ทันทีที่ฟางเหวินฮวาเดินเข้าครัว ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที
บนเตามีทั้งหมูผัดขึ้นฉ่าย เนื้อหั่นบางมันเงา และหม้อสแตนเลสใบใหญ่ที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมจนแทบทำให้คนเวียนหัว
แค่ดมก็รู้ว่าข้างในยังมีเนื้ออีกแน่นอน ฟางเหวินฮวากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนร้องออกมาอย่างโอเวอร์
“ซูฟาง! บ้านเธอไปเอาเนื้อพวกนี้มาจากไหนทำไมมันเยอะขนาดนี้?”
หวังซูฟางตอบซื่อๆ ซางซางซื้อกลับมาน่ะ”ซางซางซื้อมางั้นเหรอ?
ฟางเหวินฮวารีบต่อบททันที แสดงว่าขายเหลียงผีได้เงินแล้วสิ! ฉันว่าแล้ว ของที่ซางซางทำอร่อยขนาดนั้น ยังไงก็ต้องขายดี!”
ก่อนหน้านี้ตอนเซี่ยซางซางทดลองทำเหลียงผี ญาติหลายคนก็เคยได้ชิม รวมถึงฟางเหวินฮวาด้วย
แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้ชมอะไรสักคำ พอได้ยินคนชมลูกสาว หวังซูฟางก็อดยิ้มไม่ได้
“น่าจะขายได้ดีจริงๆ นะ เมื่อคืนพวกเรายังช่วยกัน—” ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยซางซางก็เดินเข้ามาที่ในครัวด้วยเท้าเปล่า
“แม่คะ อาหารเสร็จหรือยัง? ถ้าเสร็จแล้วเรากินข้าวกันเลยเถอะ แล้วก็ช่วยดูหม้อเนื้อด้วยนะ อย่าเคี่ยวนานเกิน
หนูจะเก็บไว้กินทีหลัง” หวังซูฟางชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า “ได้ๆ เดี๋ยวแม่ไปลดไฟก่อน”
พูดจบ เซี่ยซางซางก็เหลือบมองฟางเหวินฮวาด้วยสีหน้าเย็นชา “ป้ายังไม่ได้กินข้าวเหรอคะ?”
ฟางเหวินฮวาฝืนยิ้ม “ยังจ้ะ ได้กลิ่นเนื้อจากบ้านเธอก็เลยมาดูหน่อย พอเห็นของดีแบบนี้แล้ว อาหารที่บ้านป้ากินก็ไม่ลงเลยจริงๆ”
เมื่อหวังซูฟางได้ยินแบบนั้น ก็รีบเอื้อมมือจะหยิบชามตักเนื้อให้ตามสัญชาตญาณ
แต่เซี่ยเอ๋อเกอกลับยื่นมือมาขวางเบาๆ ทำสีหน้าเรียบเฉย “แม่ครับ แม่ไม่ได้ยินที่ซางซางพูดเหรอ รีบไปลดไฟก่อนเถอะ”
หวังซูฟางจึงหันกลับไปที่เตา ฟางเหวินฮวาเห็นท่าทีแบบนั้น รอยยิ้มบนหน้าก็เริ่มแข็ง
เธอดูออกแล้วว่า สองพี่น้องนี่ไม่คิดจะแบ่งเนื้อให้พวกเธอแน่ ในเมื่ออ้อมค้อมไม่ได้ เธอจึงพูดตรงๆ
“ซูฟาง บ้านพวกเราไม่ได้กินเนื้อมาครึ่งเดือนแล้ว ฉันเห็นเธอทำไว้ตั้งเยอะ เธอแบ่งให้พวกเราสักครึ่งชามได้ไหม?
ขอแค่ให้เด็กๆ ได้ชิมนิดหน่อยก็พอ”หวังซูฟางลังเลทันที เธอเป็นผู้หญิงชาวบ้านธรรมดา
ถูกสอนมาตลอดให้เคารพผู้ใหญ่ ดูแลญาติพี่น้อง และฟางเหวินฮวาก็เป็นพี่สะใภ้ จะให้ปฏิเสธตรงๆ เธอก็ทำไม่ลง
เซี่ยซางซางเห็นแม่เริ่มใจอ่อน ก็แทบหัวเราะออกมา หน้าด้านจริงๆ คิดหรือว่าแค่พูดสองสามคำ จะได้กินเนื้อที่เธอเหนื่อยแทบตายหาเงินซื้อมา ฝันไปเถอะ พอเห็นหวังซูฟางกำลังจะตักเนื้อ เซี่ยซางซางก็หันไปมองเซี่ยลี่ลี่ทันที
ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่มีอะไร“อ้อ จริงสิ ลี่ลี่ วันนี้เธอบอกไม่ใช่เหรอว่าจะไปสานสัมพันธ์กับซ่งหยางจินน่ะ เป็นไงบ้างล่ะ สำเร็จหรือยัง เซี่ยลี่ลี่ที่กำลังจ้องหม้อเนื้ออยู่ถึงกับสะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“เซี่ยซางซาง! เธอพูดเรื่องไร้สาระอะไรของเธอ!” เซี่ยซางซางยิ้มเยาะบางๆ
ไร้สาระตรงไหนก็เมื่อเช้าเธอยังบอกฉันอยู่เลยว่าให้ฉันใจกว้างหน่อย อย่าไปขัดขวางเธอ”
“ฉันเลิกกับซ่งหยางจินแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะยังตัดใจไม่ได้สินะ”
พอเรื่องถูกเปิดโปงต่อหน้าทุกคน ใบหน้าของเซี่ยลี่ลี่ก็แดงจัดขึ้นมาทันทีเธอทั้งอายทั้งโกรธ
เธอจ้องเซี่ยซางซางเขม็ง “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! ถ้าเธอยังพูดมั่วอีก ฉันจะฉีกปากเธอคอยดู!”