หลังจากพูดทุกอย่างออกไปแล้ว เซี่ยซางซางก็ไม่คิดจะเกรงใจอีกต่อไป
เธอกำเงินในมือแน่น ก่อนโค้งให้จางว่านหลี่อย่างจริงใจ
“ขอบคุณค่ะคุณลุง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะพยายามเต็มที่ ถ้าไม่สำเร็จก็ขอลุยให้สุดไปเลย!”
จางว่านหลี่หัวเราะลั่น
“เด็กคนนี้ พูดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว”
เซี่ยซางซางยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางหันไปมองเจียงหยูที่กำลังยกกะหล่ำปลีอยู่ข้างๆ ก่อนบอกเขาว่า
เธอตั้งใจจะลาออกจากร้านผักไปขายเหลียงผี
เจียงหยูรู้อยู่ก่อนแล้วจึงไม่ได้แปลกใจ เขาวางกะหล่ำปลีลงแล้วถามเรียบๆ
“คิดจะไปขายที่ไหนก่อน?”
“ฉันว่าจะปั่นจักรยานไปขายตามหมู่บ้านก่อน” เซี่ยซางซางตอบ
“ในหมู่บ้านตัวเองฉันยังรู้สึกเขินนิดหน่อย เลยคิดว่าจะเริ่มจากหมู่บ้านต้าเฉอเตียนกับเสี่ยวเฉอเตียนก่อน
เพราะอยู่ไม่ไกลนัก น่าจะไปกลับได้ภายในวันเดียว”
เจียงหยูมองเธอครู่หนึ่ง “ไปคนเดียวเหรอ?”
“พี่ชายฉันจะไปด้วย” เขาพยักหน้าเบาๆ สีหน้าดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
“ก็ดี”
อย่างน้อยมีคนไปเป็นเพื่อน เขาก็สบายใจขึ้น
คืนนั้นหลังกลับถึงบ้าน เซี่ยซางซางรีบกินข้าวแล้วเข้านอนแต่หัวค่ำ ก่อนจะตื่นขึ้นมากลางดึก
เธอจุดตะเกียงในครัวแล้วเริ่มทำเหลียงผีเงียบๆ ตั้งใจจะทำคนเดียวไม่ให้ใครรู้
แต่พอหันกลับมา ก็พบว่าพ่อ แม่ และพี่ชายคนรองยังไม่นอนกันเลย
“พ่อ แม่ พรุ่งนี้ยังต้องไปทำนาอีกนะคะ ไปนอนเถอะ หนูทำเองได้”
หวังซูฟางเดินเข้ามาช่วยทันที
“จะให้แม่นอนได้ยังไง ลูกทำอยู่คนเดียวดึกๆ แบบนี้ แล้วยังทำตั้งเยอะ พรุ่งนี้จะเอาแรงที่ไหนไปขายอีก”
เซี่ยซางซางจนคำพูด ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“ก็ได้ค่ะ...”
พอมีคนช่วย งานก็เร็วขึ้นมาก จากเดิมที่ต้องทำคนเดียว กลายเป็นช่วยกันสี่คน ไม่นานเหลียงผีสามสิบเส้นก็เสร็จก่อนฟ้าสาง
เมื่อเห็นว่ายังพอมีเวลา เซี่ยซางซางก็รีบไล่ทุกคนกลับไปพัก ส่วนตัวเองกลับเข้าห้องไปงีบต่อ
เธอสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงไก่ขัน ร่างกายแทบขยับโดยอัตโนมัติ ขยี้ตา แต่งตัว พับผ้าห่ม แล้วรีบออกจากห้องในรวดเดียว
เมื่อเดินเข้าลานบ้าน ก็เห็นหวังซูฟางเตรียมอาหารเช้าไว้เรียบร้อยแล้ว มีโจ๊กข้าวฟ่าง ซาลาเปา และผักดองง่ายๆ
หลังทานเสร็จ ฟ้าก็เริ่มสางพอดี
เซี่ยซางซางเข็นจักรยานที่ดัดแปลงไว้หลายวันออกมากลางลาน
พ่อกับพี่ชายช่วยกันยกชามเหลียงผีใบใหญ่ขึ้นวางบนแผ่นไม้ด้านหลังรถ แล้วมัดเชือกให้แน่น
ส่วนเครื่องปรุง เขียง มีดเล็ก ชาม ตะเกียบ และเหยือกน้ำ ถูกแยกใส่ถุงผ้าแล้วแขวนไว้ตามคานจักรยาน
จัดของทุกอย่างเสร็จ เซี่ยซางซางลองเข็นรถไปมาอยู่สองรอบ
ชาติก่อนเธอขี่จักรยานเก่งมาก ตอนนี้จึงไม่รู้สึกกังวลเท่าไร
แต่พอเห็นร่างเล็กๆ ของน้องสาวต้องเข็นจักรยานที่บรรทุกของเต็มคัน
เซี่ยเอ๋อร์เกอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เขาหันไปถามหวังซูฟางว่า
“แม่ จะเลื่อนนัดดูตัวของฉันไปวันอื่นไม่ได้เหรอ? ฉันขอไปกับซางซางก่อนก็ได้”
หวังซูฟางลังเลทันที
“ก็...” เซี่ยซางซางรีบตั้งขาตั้งรถ ก่อนพูดยิ้มๆ
“พี่รอง ฉันไปเองได้ พี่ไปดูตัวเถอะ”
เธอกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์
“หวังว่าคืนนี้เราสองคนจะมีข่าวดีพร้อมกันนะ!”
ป้าหนิวจากหมู่บ้านข้างๆ เป็นคนแนะนำหญิงสาวให้เซี่ยเอ๋อร์เกอ ทั้งคู่นัดเจอกันตอนเที่ยงวันนี้
ในชนบท เรื่องดูตัวของหนุ่มสาววัยแต่งงานถือเป็นเรื่องใหญ่พอๆ กับฤดูทำนา ต่อให้มีธุระแค่ไหนก็เลื่อนไม่ได้ง่ายๆ
แม้ภายนอกเซี่ยเอ๋อร์เกอจะทำเหมือนไม่สนใจ แต่เซี่ยซางซางรู้ดีว่าอีกฝ่ายตั้งตารออยู่ไม่น้อย
เธอเข็นจักรยานออกจากซอยไปเรื่อยๆ จนเจอเซี่ยลี่ลี่ที่กำลังเก็บฟืนอยู่ตรงปากทาง
ทั้งสองสบตากัน แต่เซี่ยซางซางเพียงแค่เหลือบมอง ก่อนทำเหมือนไม่เห็นแล้วเดินผ่านไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ท่าทีเมินเฉยนั้นทำให้เซี่ยลี่ลี่โมโหทันที เธอรีบเดินมาขวางหน้าไว้
“อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่!”