บรรยากาศรอบตัวเงียบลงกะทันหัน เซี่ยซางซางมองโจวจื่อห่าวด้วยสายตางุนงง
อีกฝ่ายกำมือแน่นแล้วคลายออก สีหน้าดูประหม่าไม่น้อย “เซี่ยซางซาง ฉันไม่รู้ว่าเธอ”
“เหมือนตรงนั้นจะมีคนอยากซื้อเหลียงผีนะ”เซี่ยซางซางรีบพูดแทรกอย่างพอดิบพอดี
โจวจื่อห่าวชะงักไป มองเธอหันไปต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามา ก่อนจะกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ
หลังขายได้อีกสองชาม เซี่ยซางซางก็ก้มมองอ่างเหลียงผี ที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแล้ว
ตอนนี้เพิ่งเที่ยง ถ้ายังขายต่อแบบนี้ ก่อนค่ำต้องหมดแน่นอน
เธอเงยหน้ามองโจวจื่อห่าวที่ยังยืนอยู่ไม่ไปไหน จึงพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“แถวนี้คนเริ่มซาแล้ว ฉันคงต้องไปขายที่อื่นต่อ”
โจวจื่อห่าวรีบพูด “แดดก็ร้อนขนาดนี้ พักก่อนเถอะ จะรีบไปไหน?”
เซี่ยซางซางหัวเราะเบาๆ “ถ้าแม่ค้าเอาแต่นั่งพัก ของพวกนี้ก็คงขายไม่หมดสักที”
พูดจบ เธอก็รีบเก็บชาม ล้างให้สะอาด ใส่ถุงผ้า แล้วจัดของบนรถอย่างคล่องแคล่ว
ก่อนโจวจื่อห่าวจะได้พูดต่อ เธอก็โบกมือให้ “ไปก่อนนะ”
โจวจื่อห่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาพอจะดูออกว่าเซี่ยซางซางไม่ได้อยากสนิทกับเขามากนัก จึงได้แต่พูดว่า
“ที่นี่คนเยอะ ถ้าคราวหน้ามาเร็วกว่านี้ น่าจะขายได้มากกว่าเดิม”
เซี่ยซางซางพยักหน้า พลางปั่นจักรยานออกไป “ได้ ไว้เจอกันคราวหน้านะ”
“อือ! ไว้เจอกัน!” หลังออกจากหมู่บ้านต้าเฉอเตียน เซี่ยซางซางก็ตรงไปยังหมู่บ้านเสี่ยวเฉอเตียนทันที
คราวนี้เธอเริ่มจับทางได้แล้ว เลือกขายตามจุดที่คนพลุกพล่าน ตะโกนเรียกลูกค้าอย่างคล่องแคล่วกว่าเดิมมาก
พอพระอาทิตย์เริ่มคล้อย เหลียงผีทั้งสามสิบแผ่นก็ขายหมดเกลี้ยง เหลือเพียงชามเดียวที่เธอเก็บไว้กินตอนเที่ยง
ประสบความสำเร็จเกินคาด! เซี่ยซางซางรีบหยิบเงินออกมานับด้วยหัวใจพองโต
เหลียงผีหนึ่งแผ่นแบ่งได้สี่ชาม สามสิบแผ่นก็เท่ากับร้อยยี่สิบชาม
หักชามที่เธอกินเอง เหลือขายจริงหนึ่งร้อยสิบเก้าชาม ชามละห้าเหมารวมแล้วได้เงินห้าสิบเก้าหยวนห้าเหมา
ส่วนต้นทุน แป้งทั้งหมดใช้ข้าวสาลีจากที่บ้าน เอามาบดเอง ค่าใช้จ่ายจริงไม่ถึงสิบหยวน
เท่ากับว่า… กำไรสุทธิเกือบห้าสิบหยวน! เงินจำนวนนี้แทบเท่าค่าแรงหนึ่งเดือนของคนงานในเมืองเลยทีเดียว
เซี่ยซางซางยิ้มจนตาหยี แม้จะรู้ว่าชาวบ้านคงไม่ซื้อของกินเล่นทุกวัน แต่ถ้าเธอสลับไปขายตามหมู่บ้านใกล้เคียงสักสิบแห่ง
ขายวันละห้าสิบหยวน เดือนหนึ่งขายแค่ยี่สิบวัน ก็มีโอกาสได้เงินถึงพันหยวน!
เหลียงผีขายดีเฉพาะหน้าร้อน พออากาศเย็นลง คนก็ไม่ค่อยกินแล้ว
ดังนั้นเธอต้องรีบคว้าโอกาสช่วงเดือนกรกฎาคมกับสิงหาคมนี้ให้ได้มากที่สุด
ถ้าเก็บเงินได้พอ พอถึงกันยายน เธออาจเปิดร้านในเมืองได้จริงๆ
ยิ่งคิด เซี่ยซางซางก็ยิ่งมีแรงปั่นจักรยาน
ระหว่างทางกลับบ้าน เธอผ่านร้านขายเนื้อพอดี จู่ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมา
เธอรีบจอดรถแล้วเดินเข้าไปเคาะประตูร้าน สุดท้าย เธอซื้อหมูมาถึงสิบจิน
หมูหนึ่งจินราคา หนึ่งหยวนแปดสิบเซ็นต์ สิบจินก็เกือบยี่สิบหยวนแล้ว
สำหรับหลายครอบครัว เงินจำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลย คนขายเนื้อจึงมองเธอด้วยสายตาแปลกใจ
เซี่ยซางซางลังเลอยู่แวบหนึ่ง แต่พอนึกถึงพ่อ แม่ และพี่รอง ที่เมื่อคืนยังช่วยกันตื่นกลางดึกทำเหลียงผีให้เธอ
เธอก็ไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่นิดเดียว เธอโยนเนื้อใส่อ่างเปล่าด้านหลังรถ ก่อนกระโดดขึ้นจักรยานอีกครั้ง
กลับบ้าน!คืนนี้… ได้กินเนื้อแล้ว!