เซี่ยซางซางปวดหัวแทบระเบิด เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น
ท่ามกลางความมึนงง เธอได้ยินเสียงผู้หญิงหลายคนกำลังซุบซิบนินทาอยู่ข้างหู
“ฉันไม่เคยเห็นเจ้าสาวคนไหนขี้เกียจขนาดนี้มาก่อนเลย ใกล้ถึงเวลาแต่งงานแล้วยังนอนอยู่เลย!”
“จะขี้เกียจอะไรขนาดนั้น ฉันว่าเธอไม่ใส่ใจมากกว่า!”
“ก็จริง โชคดีนะที่ได้แต่งเข้าตระกูลซ่ง ถ้าเป็นบ้านอื่นที่เข้มงวดกว่านี้ เธอคงโดนด่าจนไม่กล้าเงยหน้าแล้ว
“บ้านซ่งนี่ก็แปลกนะ ความเป็นอยู่ดีขนาดนี้ สุดท้ายกลับเลือกสะใภ้ปากจัด แถมยังไม่มีมารยาทอีกต่างหาก”
เสียงเหน็บแนมดังไม่หยุด จนหัวของเซี่ยซางซางยิ่งปวดหนักขึ้นไปอีก เธอกัดฟันฝืนลืมตาขึ้นช้าๆ
สิ่งแรกที่เห็นคือคานไม้สีเหลืองส้มด้านบน ประดับริบบิ้นสีแดงสดใต้ลงมาคือผนังปูนขาวที่ติดอักษร “ซวงสี่” สีแดงตัวใหญ่
มุมกระดาษด้านหนึ่งหลุดลุ่ยห้อยลงมา เธอนิ่งไปทันที ภาพตรงหน้ามันดูคุ้นเคยเกินไปแล้ว
เซี่ยซางซางรีบลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบห้องด้วยความสับสน
ผ้าห่มสีแดง กระเป๋าสีแดง หีบสินสอดสีแดง ที่นี่คือห้องเจ้าสาวของเธอ…สายตาเธอเลื่อนไปยังปฏิทินบนผนัง
6 มิถุนายน ปี 1985
หัวใจของเธอกระตุกแรงความทรงจำอีกช่วงชีวิตไหลทะลักเข้ามาในหัวทันที
ภาพของตัวเองในวัยห้าสิบกว่า เดินหลังค่อมฝ่าหิมะแบกฟืนกลับบ้าน ก่อนจะลื่นตกลงไปในร่องน้ำแข็ง
ร่างกระแทกก้อนหินจนขยับไม่ได้
ในคืนนั้นเป็นคืนส่งท้ายปีเก่า ไม่มีใครออกมาเดินข้างนอก เธอนอนจมอยู่ในหิมะเพียงลำพัง รอความตายอย่างเงียบงัน
ร่างกายขยับไม่ได้ แต่สติยังชัดเจน เธอเอาแต่ถามตัวเองในใจ ชีวิตของเธอ…ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้?
เดิมทีเธอไม่ใช่คนโดดเดี่ยว พ่อแม่รักเธอ พี่น้องก็รักใคร่กันดี ด้วยนิสัยตรงไปตรงมา ทำให้ใครๆ ก็ชอบอยู่ใกล้เธอ
แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนหลังแต่งงาน เพราะหลังแต่งเข้าตระกูลซ่ง เธอค่อยๆ ถูกตัดขาดจากครอบครัวเดิม
เพราะคำพูดของแม่สามีและซ่งหยางจิน
ช่วงแรกของชีวิตคู่เคยงดงามมาก หญิงสาวที่โดดเด่นที่สุดในหมู่บ้านเฟิงฉวน
ได้แต่งงานกับชายหนุ่มผู้สุภาพที่สุดแห่งหมู่บ้านเว่ยฉวน ครอบครัวฝ่ายชายมีหน้ามีตา
พ่อสามีเป็นข้าราชการ น้องสาวสามีก็แต่งเข้าเมือง ใครๆ ต่างอิจฉาเธอ บอกว่าเธอมีวาสนาดี
แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม หลังแต่งงานไม่นาน ซ่งหยางจินเข้าเมืองไปทำงาน
และในวันที่เธอกำลังจะตามไป เขากลับพาหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งกลับมาซ่อนไว้ในบ้าน
แม่สามีกับซ่งหยางจินถึงขั้นคุกเข่าขอร้องให้เธออดทน ยอมกล้ำกลืนความเจ็บปวด และช่วยดูแลผู้หญิงคนนั้นจนคลอดลูก
หลังคลอด ผู้หญิงคนนั้นก็จากไป ส่วนเธอกลับล้มป่วยอย่างไร้สาเหตุ
เธอนอนซมอยู่บนเตียงทั้งวัน พร้อมเด็กคนหนึ่งที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตัวเอง
ต่อมา ตระกูลซ่งประกาศต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านว่า เด็กคนนั้นเป็นลูกของเธอ
เพื่อรักษาหน้าตาและศักดิ์ศรี เธอจำต้องเก็บความลับนี้ไว้ทั้งชีวิต
ความคับแค้นกัดกินเธอทีละน้อย จนสุดท้ายเธอก็กลายเป็นหญิงแก่ปากร้าย ชอบทะเลาะ และเต็มไปด้วยความขมขื่น
ต่อมา พ่อแม่สามีเสียชีวิต ซ่งหยางจินติดโรคซิฟิลิส ตายอยู่ต่างถิ่น
ส่วนเด็กคนนั้น เมื่อรู้ความจริง ก็เข้าเมืองไปตามหาแม่แท้ๆ ของตัวเอง
สุดท้ายก็เหลือเพียงเธอคนเดียว ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว พร้อมชื่อเสียงเลวร้ายติดตัวไปจนตาย
นี่น่ะหรือ…ชีวิตแต่งงานที่ใครๆ ก็อิจฉา
เซี่ยซางซางสูดลมหายใจลึกๆ ดวงตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว
เธอไม่คิดเลยว่า ตัวเองจะได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ย้อนกลับมายังวันแต่งงานของตัวเอง เมื่อสามสิบหกปีก่อน
วันนั้นเธอสวมชุดแต่งงานสีแดงใหม่เอี่ยม เกล้าผมเจ้าสาวอย่างประณีต
แม้แต่ผ้าคลุมหน้าก็เป็นของที่ซื้อมาจากห้างในอำเภอโดยเฉพาะ
ตระกูลซ่งยังมอบเงินค่าสินสอดให้เธอถึงสามร้อยหยวน จนตระกูลเซี่ยกลายเป็นที่อิจฉาของคนทั้งหมู่บ้าน
ด้านนอก เสียงของซ่งหยางจินดังเข้ามา
“ปล่อยให้เธอพักอีกหน่อยเถอะ เดี๋ยวหลังเสร็จพิธีเธอต้องรับแขกทั้งวัน เธอคงเหนื่อยมาก”
มีคนหัวเราะตอบทันที “หยางจิน นายใจดีเกินไปแล้ว ระวังหลังแต่งงานจะโดนภรรยาข่มเอานะ!”
เซี่ยซางซางหลับตาลงช้าๆ ภายนอกดูงดงามเพียงใด ภายในก็เน่าเฟะเพียงนั้น
ชาติที่แล้ว เธอโง่เกินไป มองคนผิด และก้าวพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า จนชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี
แต่ชาตินี้ เธอจะไม่เดินไปในเส้นทางเดิมอีกต่อไป
เหล่าป้าที่ฟ้องซ่งหยางจินไม่สำเร็จ ก็พากันกลับเข้ามาในห้อง พอเห็นน้ำตาบนใบหน้าของเซี่ยซางซาง ก็เริ่มพูดจาอีกครั้ง
“วันนี้เป็นวันแต่งานนะ ร้องไห้อะไรกัน มันไม่เป็นมงคลนะ!”
“ใช่ เดี๋ยวคนอื่นเห็นเข้าก็จะคิดว่าโดนรังแกมา”
“แม่หนูเซี่ย อย่าทำเหมือนไม่รู้คุณคนสิ หยางจินน่ะมีสาวๆ ตั้งมากมายที่อยากแต่งด้วย”
เซี่ยซางซางสูดหายใจลึกๆ ก่อนยกมือดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกโยนลงบนเตียง
“ถ้าอยากแต่งกันนัก ก็ไปแต่งกับคนอื่นเถอะ” ฉันไม่แต่ง ทุกคนอึ้งไปทันที
ป้าหลิวที่สนิทกับตระกูลซ่งที่สุดเบิกตากว้าง
“พูดบ้าอะไรของเธอ!” เซี่ยซางซางลุกขึ้นยืน แม้หัวจะยังปวดอยู่ แต่แววตากลับแน่วแน่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอมองหน้าทุกคนทีละคน ก่อนพูดชัดเจนทีละคำ
“ฉันจะไม่แต่งงานกับซ่งหยางจิน”เป็นอันขาด และการหมั้นครั้งนี้…ยกเลิกไปซะ”