บทที่ 148: ซิ่งทะลุฟ้า...แต่ดันลืมหลาน
ถึงสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่คนอย่างเฉียวชิงอวี้ก็ยังคงเป็นเฉียวชิงอวี้อยู่วันยังค่ำ ยึดมั่นในความเป็นตัวเองชนิดที่ใครก็มาเปลี่ยนไม่ได้
หญิงสาวตวัดสายตาค้อนขวับวงใหญ่ใส่สามี ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวไปตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว แล้วเอ่ยปากออกไปว่า
"อย่าคิดว่าของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้จะซื้อใจฉันได้นะ บอกไว้ก่อนเลย!"
ปากบอกไม่สน แต่การกระทำกลับสวนทางกันคนละทิศ มือเรียวบางลูบไล้พวงมาลัยรถแทรกเตอร์คันใหญ่ด้วยความหลงใหล ท่าทางตื่นเต้นจนเก็บทรงไม่อยู่ รีบหันไปเร่งยิกๆ ใส่ชายหนุ่มตรงหน้า
"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคะ รีบบอกวิธีขับมาเร็วเข้า ต้องลงไปหมุนคันสตาร์ตข้างล่างเหมือนรถรุ่นปู่หรือเปล่า"
เฮ่อซิวอวี้มองภรรยาตัวเองด้วยสายตาอ่อนแสง ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากอย่างนึกขัน ดูท่าทางปากไม่ตรงกับใจนั่นสิ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
"ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ เดี๋ยวผมสอนวิธีสตาร์ตเครื่องให้ ง่ายนิดเดียวเอง..." ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความใจเย็น
ภายใต้การกำกับดูแลแบบประกบชิดตัวของเฮ่อซิวอวี้ บวกกับพื้นฐานความซ่าในอดีตที่เคยซิ่งรถมาอย่างโชกโชน ทำให้เฉียวชิงอวี้เรียนรู้การควบคุมเจ้าเครื่องจักรเหล็กยักษ์นี่ได้ในเวลาอันสั้น
บรื้นนนน!
เสียงเครื่องยนต์ดีเซลคำรามกึกก้องสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทุ่ง ก่อนที่ตัวรถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ถนนดินทรายสีเหลืองเบื้องหน้าอย่างองอาจ
ระหว่างบังคับพวงมาลัย เฉียวชิงอวี้อดคิดไม่ได้ว่า ถึงอีตาเฮ่อซิวอวี้จะมีมุมกวนประสาทชวนให้หงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหมอนี่มีลูกล่อลูกชนที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะได้เก่งชะมัด
ต้องเข้าใจบริบทก่อนว่า ในยุค 80 ช่วงต้นแบบนี้ ทรัพยากรทุกอย่างล้วนขาดแคลน เทคโนโลยีก็ยังล้าหลัง การที่หัวหน้าวิศวกรเฮ่อลงทุนลงแรงหารถแทรกเตอร์มาให้เธอหนึ่งคัน แถมยังเป็นแบรนด์ดังจากต่างประเทศที่ผ่านการโมดิฟายเครื่องมาเป็นพิเศษแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องไก่กาเลยนะ
ถามว่าชอบไหม?
คำตอบคือ... โคตรชอบ!
ความรู้สึกฟินระดับนี้ มันพุ่งทะลุปรอทยิ่งกว่าตอนได้แหวนเพชรเม็ดเป้ง หรือได้เสื้อผ้าแบรนด์เนมเสียอีก ของสวยงามพวกนั้นจะไปเทียบอะไรได้กับเจ้าเครื่องจักรคันโตที่ช่วยทุ่นแรงแถมยังสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำคันนี้
ทว่า... เพราะมัวแต่เห่อของเล่นชิ้นใหม่ ทั้งคู่เลยลืมสนใจสิ่งรอบข้างไปเสียสนิท เรียกว่ากลายเป็นคู่สามีภรรยาใจยักษ์ทิ้งเด็กตาดำๆ ได้ลงคอ
เดิมทีเฮ่อเสวี่ยหรงกับเสี่ยวหูนั่งยองๆ ขุดหาหญ้ากันอย่างเรียบร้อย เพราะเฉียวชิงอวี้วางเงื่อนไขไว้ว่า ถ้าขุดหญ้าออกมาได้สมบูรณ์ทั้งราก จะให้ค่าจ้างต้นละห้าเฟิน
ด้วยพลังแห่งเงินค่าขนม สองแสบเลยก้มหน้าก้มตาทำงานกันยิกๆ ไม่ได้สนใจเลยว่าเฮ่อซิวอวี้ขับรถอะไรมาจอด หรือพวกผู้ใหญ่คุยอะไรกันบ้าง
กระทั่งเฮ่อเสวี่ยหรงเงยหน้าขึ้นมาจากแปลงหญ้าอีกหน ภาพที่เห็นก็ทำเอาหนูน้อยช็อกตาตั้ง
คุณอากับอาสะใภ้กระโดดขึ้นรถคันยักษ์ ท่อไอเสียพ่นควันดำโขมง ส่งเสียงคำรามลั่น แล้วก็... ซิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา!
ร่างป้อมๆ ผุดลุกขึ้นยืน เหม่อมองท้ายรถที่ค่อยๆ ไกลออกไปด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ
วินาทีต่อมา เสียงไซเรนแตกก็ดังขึ้น
"แงงงงงง!"
เสี่ยวหูที่อยู่ข้างๆ ถึงกับเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก เด็กชายรีบปรี่เข้าไปปลอบน้องสาวตัวน้อยอย่างทุลักทุเล
"หรงหรง! อย่าร้องนะๆ อาเฮ่อกับน้าเฉียวเขาต้องไปธุระแน่ๆ พี่รู้จักทางกลับบ้าน เดี๋ยวพี่พาเดินกลับเอง หรือถ้า... ถ้าพวกเขาไม่เอาเธอแล้วจริงๆ เธอก็ไปอยู่บ้านพี่สิ ไปเป็นน้องสาวพี่ เดี๋ยวให้แม่นึ่งซาลาเปาให้กินทุกวันเลย เอามั้ย"
คำปลอบใจของเสี่ยวหู แทนที่จะเหมือนน้ำเย็นชโลมใจ ดันกลายเป็นราดน้ำมันเข้ากองไฟซะงั้น พอได้ยินคีย์เวิร์ดคำว่า 'ถ้าพวกเขาไม่เอาเธอแล้ว' เฮ่อเสวี่ยหรงก็ยิ่งสติแตก แหกปากร้องไห้หนักกว่าเดิมจนตัวโยน
หนูน้อยปาจอบขุดดินทิ้งลงพื้น แล้วออกวิ่งตามรถแทรกเตอร์ที่เพิ่งหายลับไปสุดสายตา
แต่ขาสั้นๆ ของเด็กน้อยจะไปทันอะไร ประกอบกับพื้นที่แถวนี้เป็นเนินดินสูงต่ำสลับซับซ้อน พอรถแทรกเตอร์แล่นลงเนินไป คนบนรถก็ไม่มีทางมองเห็นเหตุการณ์ข้างหลังแน่นอน
เหล่าเฉียนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เห็นท่าไม่ดี รีบสับเท้าวิ่งตามเด็กน้อยไปจนเหงื่อท่วม
ชายวัยกลางคนงุนงงไปหมด เดิมทีนึกว่าหัวหน้าวิศวกรเฮ่อแค่แวะมาหาเมียเฉยๆ ไหงจู่ๆ ถึงบึ่งรถหนีไปดื้อๆ ทิ้งหลานสาวไว้กลางทุ่งแบบนี้หน้าตาเฉย
แต่อีกใจหนึ่งก็อดสงสัยไม่ได้... รถแทรกเตอร์คันนั้นทำไมดูคุ้นตานัก
ซื้อมาใหม่เหรอ?
แต่ยอมรับเลยว่าทรงมันเท่บาดใจจริงๆ ยิ่งตรงห้องคนขับที่ขัดเงาวับสะท้อนแสงแดดวิบวับนั่น ดูหรูหราไฮโซอย่างกับรถเก๋งประจำตำแหน่งพวกผู้นำระดับสูงเลยทีเดียว
ตัดภาพมาที่เฉียวชิงอวี้ ตอนนี้กำลังจับพวงมาลัยแน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
เธอยอมรับกับตัวเองเลยว่า ดูเหมือนเธอจะโดนผู้ชายคนนี้ซื้อใจไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ใครมาบอกว่าจะมีผู้ชายเอารถแทรกเตอร์มาจีบ แล้วทำให้เธอซาบซึ้งจนแทบจะยอมถวายชีวิตให้ เธอคงหัวเราะจนฟันร่วงแน่ๆ แต่ ณ วินาทีนี้ เธอกลับรู้สึกว่าการเปิดใจรับเฮ่อซิวอวี้เข้ามาในชีวิต... มันก็ไม่ได้แย่อะไรนี่นา
เสียงนกกาหรือคำนินทาชาวบ้านจะไปสำคัญอะไร ในเมื่อคนอย่างเฉียวชิงอวี้ซะอย่าง ใครกล้าปากดีใส่ เดี๋ยวแม่จะตอกกลับให้หน้าหงายไปไม่เป็นเลยคอยดู
อารมณ์ของหญิงสาวตอนนี้เลยเบิกบานถึงขีดสุด นึกสนุกอยากโชว์สกิลการขับรถให้สามีได้ประจักษ์ พาเจ้าเครื่องจักรยักษ์ตะลุยขึ้นเนินลงเนิน ฝ่าดงหญ้า ซิ่งฉิวไปตามถนนทรายอย่างเมามัน โชคดีที่น้ำมันเต็มถัง ไม่งั้นคงได้เข็นกลับแน่
หลังจากขับวนไปมาอย่างสนุกสนานได้สักสิบนาที จู่ๆ เฉียวชิงอวี้ก็กระทืบเบรกจนตัวรถกระตุก
กึก!
รถหยุดนิ่งสนิท เธอมองออกไปที่ความเวิ้งว้างเบื้องหน้า แล้วค่อยๆ หันขวับกลับมาสบตาคนข้างๆ
"สหายเฮ่อคะ... รู้สึกเหมือนเราลืมอะไรไปหรือเปล่า?"
เฮ่อซิวอวี้หน้าถอดสีทันทีที่สมองประมวลผลเสร็จ
ชิบหายแล้ว! ลืมเฮ่อเสวี่ยหรง!
ถึงจะมีเสี่ยวหูกับเหล่าเฉียนอยู่เป็นเพื่อน แต่หลานสาวเขาไม่ใช่เด็กจิตใจเข้มแข็งเหมือนคนทั่วไป อาการของแกเปราะบางมาก
เฉียวชิงอวี้ไม่รอช้า หักพวงมาลัยกลับรถทันควัน แล้วเหยียบคันเร่งมิดไมล์มุ่งหน้ากลับไปยังทุ่งหญ้าข้าวบาร์เลย์ด้วยความเร็วแสง
สภาพถนนหลุมบ่อทำเอารถกระเด้งกระดอนจนเฮ่อซิวอวี้ตัวลอยแทบหลุดจากเบาะ
"คุณครับ! ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ระวังหน่อย!" ชายหนุ่มร้องเตือนเสียงหลง เกาะราวจับแน่น
"ฉันรู้น่า! คุณนั่งดีๆ แล้วกัน ฉันจะซิ่งแล้วนะ!"
เฮ่อซิวอวี้ "......"
ขากลับใช้เวลาเร็วกว่าขามาเกือบครึ่ง ไม่ถึงสิบนาทีทั้งคู่ก็กลับมาถึงจุดเกิดเหตุ
และก็ตามคาด... ภาพที่เห็นคือเหล่าเฉียนกำลังนั่งยองๆ ปลอบใจเฮ่อเสวี่ยหรงที่ร้องไห้จนหน้าแดงก่ำ ส่วนเสี่ยวหูก็พยายามทำหน้าตาตลกๆ แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกล่อน้องสาวจนเหงื่อแตกพลั่ก
ทันทีที่รถจอดสนิท เฉียวชิงอวี้กับเฮ่อซิวอวี้ก็รีบกระโดดลงจากรถ วิ่งตรงดิ่งเข้าไปหาเด็กน้อยทันที
เสี่ยวหูตาไวเห็นก่อนเพื่อน ตะโกนลั่นด้วยความดีใจ
"หรงหรง! ดูนั่นเร็ว! อาเฮ่อกับน้าเฉียวกลับมาแล้ว! เห็นมั้ยพี่บอกแล้วว่าเขาไม่ได้ทิ้งเธอ!"
เฉียวชิงอวี้ "......"
ไอ้เด็กแสบนี่... พูดจาน่าทุบหลังจริงๆ
พนันได้เลยว่าเมื่อกี้เจ้าหมอนี่ต้องเป่าหูเฮ่อเสวี่ยหรงว่าพวกเธอทิ้งหลานแน่ๆ เผลอๆ อาจจะชวนไปอยู่บ้านตัวเองแล้วด้วยซ้ำ
เฮ่อเสวี่ยหรงเด็กน้อยผู้ว่าง่าย มองผ่านม่านน้ำตาเห็นรถแทรกเตอร์คันเดิมแล่นกลับมา หัวใจดวงน้อยที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง คุณอากับอาสะใภ้ไม่ได้ทิ้งเธอ! พวกเขากลับมารับเธอแล้ว!
ใบหน้าเล็กๆ ที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตานั่น... ดูแล้วน่าสงสารจับใจ
เฮ่อซิวอวี้และเฉียวชิงอวี้ยืนมองหลานสาวอยู่ตรงหน้า
ทั้งคู่สบตากันแวบหนึ่ง
แววตาที่สื่อถึงกันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ... และความยินดี
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เฮ่อเสวี่ยหรงกล้าแสดงอารมณ์ออกมาเต็มแม็กซ์แบบนี้
ปกติแกจะแค่นั่งน้ำตาไหลเงียบๆ เก็บความรู้สึกไว้คนเดียว แต่วันนี้กล้าแหกปากร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่นทุ่ง ให้พวกผู้ใหญ่ได้รับรู้
นี่เป็นสัญญาณที่ดีมาก! แปลว่าอาการป่วยทางใจของหรงหรงมีแนวโน้มจะหายดีในเร็ววันแน่นอน
เฮ่อซิวอวี้รีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาให้หลานสาวอย่างเบามือ ส่วนเฉียวชิงอวี้ก็งัดไม้ตายออกมาเบี่ยงเบนความสนใจ
"เฮ่อเสวี่ยหรงจ๊ะ หญ้าของหนูขุดเสร็จหรือยังเอ่ย?"
เฮ่อซิวอวี้เหลือบมองภรรยาด้วยสายตาทึ่งๆ เปลี่ยนเรื่องได้เนียนมากแม่คุณ
เฮ่อเสวี่ยหรงที่ตายังฉ่ำน้ำส่ายหน้าเบาๆ เสี่ยวหูจอมจุ้นรีบแทรกขึ้นมาทันควัน "น้าเฉียวครับ! ของผมใกล้เสร็จแล้วครับ!"
ขุดหญ้าหนึ่งต้นได้ห้าเฟิน เอาไปซื้อลูกอมผลไม้ที่สหกรณ์ได้ตั้งห้าเม็ดเชียวนะ! เงินห้าเฟินกำลังจะลอยเข้ากระเป๋าแล้ว ใครจะยอมพลาด
"งั้นก็ไปสิ รีบพาหรงหรงไปขุดต่อให้เสร็จ พอเสร็จแล้วเดี๋ยวอาสะใภ้จะพาพวกเธอนั่งรถแทรกเตอร์กลับบ้าน โอเคมั้ย?"
พอเฮ่อเสวี่ยหรงมั่นใจแล้วว่าอาสะใภ้จะไม่หนีไปไหน เธอก็รู้สึกว่าภารกิจขุดหญ้ากลับมาน่าสนุกขึ้นมาทันที เด็กหญิงพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินตามเสี่ยวหูกลับเข้าดงหญ้าไปอย่างว่าง่าย
ภาพเด็กน้อยวิ่งเล่นกันอย่างร่าเริงตอนนี้ แทบดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนเดียวกับที่เพิ่งจะร้องไห้ปานจะขาดใจตายเมื่อกี้นี้
เฮ่อซิวอวี้มองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นไปพลางคิดในใจ... การได้เจอกับเฉียวชิงอวี้ ไม่ใช่แค่ความโชคดีของหรงหรงเท่านั้น แต่ยังเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตของเขาด้วยเหมือนกัน
ทางด้านเหล่าเฉียน พอเด็กๆ สงบลงก็เดินวนดูรอบรถแทรกเตอร์ด้วยความชื่นชม ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความอิจฉา
"รถคันนี้สวยบาดตาจริงๆ ทางฐานวิจัยเพิ่งเบิกงบซื้อมาใหม่เหรอ?"
เฉียวชิงอวี้หัวเราะร่า "ไม่ใช่ของใหม่ที่ไหนหรอกค่ะ นี่ฝีมือหัวหน้าวิศวกรเฮ่อล้วนๆ เอารถเก่ามาโมดิฟายใหม่แล้วยกให้ฉัน" เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะเสริมเสียงใส
"ถ้าพูดให้ถูกตามหลักการ ก็คือมอบให้ห้องแล็บเพาะพันธุ์เมล็ดพืชของฉันน่ะค่ะ"
เหล่าเฉียนแอบเบ้ปากในใจ มันต่างกันตรงไหนวะครับ ห้องแล็บนั่นก็มีคุณอยู่คนเดียว ให้ห้องแล็บก็เท่ากับให้เมียนั่นแหละ!
"ดีเลยๆ ชิงอวี้ ต่อไปเธอก็มีรถส่วนตัวใช้แล้ว พื้นที่กันดารแบบนี้ขับเจ้านี่แหละเหมาะสุดแล้ว"
เฉียวชิงอวี้มองรถแทรกเตอร์ด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ ส่วนเฮ่อซิวอวี้ก็ยืนมองภรรยาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข
เหล่าเฉียนเห็นบรรยากาศสีชมพูเริ่มฟุ้งกระจายจนแสบตาก็รู้หน้าที่ รีบเฟดตัวเดินเลี่ยงออกไปอย่างรู้งาน
เมื่ออยู่กันตามลำพัง เฮ่อซิวอวี้ก็เริ่มติวเข้มเรื่องข้อควรระวังในการขับรถให้เฉียวชิงอวี้ฟังต่อ จากนั้นก็กำชับเรื่องสำคัญทิ้งท้าย
"อ้อ แล้วก็น้ำมันดีเซลแต่ละเดือนเขามีโควตาจำกัดนะครับ ถึงผมจะหาตั๋วน้ำมันมาให้คุณได้เยอะหน่อย ทำให้เราใช้งานได้ยืดหยุ่นขึ้น แต่ยังไงก็ต้องใช้อย่างประหยัดด้วยนะครับคุณนาย"
เพราะในยุคนี้ น้ำมันดีเซลคือทองคำดำที่หายากและสำคัญยิ่งชีพจริงๆ
[จบบท]