ท่านโหวแห่งเป่ยติ้งและฮูหยินรักใคร่กันดี ทั้งคู่มีบุตรชายสองคนและบุตรสาวหนึ่งคน บุตรสาวคนเล็กมีนามว่า
"หลานเยว่" ปีนี้อายุได้สามขวบ หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราดั่งสลักจากหยก ทั้งยังเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง สองสามีภรรยาจึงรักถนอมนางราวกับแก้วตาดวงใจ
ประจวบเหมาะกับที่องค์หญิงทรงเริ่มรับการศึกษาที่ตำหนักเหวินฮวา จึงได้คัดเลือกนางให้เข้าไปเป็นสหายร่วมเรียน
มุกงามบนฝ่ามือของจวนเป่ยติ้งโหว จึงได้เริ่มต้นชีวิตการเข้าเรียนอย่างเป็นทางการ
"เยว่เอ๋อ เยว่เอ๋อ รีบตื่นเร็วเข้า ได้เวลาต้องไปตำหนักเหวินฮวาแล้วนะ"
จินหลานเยว่ลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ แก้มยุ้ยๆ แดงระเรื่อเพราะเพิ่งตื่นนอน นางยังไม่ทันจะสร่างง่วงดีก็ถูก
เจียงซีเยว่ ผู้เป็นมารดาอุ้มขึ้นมาเสียแล้ว
มือน้อยๆ ของนางโอบรอบคอท่านแม่ตามสัญชาตญาณ ซบหน้าลงกับอ้อมอกอันหอมละมุนและอ่อนนุ่มของมารดาทันที
เจียงซีเยว่ระดมจูบลงบนแก้มใสของบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังงงงวยด้วยความเอ็นดูจนหัวใจอ่อนยุบยับ "เอาละ ต่อไปจะนอนตื่นสายไม่ได้แล้วนะ เยว่เอ๋อบ้านเราต้องไปเรียนหนังสือที่สถานศึกษาแล้ว"
จินหลานเยว่ถูกพามานั่งลงที่หน้าคันฉ่อง เจียงซีเยว่เช็ดหน้าให้นางด้วยตัวเอง ก่อนจะหยิบหวีมาถักผมให้นาง
"มะ...ไม่นอนเย้ว...ไม่ได้นอนเย้ว..." จินหลานเยว่พยายามเบิกตาให้กว้าง แขนขาวอวบเหมือนปล้องข่าเท้าลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง สองมือน้อยๆ ตะปบแก้มไว้ไม่ให้ตัวเองสัปหงกจนหน้าคว่ำ
ในคันฉ่องทองเหลืองเบื้องหน้า ดวงตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยความง่วงงุนขนานหนัก
ไม่นานเจียงซีเยว่ก็มัดผมเป็นมวยเล็กๆ สองข้างให้เรียบร้อย พร้อมติดลูกไม้ประดับมุกแสนสวย แล้วอุ้มนางเดินออกไปส่งที่ประตู
ท่านโหวแห่งเป่ยติ้งยืนรออยู่ข้างรถม้าที่หน้าจวนแล้ว
จินหลานเยว่เริ่มตื่นเต็มตา นางรู้สึกทั้งสงสัยและตื่นเต้นเล็กน้อยในใจ
นางกำลังจะได้ไปเรียนหนังสือแล้วละ!
ทันทีที่ถึงหน้าประตู สิ่งแรกที่นางเห็นคือพี่ชายทั้งสองคนของตน
"น้องหญิงต้องไปเรียนแต่เช้าขนาดนี้เลยหรือ?" พี่ชายคนโตมองนางด้วยความสงสาร "ตอนนี้เพิ่งจะยามเหมา (05.00 - 06.59 น.) เอง ปกติน้องหญิงต้องนอนต่ออีกตั้งหนึ่งชั่วยามถึงจะตื่น"
พี่ชายคนรองวิ่งเข้ามาเขย่งเท้าดึงมือน้อยๆ ของนาง "น้องหญิง พี่ตัดใจลาเจ้าไม่ได้เลย พี่อยากเล่นว่าวกับเจ้าอยู่เลยนะ"
จินหลานเยว่เขย่ามือพี่รองพลางทักทายอย่างร่าเริง "ท่านพี่ใหญ่ ท่านพี่รอง อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ท่านพี่รอง รอเยว่เอ๋อ
กลับมาค่อยไปเล่นว่าวกับท่านนะเจ้าคะ"
พี่ชายคนรองทำปากยื่น ยังคงอาลัยอาวรณ์น้องสาวสุดน่ารักของตนไม่หาย
เป่ยติ้งโหวหัวเราะพลางก้าวเข้ามา รับตัวจินหลานเยว่มาจากอ้อมอกของเจียงซีเยว่ "จะอาลัยอาวรณ์อะไรกันนักหนา? อีกไม่กี่ชั่วยามเยว่เอ๋อก็กลับมาแล้ว"
เขาอุ้มจินหลานเยว่ขึ้นรถม้า ล้อรถเริ่มหมุนและเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ
จินหลานเยว่เกาะขอบผ้าม่านมองออกไปข้างนอก ท่านแม่ยัดกล่องขนมใส่มือให้นางไว้กินรองท้อง พี่ชายทั้งสองยังวิ่งตามรถม้ามาอีกหลายก้าวด้วยความอาลัย
จวนเป่ยติ้งโหวอยู่ไม่ไกลจากพระราชวัง ไม่นานนักก็มาถึงประตูวัง
ทั้งสองลงจากรถม้าและเดินเท้าจนถึงหน้าตำหนักเหวินฮวา เป่ยติ้งโหวไม่สามารถเดินต่อไปได้มากกว่านี้
เขาทำได้เพียงย่อตัวลงกำชับจินหลานเยว่อย่างละเอียดรอบคอบ จินหลานเยว่ยกมือขึ้นถาม "ท่านพ่อเจ้าคะแล้วเยว่เอ๋อ เอาหนมหย่อยๆ ไปแบ่งให้องค์หญิงหม่ำด้วยได้ไหมเจ้าคะ?"
นางเอ่ยอย่างภูมิใจ "หนมที่ท่านแม่ทำหย่อยที่สุดเลย! เป็นหนมที่หย่อยที่สุดในโลกเย้ว!"
เป่ยติ้งโหวเหลือบมองขนมที่อยู่ในมือนาง ซึ่งไม่รู้ว่าถูกหยิบขึ้นมาแทะจนแหว่งไปครึ่งหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ "...ได้ แต่อย่าเอาชิ้นในมือเจ้าไปให้องค์หญิงก็พอ"
หลังจากนั้นเขาก็มองส่งนางเดินเข้าไปในตำหนักเหวินฮวา
พระราชวังโอ่อ่าอลังการ จินหลานเยว่จำกฎระเบียบและมารยาทในวังได้อย่างแม่นยำ เจ้าหนูน้อยที่มีความสูงเพียง
"สี่หัว" พยายามวางท่าทางให้ดูสำรวม ก้าวขาสั้นๆ เดินเข้าไปข้างในอย่างมีแบบแผน
ผ่านประตูสองชั้นและระเบียงทางเดินยาว จนกระทั่งนางเริ่มหอบแฮก ในที่สุดก็เห็นห้องเรียนเสียที
เจ้าตัวน้อยที่ไม่มีคนอุ้มเริ่มรู้สึกเศร้านิดๆ
วังใหญ่นี่มันไม่เป็นมิตรกับขาสั้นๆ ของนางเอาเสียเลย!
ทว่าในขณะที่นางกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นในหัว—
[ติ๊ง]
[ระบบนางร้ายสุดโฉด ทำการติดตั้งเสร็จสิ้น]
อะไรนะ?
จินหลานเยว่ใช้มือน้อยๆ ตบหัวตัวเองเบาๆ อย่างงงงวย
เหมือนนางจะได้ยินเสียงประหลาดๆ... หัวนางคงไม่ได้พังไปแล้วใช่ไหม?
เสียงประหลาดนั้นยังคงดังต่อเนื่อง—
[วันนี้ คือวันเกิดครบรอบอายุสิบแปดปีของเจ้า แต่ไม่มีใครสนใจเจ้าเลย พ่อแม่และพี่ชายของเจ้าต่างรุมล้อมอยู่ข้างกายบุตรสาวบุญธรรม เพื่อร่วมแสดงความยินดีที่นางได้หมั้นหมายกับอดีตคู่หมั้นของเจ้า]
[ชื่อเสียงของเจ้าพังพินาศ กลายเป็นเหมือนหนูตัดหน้าถนนที่ใครเห็นก็อยากรุมตี เกียรติยศ รัศมี และครอบครัวต่างทอดทิ้งเจ้าไป องค์หญิงเพียงคนเดียวที่เต็มใจช่วยเจ้า ก็เพิ่งถูกบั่นศีรษะในวันนี้]
[ในตอนนี้เจ้าหมดสิ้นทุกสิ่งอย่าง เจ้าแบกรับความเจ็บปวดและหัวใจที่สิ้นหวัง เตรียมตัวที่จะจบชีวิตตนเองในวันนี้]
[แต่เจ้าจะยอมแพ้แบบนี้จริงๆ หรือ? ในเมื่อไม่เหลืออะไรแล้ว เหตุใดไม่โยนทุกอย่างทิ้งแล้วไปแก้แค้นให้สะใจล่ะ?]
[มาเถอะ! ระบบนางร้ายยินดีรับใช้ท่าน ให้พวกเราไป—บดขยี้! พวกมัน! ให้จมดินกันเถอะ!]
เสียงนั้นฟังดูฮึกเหิมเปี่ยมด้วยพลัง แต่ทว่า...
จินหลานเยว่ก้มมองมือน้อยๆ ที่อวบอ้วนและยังถือขนมค้างไว้อย่างงงๆ...
แต่นางเพิ่งจะสามขวบเองนะ!
นางยืนอึ้งอยู่กับที่ เริ่มใช้สมองอันน้อยนิดประมวลผลอย่างหนักว่า นางควรจะไปหาหมอก่อน หรือไปเรียนหนังสือก่อนดี
"นี่ ยืนบื้อตรงนั้นทำไม?" เสียงหนึ่งดังมาจากในห้องเรียน
นางเงยหน้าขึ้น เห็นองค์หญิงน้อยที่ประดับประดาด้วยทองหยองเต็มตัวเชิดคางมองนางอยู่ "รีบเข้ามาสิ ไม่อย่างนั้นถ้าท่านอาจารย์มาสาย เจ้าจะโดนตีมือนะ"
แต่เหมือนหัวข้าจะพังไปแล้วนะ...
ทว่าความรู้สึกบอกนางว่า โดนตีมือน่ากลัวกว่าเยอะ
ดังนั้นจินหลานเยว่จึงเดินเข้าไปหาองค์หญิงอย่างว่าง่าย "เอ่อ... ทานข้าวเยี้ยงยังเจ้าคะ? ให้หนมทานนะ"
นางยื่นขนมในมือที่เหลืออยู่คำสุดท้ายออกไป
เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่สมองข้างนี้! (หมายถึงมือข้างนี้)
นางรีบยัดขนมชิ้นนั้นเข้าปากตัวเองด้วยความเร็วแสงราวกับมันไม่เคยมีอยู่จริง จากนั้นจึงยื่นมืออีกข้างที่ถือกล่องขนมเล็กๆ ออกไป พยายามเคี้ยวแจ่บๆ พลางพยายามพูดไปด้วย "ให้... อันเน้..."
องค์หญิงที่โตกว่านางเพียงสองปีมองนางด้วยสีหน้าซับซ้อน มีทั้งความตกใจห้าส่วน รังเกียจสามส่วน และเสียใจภายหลังอีกสองส่วน "เจ้านี่โง่จัง ทำไมข้าต้องเลือกเจ้ามาเป็นสหายร่วมเรียนด้วยนะ?"
จินหลานเยว่ตาปริบๆ เปิดกล่องขนมแล้วหยิบออกมาหนึ่งชิ้นส่งให้พลางแนะนำอย่างตั้งใจ "แต่หนมหย่อยจริงๆ นะ
เจ้าคะ ลองชิมดูสิ"
องค์หญิงน้อยเท้าสะเอวเชิดหน้า "ไม่ ข้าไม่มีวันกินอาหารของพวกสามัญชนหรอก อ้าม..."
จินหลานเยว่ส่งขนมไปที่จ่อปากนาง องค์หญิงที่มัวแต่เชิดหน้ามองไม่เห็น จึงเผลองับเข้าเต็มคำ แถมยังเคี้ยวตามสัญชาตญาณเสียด้วย
[ติ๊ง]
ทันใดนั้น เสียงประหลาดในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง—
[ภารกิจถูกกระตุ้น: เจ้าหนีออกมาได้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนถึงลานประหาร ฝนที่เทกระหน่ำชะล้างเลือดจนแดงฉานไปทั่วพื้น เจ้าเห็นศพของสหายเพียงหนึ่งเดียวถูกแยกส่วนหัวและตัวออกจากกันด้วยความโศกเศร้าเสียใจยิ่งนัก ในใจสาบานว่าจะต้องแก้แค้นให้ได้ แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องประกอบร่างศพขององค์หญิงให้กลับมาสมบูรณ์ และสวมกอดนางเป็นครั้งสุดท้าย]
[ภารกิจ: ทำให้ร่างกายขององค์หญิงกลับสู่สภาพเดิม และสวมกอดนาง]
[รางวัล: เชี่ยวชาญความรู้ปฐมวัย (ฉบับวรรณกรรม)]
เสียงประหลาดนี่พูดจาน่ากลัวตลอดเลย
ท่านแม่เจ้าคะ หัวของเยว่เอ๋อสงสัยจะพังจริงๆ แล้วเจ้าค่ะ...
จินหลานเยว่มองไปที่องค์หญิงอย่างสับสน ส่วนองค์หญิงนั้นเปลี่ยนสีหน้าจากตกใจ เป็นโกรธ แล้วก็ตกใจอีกครั้ง
จนสุดท้ายก็ถูกรสชาติอาหารสยบ "กะ...ก็อร่อยดีนะ... ไม่ใช่สิ เจ้ามองข้าทำไมตลอดเลย?"
________________________________________