พอได้ยินเซี่ยลี่ลี่ตะคอกใส่เซี่ยซางซาง เซี่ยเอ๋อเกอ (เซี่ยหย่งอัน) ก็วางตะเกียบก่อนเดินตรงเข้าไปยืนขวางหน้าเธอ ดวงตาแข็งกร้าว
“เมื่อกี้บอกจะฉีกปากใครนะ?”
เห็นเซี่ยลี่ลี่กำลังเดือดจัด เซี่ยซางซางก็เปลี่ยนท่าทีทันที แกล้งทำเป็นหลุดพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
“ลี่ลี่ ทำไมถึงยังไม่บอกป้าเรื่องที่ชอบซ่งหยางจินอีกล่ะ?”
ฟางเหวินฮวาชะงักไปทันที เธอรู้ว่าลูกสาวมีใจให้ซ่งหยางจินอยู่แล้ว ตระกูลซ่งทั้งมีเงินทั้งมีเส้นสาย
เด็กสาวในหมู่บ้านจะสนใจเขาก็ไม่แปลก แต่ที่ทำให้เธอหงุดหงิดคือ เซี่ยลี่ลี่ดันเอาเรื่องนี้ไปพูดกับเซี่ยซางซางซ่ะเอง
ช่างโง่สิ้นดี! ฟางเหวินฮวาหันไปจ้องลูกสาวด้วยสายตาไม่พอใจ
เซี่ยซางซางถอนหายใจเบาๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนหวังดี
“ป้าคะ เรื่องแบบนี้ควรระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ ทั้งสองครอบครัวยังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลย
ถ้าพูดเรื่องนี้ออกไปให้คนอื่นรู้ แล้วสุดท้ายไม่สำเร็จ มีหวังคนในหมู่บ้านได้เอาไปนินทากันทั้งปีแน่”
เซี่ยลี่ลี่โกรธจนหน้าแดงก่ำ ที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายเอาเรื่องเซี่ยซางซางไปพูดลับหลังมาตลอด
เธอไม่คิดเลยว่าวันนี้อีกฝ่ายจะย้อนกลับมาเล่นงานเธอแบบนี้ ด้วยความโมโห เธอพุ่งเข้าไปหมายจะตบเซี่ยซางซาง
“ฉันเคยพูดกับใครไปทั่วตอนไหนกัน! แกหยุดใส่ร้ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
แต่ยังไม่ทันถึงตัว เซี่ยหย่งอันก็จับข้อมือเธอไว้แน่น สีหน้าเย็นจัด
“แค่พูดยังไม่พอ นี่คิดจะลงมืออีกเหรอ?” บรรยากาศในครัวตึงเครียดทันที
หวังซูฟางที่กำลังตักเนื้อชะงักมือไปชั่วครู่ เดิมทีเธอก็ไม่พอใจอยู่แล้วที่เซี่ยลี่ลี่เคยไปฟ้องเรื่องของลูกสาวให้ซ่งหยางจินรู้
ตอนนี้พอได้ยินว่าอีกฝ่ายมีใจให้ชายคนนั้นจริงๆ ความรู้สึกในใจก็ยิ่งปั่นป่วน
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเป็นคนใจอ่อน ไม่ได้พูดอะไรแรงๆ ออกมา
เพราะต่อให้เซี่ยซางซางถอนหมั้นแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเซี่ยลี่ลี่จะชอบซ่งหยางจินไม่ได้
เมื่อเห็นว่าได้ผลตามต้องการ เซี่ยซางซางจึงก้าวออกมาพูดเรียบๆ
“พวกเราจะกินข้าวกันแล้ว เชิญพวกคุณกลับก่อนเถอะ บ้านเราไม่ต้อนรับพวกคุณ”
“คิดว่าฉันอยากอยู่มากนักหรือไง!” เซี่ยลี่ลี่สะบัดมือออก ก่อนวิ่งออกจากบ้านไปทันที
ฟางเหวินฮวาเองก็รู้ว่าคงไม่ได้เนื้อกลับไปแล้ว จึงได้แต่ถลึงตาใส่เซี่ยซางซางอย่างเคียดแค้นแล้วรีบตามลูกสาวออกไป
หลังคนทั้งคู่จากไป หวังซูฟางก็เม้มปาก ก่อนหันมาถามลูกสาวเบาๆ “ลี่ลี่...ชอบซ่งหยางจินจริงเหรอ?”
“จริงค่ะ” เซี่ยซางซางพยักหน้า “เมื่อเช้าก่อนหนูออกจากบ้าน เธอยังมาหยุดหนูไว้แล้วพูดจาใส่อยู่เลย
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ หนูก็คงไม่รำคาญเธอขนาดนี้หรอก” เซี่ยหย่งอันขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“เซี่ยลี่ลี่กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? ผู้ชายในโลกนี้ไม่มีแล้วหรือไง ถึงต้องไปชอบไอ้ซ่งหยางจิน?”
หวังซูฟางกลัวว่าจะยิ่งพูดยิ่งบานปลาย อีกทั้งยังห่วงความรู้สึกลูกสาว จึงรีบตัดบท
“พอเถอะ กินข้าวกันดีกว่า อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย” เซี่ยซางซางไม่ได้สนใจเรื่องเซี่ยลี่ลี่มากนัก
สิ่งที่เธอสนใจมากกว่าคือ...เนื้อหม้อใหญ่ของเธอยังอยู่ครบถ้วนดีแค่นั้นก็พอ!
แม้ก่อนหน้านี้จะมีเรื่องชวนให้หงุดหงิด แต่ทันทีที่เริ่มกินอาหาร กลิ่นหอมของเนื้อก็ทำให้ทุกคนอารมณ์ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
เซี่ยหย่งอันกินจนปากมันเยิ้ม ไม่เหลือภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
หลังมื้อเย็น ครอบครัวก็นั่งล้อมวงกันอย่างสบายๆ เซี่ยซางซางหยิบเงินทั้งหมดออกมาวางตรงหน้า
หลังหักค่าเนื้อไปแล้ว ยังเหลืออยู่สี่สิบเอ็ดหยวนห้าเหมาต์ เซี่ยเต๋อฟู่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“หาเงินได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” เซี่ยซางซางยิ้มตาหยี
“นี่เพิ่งเริ่มต้นเองค่ะ ต่อไปหนูจะหาได้มากกว่านี้อีกแน่”