เซี่ยซางซางหยุดฝีเท้า มองเซี่ยลี่ลี่ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ เธอเพิ่งมองคนออกหลังจากได้เกิดใหม่
หรือว่าเพราะช่วงนี้เธอได้คลุกคลีกับเซี่ยลี่ลี่มากขึ้นกันแน่ ถึงได้เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญขนาดไหน
ต่อให้เธอไม่ตอบ เซี่ยลี่ลี่ก็ยังพูดต่อไม่หยุดอยู่ดี “เธอกำลังอิจฉาฉันอยู่ใช่ไหมล่ะ?” เซี่ยลี่ลี่กอดอก สีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ “เธอเสียใจใช่ไหมที่เลิกกับซ่งหยางจินไปแล้ว แต่ฉันยังติดต่อกับเขาได้?”
เซี่ยซางซางถึงกับชะงักนี่มันตรรกะอะไรกันเนี่ยให้ตายเถอะ?
พอเห็นอีกฝ่ายเงียบ เซี่ยลี่ลี่ก็ยิ่งคิดว่าตัวเองเดาถูก จึงพูดต่อ “เธอเป็นคนถอนหมั้นเองแท้ๆ แล้งก็บอกว่าไม่เอาซ่งหยางจินแล้วด้วย
แต่พอฉันคุยกับเขาแค่ไม่กี่คำ เธอก็มาด่าฉันขนาดนี้ แล้วถ้าวันหนึ่งฉัน—”
เธอพูดได้เพียงครึ่งเดียว เธอก็รีบกลืนคำพูดกลับลงคอทันที แต่ถึงไม่พูด เซี่ยซางซางก็เดาออกอยู่ดี
เธอหัวเราะเบาๆ “นี่เธอจะพูดว่าถ้าเธอแต่งงานกับเขา ฉันจะหาเรื่องเธอทุกวัน... ใช่ไหม?
นี่ใช่มั้ยคือสิ่งที่เธออยากพูด” เซี่ยลี่ลี่ทำหน้าบึ้ง “ฉันก็แค่ยกตัวอย่างเท่านั้นเอง! ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วย
โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเธอนะ เธอบอกเองว่าไม่เอาเขาแล้ว แล้วเขาจะไปคบคนอื่นไม่ได้หรือไง?
เธอเอาแต่ใจเกินไปหรือเปล่า?”
เซี่ยซางซางขี้เกียจอธิบายแล้วจริงๆ เธอส่ายหน้าเบาๆ “ไม่แปลกเลยที่คนเขาบอกว่า คุยกับคนฉลาดแค่ประโยคเดียวก็เข้าใจ
แต่คุยกับคนโง่ ต่อให้พูดเป็นร้อยประโยคก็เสียเปล่า” “เธอว่าฉันโง่งั้นเหรอ?” เซี่ยลี่ลี่ขึ้นเสียงทันที
เซี่ยซางซางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะมองเธอตรงๆ“ฉันหมายความว่า ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธอแล้ว ไม่ว่าเธอจะคบหรือแต่งงานกับซ่ง
มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันไม่มีวันหึงผู้ชายแบบนั้นหรอก เข้าใจไหม?”
“นี่เธอ—!” เซี่ยซางซางแค่นหัวเราะ “ถ้าฉันยังสนใจเขาจริงๆ ฉันคงไม่ถอนหมั้นหรอกนะ
และฉันก็จะซ้อมเขาจนกลายสภาพเป็นแบบนั้นหรอก เพราะฉะนั้นเลิกระแวงฉันได้แล้ว ต่อให้ฉันขึ้นคานไปทั้งชีวิต
ก็ไม่มีวันกลับไปมองซ่งหยางจินอีกเด็ดขาด” พูดจบ เธอก็ชี้ไปด้านข้าง
“หลบไป ฉันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับเธอหรอก เวลาฉันเป็นเงินเป็นทอง”
เซี่ยลี่ลี่ยืนกัดฟัน มองเซี่ยซางซางขึ้นจักรยานแล้วปั่นจากไป ก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา
ในสายตาของเธอ เซี่ยซางซางถึงจะหน้าตาดี แต่กลับโง่สิ้นดี
มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ชอบ ดันอยากจะออกไปขายเหลียงผี วิ่งตากแดดตากลมทั้งวัน จะทำตัวเองลำบากไปเพื่อ?
แต่งงานดีๆ แล้วอยู่บ้านไม่สบายกว่าหรือ? โดยเฉพาะบ้านตระกูลซ่ง ฐานะก็ดี มีเส้นสาย มีเงิน แม่สามีก็ใจอ่อน ถ้าได้แต่งเข้าไป ชีวิตคงสุขสบายแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เซี่ยซางซางไม่มีวาสนาแบบนั้น
เซี่ยลี่ลี่แบกฟืนกลับบ้าน ฟางเหวินฮวากำลังนั่งยัดฟืนเข้าเตาอยู่ พอเห็นลูกสาวกลับมาก็ขมวดคิ้ว
“ไปเก็บฟืนแค่นี้ ทำไมช้านักล่ะ?” “พอดีหนูเจอซางซาง เลยคุยกันนิดหน่อยค่ะ”
ฟางเหวินฮวาหันมามองทันที “คุยอะไรกัน?”
เซี่ยลี่ลี่หลบสายตา “ไม่ได้มีอะไรค่ะ เห็นเธอเข็นจักรยานใส่หม้อใส่ขวดเต็มไปหมด คงจะไปขายเหลียงผีจริงๆ”
ฟางเหวินฮวาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก “ปล่อยให้เธอเล่นขายของไปเถอะ เป็นเด็กผู้หญิงแท้ๆ ไม่คิดเรื่องแต่งงานให้ดี เอาแต่ทำอะไรเหลวไหลไปวันๆ” พูดจบก็ส่ายหน้า
“พ่อแม่เธอก็เหมือนกัน ตามใจลูกสาวจนเสียคน ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง”
พอเห็นลูกสาวเงียบ ฟางเหวินฮวาก็ยกมือแตะหลังมือเธอเบาๆ แล้วกำชับเสียงจริงจัง
“จำไว้นะ อย่าไปเอาอย่างเธอเด็ดขาด อยู่เฉยๆ เตรียมตัวแต่งงานให้ดีก็พอ
อย่าให้เธอมายุยงจนคิดอะไรเพ้อเจ้อ เข้าใจไหม? แม่ไม่อยากให้ลูกทำตัวน่าอับอาย”
เซี่ยลี่ลี่นึกถึงซ่งหยางจินขึ้นมา อยากถามแม่อยู่เหมือนกันว่าคิดอย่างไร
แต่ก็กลัวจะโดนปฏิเสธทันที สุดท้ายจึงได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ”