเป็นของฉัน เอาไว้ใช้ขับไปทำงาน … พอใช้ได้ แต่จริงๆ ฉันไม่ได้สนใจรถคันนี้หรอกนะ ฉันวางแผนไว้ว่าจะให้พ่อเธอซื้อเบนซ์ จีคลาส ให้ฉันอีกคัน … ใช่ พี่ชายเธอขับคันนั้นอยู่ แต่ได้ยินว่าเขาซื้อเอง”
เหวินเฉียนแค่นหัวเราะเบาๆ หมอนี่นี่มันคิดการณ์ใหญ่ซะจริง!
จางจื่อหยางยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนอยู่ข้างหลัง เขายังโม้ไปเรื่อย
จนกระทั่งสายตาของเหวินเฉียนมองข้ามเขาไป แล้วเห็นแมวจรจัดสีขาวตัวหนึ่งที่นอนอยู่บนหลังคารถของเธอ
เธอร้องเสียงดังด้วยความดีใจ
“เสี่ยวไป๋!!”
เหวินเฉียนรีบวิ่งไปทันที
จริงๆ ด้วย! นั่นมันเสี่ยวไป๋!
จางจื่อหยางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของเธอ รีบหาข้ออ้างแล้วตัดสายโทรศัพท์
เขามองไปที่เหวินเฉียนที่วิ่งไปถึงรถ แล้วอุ้มแมวจรจัดที่สกปรกเต็มตัวขึ้นมา เขาตะโกนออกไปทันที
“เหวินเฉียน! รีบเอามันไปทิ้งเลย! แมวมันสกปรกมากนะ! เธอเลี้ยงแมวไม่ได้หรอก ถ้าเลี้ยงแล้วจะมีปัญหาต่อการมีลูกในอนาคต!”