พอได้ยินชื่อ “โจวจื่อห่าว” เซี่ยซางซางก็จำขึ้นมาได้ทันที ไม่ใช่เพราะสนิทกัน แต่เพราะความอับอายในวันนั้นต่างหาก
ตอนเรียนจบชั้นประถม โจวจื่อห่าวเคยเอาจดหมายมาให้เธอต่อหน้าเพื่อนทั้งโรงเรียน เด็กผู้ชายพากันโห่ล้อ
เด็กผู้หญิงก็ซุบซิบกันไม่หยุด ส่วนเธอตอนนั้นอายจนแทบมุดดินหนี แต่เจ้าตัวกลับยังจำเรื่องนั้นได้อย่างภูมิใจ
“นึกออกแล้วใช่ไหม?” เซี่ยซางซางยิ้มบางๆ “จำได้สิ”
โจวจื่อห่าวตื่นเต้นเกินไปจนไม่ทันสังเกตว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากรื้อฟื้นความหลังเท่าไร เขายังคงพูดต่ออย่างออกรส
ทั้งเรื่องที่ตอนเด็กเซี่ยซางซางซนแค่ไหน เคยทะเลาะกับเด็กผู้ชายยังไง หรือเคยวิ่งไล่ตีเพื่อนในห้องอย่างไร
ยิ่งฟัง เซี่ยซางซางก็ยิ่งอาย เธอเหลือบมองชาวบ้านที่นั่งพักอยู่ไม่ไกล หลายคนดูเหมือนจะรู้จักโจวจื่อห่าว
และกำลังมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าสนใจเต็มที่ สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“เอ่อ... คุณจะกินเหลียงผีไหม?” โจวจื่อห่าวรีบตอบทันที“กินสิ! เอามาชามหนึ่ง”
เซี่ยซางซางจึงลงมือหั่นและคลุกเหลียงผีอย่างคล่องแคล่ว โจวจื่อห่าวมองด้วยความทึ่ง
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย ได้ยินว่าชามละห้าเหมาใช่ไหม?”
“ใช่” เขาจ่ายเงิน ก่อนรับชามไปนั่งกินข้างๆ อย่างเอร็ดอร่อย หลังจากขายได้อีกหนึ่งชาม อารมณ์ของเซี่ยซางซางก็ดีขึ้นมาก
แม้โจวจื่อห่าวจะพูดไม่หยุด เธอก็ไม่รู้สึกรำคาญเหมือนก่อน ยังไงตอนนี้เขาก็เป็นลูกค้า แถมลูกค้าคนนี้ยังช่วยอุดหนุนเพิ่มอีกด้วย
หลังจากกินของตัวเองหมด โจวจื่อห่าวก็ซื้อเพิ่มอีกชาม เอาไปให้คนในบ้าน
พร้อมกำชับให้กินช้าๆ จากนั้นก็เดินกลับมาหาเธออีกรอบ เพราะทั้งคู่ไม่ได้สนิทกันจริงๆ พอคุยเรื่องสมัยเรียนจบ
หัวข้อสนทนาก็เริ่มหมดลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็วนมาถึงเรื่องที่หนุ่มสาวในหมู่บ้านสนใจกันมากที่สุด
“เธอแต่งงานหรือยัง?”เซี่ยซางซางชะงักไปนิด ก่อนส่ายหน้า
พอได้ยินคำตอบนั้น ดวงตาโจวจื่อห่าวก็เป็นประกายทันที
“ยังไม่มีคนที่ชอบเหรอ? หรือว่าหมั้นไว้แล้วแค่รอแต่ง? อย่างเธอนี่ ไม่น่าหาคู่ยากนะ”
เซี่ยซางซางมองออกทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เธอจึงตอบตรงๆ เพื่อกันปัญหาไว้ก่อน
“เคยมีค่ะ แต่พอใกล้จะแต่งถึงรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่ใช่ เลยถอนหมั้นไปแล้ว”
โจวจื่อห่าวชะงัก “ถอนหมั้นเหรอ?” “ค่ะ ตอนนี้เลยยังไม่รีบคิดเรื่องแต่งงาน อยากค่อยๆ ดูไปก่อน”
ในหมู่บ้าน การถอนหมั้นถือเป็นเรื่องน่าอายไม่น้อย บางคนมองว่ามันไม่ต่างจากการผ่านการแต่งงานมาแล้ว
เซี่ยซางซางตั้งใจพูดเรื่องนี้ออกมาตรงๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเลิกคิดเกินเลย
แต่ผิดคาด โจวจื่อห่าวกลับพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผู้หญิงถึงขั้นขอถอนหมั้น
ก็แสดงว่าผู้ชายต้องมีปัญหาแน่ๆ ถอนตัวได้เร็วก็ถูกแล้ว ดีกว่าทนแต่งไปทั้งที่ไม่มีความสุข”
เซี่ยซางซางมองเขาด้วยความแปลกใจ เดิมทีเธอไม่อยากคุยเรื่องพวกนี้กับเขา แต่พอได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกที่มีต่อโจวจื่อห่าวก็ดีขึ้นไม่น้อย อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้มีความคิดหัวโบราณเหมือนคนส่วนใหญ่ เธอจึงถามกลับอย่างสุภาพ
“แล้วคุณล่ะ แต่งงานหรือยัง?” โจวจื่อห่าวส่ายหน้า “ยังหรอก ที่บ้านเคยแนะนำให้รู้จักผู้หญิงอยู่สองคน แต่พอเจอกันแล้ว ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่ เลยไม่ได้คบต่อ” เซี่ยซางซางเลิกคิ้วเล็กน้อย “ดูเหมือนคุณจะเลือกเยอะนะ”
โจวจื่อห่าวมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงจะเบาลงกว่าเดิม “จริงๆ... ก็ไม่ได้หวังสูงขนาดนั้นหรอก