จินหลานเยว่เดินวนรอบตัวองค์หญิงหนึ่งรอบ พลางชูนิ้วขึ้นมานับ
องค์หญิงก็ดูเหมือนกับนางเลย—มีตา มีจมูก มีปาก แล้วก็มีสองมือน้อยๆ กับสองเท้าน้อยๆ... อื้ม องค์หญิงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี
พอนับเสร็จ นางก็กางแขนออกแล้วโผเข้ากอดองค์หญิงทันที
เจ้าก้อนแป้งสองก้อนนัวเนียติดกันอยู่อย่างนั้น องค์หญิงมองนางด้วยความตกใจ "จะ...เจ้าทำอะไรน่ะ?"
"เยว่เอ๋ออยากเป็นเพื่อนกับท่านเจ้าค่ะ" จินหลานเยว่ผละออกแล้วพูดอย่างจริงจัง "ต่อไปเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากๆ เลยนะ"
เสียงประหลาดนั่นพูดบางอย่างที่นางไม่เข้าใจ แต่นางจับใจความคำว่า "สหายรัก" ได้
ท่านแม่เคยบอกนางว่า สหายรักก็คือเพื่อนที่ดีต่อกันมากๆ นั่นเอง
[ภารกิจเสร็จสิ้น]
[ท่ามกลางสายฝนสีเลือดอันหนาวเหน็บ เจ้าได้เย็บร่างขององค์หญิงจนสมบูรณ์ เจ้าอุ้มนางไปยังสุสานที่เจ้าเลือกไว้ให้ตนเองเพื่อฝังร่างนางลงไป]
[ในยามนี้ เจ้าเจ็บปวดเจียนตาย เปลวไฟแห่งการแก้แค้นแผดเผาอยู่ในอก เจ้าสาบานว่าจะต้องทำให้ศัตรูชดใช้ความทุกข์ทรมานนี้เป็นพันเท่าหมื่นเท่า ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม]
[ได้รับรางวัล: เชี่ยวชาญความรู้ปฐมวัย (ฉบับวรรณกรรม)]
เสียงนั่นเริ่มพูดเรื่องประหลาดอีกแล้ว
ฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
จินหลานเยว่ส่ายหัวดิกพลางมองไปทางองค์หญิงตรงหน้า
เพื่อแสดงความจริงใจ นางตัดสินใจมอบของที่นางชอบที่สุดให้
นางมองกล่องขนมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าองค์หญิง "หนมของเยว่เอ๋อให้ท่านหม่ำหมดเลยเจ้าค่ะ!"
"ใครจะไปเป็นเพื่อ..." เสียงขององค์หญิงเบาลงเรื่อยๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วรับกล่องขนมไป "ก็ได้ เห็นแก่ของอร่อยหรอกนะ ข้าจะยอมตกลงด้วยก็ได้"
"เย้! ท่านเป็นเพื่อนคนแรกที่เยว่เอ๋อหาได้เลยนะเจ้าคะ" จินหลานเยว่จูงมือองค์หญิงอย่างร่าเริง "ต่อไปเยว่เอ๋อมีของหย่อยอะไร จะแบ่งให้ท่านครึ่งนึงเลย!"
"หึ ข้าเป็นถึงองค์หญิง ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าแบ่งให้หรอก" องค์หญิงเอ่ยอย่างไว้ตัว "ต้องเป็นข้าสิที่แบ่งให้เจ้าครึ่งนึง"
"ตกลงเจ้าค่ะ" จินหลานเยว่พยักหน้า "ต่อไปท่านแบ่งให้เยว่เอ๋อครึ่งนึง เยว่เอ๋อก็แบ่งให้ท่านครึ่งนึง"
เจ้าก้อนแป้งตัวสูงกับตัวเตี้ยเดินจูงมือกัน องค์หญิงมองจินหลานเยว่ที่เตี้ยกว่าตนเองหนึ่งช่วงหัว พอปรายตาลงไปก็เห็นหัวทุยๆ นุ่มฟูของนาง
นางอยากจะยื่นมือไปลูบตามสัญชาตญาณ แต่พอขยับมือไปได้ครึ่งทางก็หยุดชะงักอย่างสำรวม
ไม่ได้นะ นางคือองค์หญิงผู้สูงศักดิ์! นางยังต้องประเมินสหายร่วมเรียนคนใหม่คนนี้ให้ดีก่อน!
ทว่า...
จินหลานเยว่กะพริบตาปริบๆ มองท่าทางของอีกฝ่าย
จากนั้นนางก็บรรลุแจ้ง
"ท่านอยากลูบหัวเยว่เอ๋อใช่ไหมเจ้าคะ?" นางขยับหัวเข้าไปใกล้ๆ อย่างร่าเริง "ลูบเยย ให้ลูบเยย..."
ท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็พวกพี่ชายชอบลูบหัวนางที่สุดเลย!
ตอนนี้องค์หญิงน้อยเป็นเพื่อนกันแล้ว องค์หญิงก็ลูบหัวนางได้เหมือนกัน!
องค์หญิงลูบหัวน้อยๆ ของนางเข้าอย่างจังโดยไม่ทันตั้งตัว
เส้นผมนั้นช่างนุ่มละมุนและฟูฟ่อง จินหลานเยว่ยิ้มจนตาหยีโค้งเหมือนเสี่ยวเยว่เลี่ยง มุมปากประดับยิ้มหวานหยดย้อย ดูแล้วช่างนุ่มนิ่มไร้พิษภัยเหลือเกิน
เหมือนกับ...
องค์หญิงน้อยลูบต่ออีกหน่อยอย่างลืมตัว
เหมือนลูกสัตว์ตัวน้อยๆ ที่นุ่มนิ่มไม่มีผิด
"น่า...น่ารักจัง..." ถึงแม้ตัวเองจะเป็นเจ้าก้อนแป้งเหมือนกัน แต่ก้อนแป้งตัวโตกว่าก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาแบบนั้น
"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่?!"
เสียงตวาดเย็นเยียบดังขึ้น เจ้าก้อนแป้งทั้งสองสะดุ้งโหยงพร้อมกัน
ดวงตากลมโตของจินหลานเยว่เบิกกว้าง นางหันไปมองเห็นชายผู้หนึ่งท่าทางดุร้ายกำลังสาวเท้าเดินตรงมาหาพวกนาง
เขาตำหนิเสียงดัง "วันแรกของการเรียนก็พากันมาสายทั้งคู่ อยากโดนตีมือหรืออย่างไร?!"
ตะ...ตีมือเหรอ?
จินหลานเยว่ตัวสั่นพั่บๆ รีบซอยเท้าเล็กๆ ไปหลบข้างกายองค์หญิง มือน้อยๆ คว้าชายเสื้อองค์หญิงไว้แน่น "พะ...พวกเราจะโดนตีเย้วเหรอเจ้าคะ?"
แต่ยังไม่ทันที่องค์หญิงจะตอบ เสียงประหลาดในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง—
[เจ้าได้พบกับ "ฉวี่จื่อจิ้น" ท่านราชครูผู้สั่งสอนเจ้าและองค์หญิงอีกครั้ง]
[เจ้าไม่เคยคิดเลยว่า ชายผู้ที่เกลียดชังเจ้าและองค์หญิงมาโดยตลอดคนนี้ ในท้ายที่สุดเมื่อพวกเจ้าตกต่ำถึงขีดสุด เขากลับเลือกที่จะยืนเคียงข้างพวกเจ้าอย่างไม่ลังเล และถวายฎีกาเพื่อพวกเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า]
[เขาเชื่อว่าเจ้าบริสุทธิ์ และเชื่อว่าองค์หญิงถูกใส่ร้าย—แต่มันก็ไร้ผล ทุกอย่างเปรียบเสมือนตั๊กแตนตำข้าวพยายามหยุดรถม้า ซ้ำร้ายยังนำภัยมาสู่ตัวเขาเอง]
[เขาถูกตัดสินประหารชีวิตในทันที เจ้าได้เห็นเขาในสภาพร่อแร่จวนเจียนสิ้นใจบนรถนักโทษ]
[เจ้าจึงตัดสินใจทำเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง—เจ้าจะบุกชิงตัวนักโทษเพื่อช่วยเขา!]
[ภารกิจ: บุกลานประหาร ช่วยชีวิตฉวี่จื่อจิ้น]
[รางวัล: เชี่ยวชาญความรู้ปฐมวัย (ฉบับคณิตศาสตร์)]
[ติ๊ง—]
[ระบบตรวจพบว่าภารกิจนี้มีความยากสูงมาก รางวัลได้รับการอัปเกรด]
[รางวัลเพิ่มเติม: ยันต์คุ้มกาย (สามารถป้องกันความเสียหายถึงแก่ชีวิตได้ 1 ครั้ง)]
เอ๋? ท่านอาคนนี้ก็เป็นเพื่อนของเยว่เอ๋อด้วยเหรอเจ้าคะ?
แต่เขาดูดุจังเลยนะ
ทว่าฟังดูแล้วก็น่าสงสารจัง...
จินหลานเยว่ยังไม่ทันประมวลผลเสร็จ เสียงทะเลาะกันก็ดังขึ้นข้างหู—
องค์หญิงถลึงตาใส่ฉวี่จื่อจิ้นอย่างแง่งอน "ข้าเป็นองค์หญิงนะ! ท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งพวกเรา?!"
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเด็กห้าขวบ ฉวี่จื่อจิ้นก็ยังคงโต้แย้งอย่างมีหลักการ "ข้าเป็นราชครู เหตุใดจะสั่งสอนพวกเจ้าไม่ได้?"
"พรุ่งนี้ข้าจะบอกเสด็จพ่อให้เปลี่ยนตัวท่านซะ!"
"ช่างน่าขัน ฝ่าบาทตรัสแล้วไม่คืนคำ ราชโองการประกาศออกมาแล้ว จะเปลี่ยนไปมาตามอำเภอใจได้อย่างไร?"
"พูดจาฉอดๆ อะไรน่ะ? ฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!"
จินหลานเยว่มองคนโน้นทีคนนี้ที ปากเล็กๆ อ้าๆ หุบๆ อยากจะช่วยห้ามทัพหลายครั้งแต่ก็แทรกไม่ได้
นางเห็นท่านราชครูเริ่มโกรธจัดจนยกไม้เรียวที่แสนน่ากลัวขึ้นมา
นางตื่นเต้นจนต้องย่ำเท้าอยู่กับที่
พวกท่านอย่าทะเลาะกันสิเจ้าคะ!
สุดท้าย การโต้เถียงนี้จบลงด้วยการที่ฉวี่จื่อจิ้นตวาดเสียงลั่น "ช่างไม่มีระเบียบแบบแผน! เจ้าเป็นถึงองค์หญิง แต่กลับไม่เห็นหัวครูบาอาจารย์ ดื้อรั้นเอาแต่ใจ ไร้การอบรมสั่งสอน..."
"บอกแล้วไงว่าฟังไม่รู้เรื่อง!" องค์หญิงน้อยเท้าสะเอวอย่างทะนงตัว "ยังไงท่านก็เถียงชนะข้าไม่ได้หรอก หึ"
จินหลานเยว่ที่อยู่ข้างๆ ใจเต้นตึกตัก อดไม่ได้ที่จะเอามือน้อยๆ สะกิดองค์หญิง "เอ่อ... คือว่า..."
ขะ...เขาเถียงชนะองค์หญิงไม่ได้ก็จริง แต่ว่า...
เขาตีมือพวกเราได้นะเจ้าคะ!
อีกด้านหนึ่ง ฉวี่จื่อจิ้นหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
นี่มันเหมือนบัณฑิตคุยกับทหาร (สื่อถึงคนที่มีเหตุผลคุยกับคนไม่มีเหตุผล) มีเหตุผลก็พูดกันไม่รู้เรื่อง
เขาเตือนตัวเองซ้ำๆ ว่าอย่าไปทะเลาะกับเด็กห้าขวบ พอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็เห็นเจ้าก้อนแป้งตัวเล็กพยายามดึงรั้ง
องค์หญิงเอาไว้ พร้อมเขย่งเท้าสุดแรงเพื่อจะกระซิบกระซาบ
"แล้วเจ้าล่ะ?" เขาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
จินหลานเยว่สะดุ้งโหยง หันไปมองฉวี่จื่อจิ้นด้วยความประหม่า พร้อมยิ้มประจบ "ท่านราชครู... ท่านพุดอายายนะเจ้าคะ..." (ท่านพูดอะไรนะเจ้าคะ)
แย่แล้วละ ตื่นเต้นจนพูดไม่ชัดเลย
จินหลานเยว่ร้องไห้โฮอยู่ในใจ
"ข้าหมายความว่า เจ้ามีความคิดเห็นเหมือนกับองค์หญิงหรือไม่?"
"แน่นอนว่าต้องเหมือนข้าสิ!" องค์หญิงปกป้องจินหลานเยว่ไว้ข้างหลังอย่างอาจหาญ "ท่านอย่ามาข่มขู่นางนะ มีอะไรก็มาลงที่ข้านี่!"
"ให้เจ้าตัวพูดเอง!"
"ให้นางพูดเองก็เหมือนกันนั่นแหละ!"
ทั้งสองคนต่างหันขวับมามองจินหลานเยว่พร้อมกัน
จินหลานเยว่... สมองของจินหลานเยว่ในตอนนี้ขาวโพลนไปหมดแล้ว
________________________________________