น้าระบบพูดอีกแล้วแฮะ
จินหลานเยว่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง น้าระบบเป็นคนดี ท่านพ่อก็บอกว่าน้าระบบหวังดีต่อนาง
เพราะฉะนั้น นางต้องเชื่อฟังคำพูดของน้าระบบ
ดังนั้น นางจึงรับว่าวมา แล้วใช้สองมือน้อยๆ ออกแรงฉีกว่าวสุดแรงเกิด
ทว่า...
คุณภาพของว่าวตัวนี้มันดีเกินไป นางออกแรงทั้งมือทั้งเท้าจนหน้าดำหน้าแดง แต่ก็ไม่อาจสั่นคลอนมันได้แม้แต่นิดเดียว
จินหลานเยว่ทำหน้ามุ่ย แก้มป่องแดงระเรื่อ "เจ้าว่าวนิสัยไม่ดี..."
แต่นางไม่ยอมแพ้หรอกนะ!
นางแยกเขี้ยวขาวๆ เรียงกันเป็นระเบียบเหมือนเม็ดข้าวสาร "อ้ามมม" แล้วงับลงไปบนว่าวทันที!
นางงับๆๆ!
แทะๆๆ!
พองับจนเหนื่อย จินหลานเยว่ก็ปล่อยปากจากว่าวเพื่อหอบหายใจ พอพิจารณาดูอีกที ก็พบว่าว่าวตัวนั้นยังคงสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน...
น่าแค้นใจนัก!
นางต้องยืนแทะ!
จินหลานเยว่ลุกพรวดขึ้นมาจากม้านั่งตัวเล็ก แต่น่าเสียดายที่ต่อให้เป็นแค่ว่าว พอตั้งขึ้นมามันก็ยังสูงกว่าเจ้าถั่วน้อยอย่างนางตั้งเยอะ ส่วนที่เป็นหางยาวๆ กองอยู่ที่พื้น นางไม่ทันระวังเหยียบพรวดเข้าให้ จนเท้าลื่น...
"ตุ้บ!"
"แง้ววว—" จินหลานเยว่หงายหลังสี่ขาชี้ฟ้าล้มลงกับพื้น ว่าวตัวนั้นลอยละล่องมาแปะทับบนตัวนางพอดี นางถูกว่าวคลุมไว้มิดทั้งตัว พยายามตะเกียกตะกายมือน้อยเท้าเล็กอยู่นานก็ยังผลักว่าวออกไปไม่ได้
พี่ชายรองยืนมองน้องสาวตัวเองตาค้าง ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ น้องสาวถึงลุกขึ้นมาสู้กับว่าว—แถมยังสู้ไม่ชนะอีกต่างหาก
เห็นน้องสาวล้มลง เขาตกใจรีบเข้าไปหยิบว่าวออกและพยุงจินหลานเยว่ขึ้นมา "น้องหญิงเป็นอะไรไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
"ไม่เจ็บเจ้าค่ะ!" จินหลานเยว่ลุกขึ้นยืน ก้าวขาป้อมๆ ออกไป ยื่นมือน้อยๆ เตรียมจะ "ต่อสู้" กับเจ้าว่าวต่อ
พี่ชายรองมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความไม่เข้าใจ น้องสาวของเขากำลังสู้กับว่าวอย่างบ้าบิ่นเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณแห่งผู้ชนะ แต่กลับตกเป็นรองครั้งแล้วครั้งเล่า
ว่าวที่ตั้งขึ้นมาสูงกว่าหัวนางหนึ่งช่วงตัว นางก็พยายามกระโดดขึ้นไปทุบมัน ปากก็ร้องตะโกนว่า "เยว่เอ๋อจะเอาชนะเจ้าให้ได้เยย!"
เขาดูไปดูมา ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าน้องสาวตัวเอง... ช่างน่ารักเหลือเกิน!
พี่ชายรองวัยหกขวบกำหมัดแน่น เด็กวัยนี้มักจะมีจินตนาการฮีโร่เต็มเปี่ยม "น้องหญิง พี่จะช่วยเจ้าเอง!"
จากนั้นเขาก็โห่ร้องเข้าร่วมวงต่อสู้ "ย้ากกก—โฮ่ว! เจ้าว่าวตัวน้อย ยังไม่รีบยอมแพ้อีกรึ?"
"เย้! ท่านพี่ เราต้องชนะมันแน่ๆ เจ้าค่ะ!" จินหลานเยว่ร้องเย่ตาม
พี่ชายรอง: "สองพี่น้องเราพวกรวมพลังกัน ย่อมไร้เทียมทานในใต้หล้า! เจ้าว่าวตัวน้อย ยังไม่รีบขอขมาอีก?"
จินหลานเยว่ตบมือ: "ใช่เยย ใช่เยย! ขอขมาเยย!"
ว่าว: "..."
พี่ชายรอง: "อะไรกัน ยังไม่ยอมแพ้อีกรึ? งั้นเจอท่านี้หน่อยเป็นไง—พยัคฆ์หิวโจนทะยาน!"
จินหลานเยว่ตบมือรัวๆ: "ว้าว! ท่านพี่เก่งที่สุดเยย!"
ว่าว: "..."
พี่ชายรอง: "เหะๆ ชมเกินไปแล้ว ดูท่านี้ของพี่ ฮ่า—หมัดลมกรดอัสนีไร้พ่ายทลายโลก!"
จินหลานเยว่โห่ร้อง: "โอ้โห! ท่านพี่เก่งที่สุดเท่าที่เยว่เอ๋อเคยเจอมาเยยเจ้าค่ะ!"
ว่าว... ว่าวมันขาดกระจุยไปแล้ว
"เย้! พวกเราชนะแล้ว!" จินหลานเยว่กระโดดกอดคอพี่ชายรองแล้ว "จุ๊บ" เข้าที่แก้มหนึ่งที
ใบหน้าพี่ชายรองแดงซ่านขึ้นมาทันที แต่ยังคงทำท่าทางนิ่งๆ เท่ๆ สะบัดหัวทีหนึ่งเพื่อให้เส้นผมที่ปรกหน้าพัดไปด้านหลัง "หึ เจ้าว่าวตัวน้อย ก็แค่นี้แหละ เสร็จข้าละ!"
[ภารกิจเสร็จสิ้น]
[เจ้าฉีกทึ้งว่าวได้อย่างง่ายดาย โยนเศษซากของมันลงต่อหน้าพี่ชายรอง เมื่อเห็นสายตาที่ตกตะลึงของเขา เจ้าก็เดินจากมาอย่างผู้ชนะที่สะใจ]
[ได้รับรางวัล: เชี่ยวชาญความรู้ปฐมวัย (ฉบับคณิตศาสตร์)]
จินหลานเยว่กึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ แต่นางก็รีบเอาสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ทันที นางกอดคอพี่ชายแล้วชมต่อ "ท่านพี่เก่งจังเจ้าค่ะ จัดการว่าวได้ง่ายนิดเดียว! พวกเราเดินจากไปหย่างผู้ชนะที่สะใจได้เย้วเจ้าค่ะ!"
หน้าพี่ชายรองแดงจนเกือบจะมีควันออกหู แต่ยังคงแสร้งทำเป็นขรึม "อะแฮ่ม ถ่อมตัวไว้ๆ อย่าให้ใครรู้เชียวว่าพี่เป็นยอดฝีมือในบู๊ลิ้ม"
"ตกลงเจ้าค่ะ" จินหลานเยว่เอานิ้วชี้แตะปาก "เยว่เอ๋อจะเก็บเป็นความลับเจ้าค่ะ!"
"งั้นเราไปกันเถอะ" พี่ชายรองจูงมือนาง ทั้งคู่เดินกระโดดโลดเต้นออกไป "น้องหญิง เมื่อกี้คำพูดของเจ้าดูมีความรู้มากเลยนะ"
"อาจารย์สอนมาเจ้าค่ะ"
"อ้อๆ งั้นรอให้พี่อายุเท่าเจ้า พี่จะต้องมีความรู้แบบนี้บ้าง!"
"แต่ว่า... ท่านพี่โตกว่าเยว่เอ๋อไม่ใช่เหรอเจ้าคะ?"
"เอ่อ... เรื่องนั้น แบบว่า... ใช่! พี่กำลังทดสอบความสามารถในการคำนวณของเจ้ายังไงเล่า!"
"อ๋อ... งั้นเยว่เอ๋อผ่านบททดสอบไหมเจ้าคะ?"
"ผ่านสิ ผ่านแน่นอน น้องหญิงต้องช่วยเก็บความลับด้วยนะ"
"ตกลงเจ้าค่ะ!"
เช้าวันรุ่งขึ้น ยามเหมา
"เยว่เอ๋อ จะนอนตื่นสายไม่ได้แล้วนะจ๊ะ ต้องไปเรียนหนังสือแล้ว" เจียงซีเยว่เดินเข้ามาอุ้มจินหลานเยว่ที่ยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงเหมือนเช่นเมื่อวาน
แก้มของจินหลานเยว่แดงระเรื่อจากการนอนหลับ ผิวแก้มยุ้ยๆ มีรอยกดทับจากหมอน นางขยี้ตาพลางทำปากยื่นขอให้ท่านแม่อุ้ม
"โถ... เยว่เอ๋อที่น่าสงสารของแม่" เจียงซีเยว่บีบแก้มที่ทั้งนุ่มทั้งเนียนของนางด้วยความเอ็นดู "คราวหน้าแม่จะให้คนเปลี่ยนหมอนที่นุ่มกว่านี้มาให้"
จินหลานเยว่ซบไหล่แม่พลางหาวหวอดอย่างง่วงงุน "ท่านแม่... ง่วง..."
"แม่รู้ว่าลูกง่วง แต่เยว่เอ๋อต้องไปเรียนหนังสือ จะนอนอืดบนเตียงไม่ได้นะจ๊ะ" เจียงซีเยว่พานางมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อมัดมวยผมให้
หัวน้อยๆ ของจินหลานเยว่สัปหงกโยกไปเยกมา ทุกครั้งที่หัวจะทิ่ม นางก็จะใช้มือน้อยๆ ยันขึ้นมา "งืออ... ก็ได้เจ้าค่ะ..."
มันเป็นเช้าวันที่แสนธรรมดาอีกวันหนึ่ง
ยกเว้นตอนที่จะออกจากจวน พี่ชายรองยังอารมณ์ค้าง ชูหมัดให้นาง "น้องหญิง เย็นนี้เรามาผดุงความยุติธรรมด้วยกันอีกนะ!"
จินหลานเยว่ฮึดขึ้นมาทันที นางชูหมัดตาม แขนน้อยๆ ที่เหมือนปล้องข่าเหยียดตรง "ลุยเยยเจ้าค่ะ!"
"พวกเจ้าคุยรหัสลับอะไรกันน่ะ?" พี่ชายคนโตถามอย่างสงสัย
"ความลับเจ้าค่ะ!" พี่ชายรองทำท่าทางลึกลับ
พี่คนโตหันไปมองจินหลานเยว่ จินหลานเยว่ทำท่าเลียนแบบผู้ใหญ่ ชูนิ้วอ้วนป้อมขึ้นมาจ่อปาก "ชู่... ชู่..."
นางหัวเราะอย่างมีความสุขจนตาปิด
พี่ชายคนโตถูกนางทำให้หัวเราะตามไปด้วย แล้วชูนิ้วทำท่า "ชู่" ตามนาง
เจียงซีเยว่มองดูเด็กทั้งสามคนอย่างขำๆ พลางส่ายหัว ก่อนจะส่งตัวจินหลานเยว่ให้เป่ยติ้งโหว พร้อมกับจูบลาและยัดกล่องขนมให้—คราวนี้ให้มาเบิ้ลสำหรับสองคน
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ม้วฟฟ~" จินหลานเยว่กอดคอแม่แล้วจุ๊บทีหนึ่ง พร้อมโบกมือลา "ท่านแม่ บ๊ายบายเจ้าค่ะ!"
การเดินทางราบรื่นมาตลอดทาง
จนกระทั่งจินหลานเยว่เห็นฉวี่จื่อจิ้นยืนรออยู่ที่หน้าตำหนักเหวินฮวา
ขาสั้นๆ ของนางก้าวไม่ออกขึ้นมาทันที ในหัวน้อยๆ เต็มไปด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
แต่มันดูเหมือนจะหนีไม่พ้นเลย ฮือออ...
นางค่อยๆ เดินต้วมเตี้ยมเหมือนเต่า ขยับทีละนิดๆ จนในที่สุดก็เข้าไปอยู่ในสายตาของฉวี่จื่อจิ้น
ฉวี่จื่อจิ้นตาเป็นประกายทันทีที่เห็นนาง "อาจารย์!"
เขาสาวเท้าเดินมาหาจินหลานเยว่ นางเงยหน้ามองเขาเงียบๆ เห็นเขาแนะนำอย่างตื่นเต้นว่า "เมื่อคืนศิษย์ใคร่ครวญอย่างหนัก เพื่อไม่ให้เสียพรสวรรค์ของท่านอาจารย์ ศิษย์เลยอดหลับอดนอนทำข้อสอบมาให้ท่านสิบชุดขอรับ!"
สิ... สิบชุด?!
จินหลานเยว่ก้มหัวลงมองมือน้อยๆ สองข้าง แบมือออกแล้วเริ่มนับนิ้วทีละนิ้ว
หนึ่ง... สอง... สี่... ห้า... เหมือนจะไม่ถูกแฮะ
หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ห้า... หลังเลขห้าคืออะไรนะ?
นางคิดด้วยความเศร้าสร้อยว่า ไม่ว่ายังไงก็ตาม นี่มันต้องเป็นตัวเลขที่เยอะมากกกก และน่ากลัวมากแน่ๆ!
ฉวี่จื่อจิ้นยังคงบรรยายสรรพคุณของข้อสอบที่เขาตั้งขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ
จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นว่าจินหลานเยว่ดูจะเงียบไปผิดปกติ?
พอก้มลงมอง ก็สบเข้ากับดวงตากลมโตที่ใสแจ๋วเหมือนลูกองุ่น
จินหลานเยว่เบะปากน้อยๆ พยายามเงยหน้ามองเขาด้วยความน้อยใจ
นางยื่นมือน้อยๆ ออกไป ดึงชายเสื้อเขาเบาๆ อย่างน่าสงสาร เสียงเล็กๆ ของนางฟังดูเหมือนจะแตกสลาย "ท่านราชครู... เยว่เอ๋อไม่อยากทำข้อสอบสิบชุดเยยเจ้าค่ะ แงงง..."
ฉวี่จื่อจิ้นตั้งตัวไม่ติดเมื่อเจอสายตาอ้อนวอนที่มีน้ำตาคลอเบ้า เห็นนางทำท่าทางน้อยใจเหมือนจะร้องไห้ เขาก็ทำตัวไม่ถูกทันที มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
เขา... ทำผิดไปเหรอ?
เขาเอ่ยอย่างสับสน "ความจริง... ก็ไม่ต้องทำวันเดียวสิบชุดก็ได้ขอรับ..."
ทั้งที่ตอนแรกเขาตั้งใจไว้ว่าจะให้ทำวันละสิบชุด ทุกวันสิบชุด สามร้อยหกสิบห้าวันก็วันละสิบชุด
อาจารย์ของเขา จะแพ้ใครไม่ได้เด็ดขาด!
แต่พอเห็นสภาพ "ใกล้แตกสลาย" ของอาจารย์ตัวน้อย เขาก็เริ่มสะท้อนใจว่าตัวเองรีบร้อนเกินไปหรือเปล่า?
ก็นั่นสิ อาจารย์ของเขายังเป็นแค่เจ้าถั่วน้อย...
นางเพิ่งจะสามขวบเองนะ!